HomeBT News"กินเจ" แบบประหยัดใช้เงินน้อยลง แต่เทรนด์คนกินเพิ่มขึ้น

“กินเจ” แบบประหยัดใช้เงินน้อยลง แต่เทรนด์คนกินเพิ่มขึ้น

เทศกาลกินเจ ปีนี้ตรงกับวันที่ 29 กันยายน-7 ตุลาคม 2562 บรรยากาศของเทศกาลปีนี้คาดว่าจะยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ทั้งกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดเทศกาลต่อจากบรรพบุรุษ รวมถึงคนทั่วไป ซึ่งให้ความสนใจเข้าร่วมเทศกาลโดยเล็งเห็นถึงประโยชน์ทางด้านสุขภาพ 

แต่การใช้จ่ายสำหรับเทศกาลกินเจในปีนี้  ทั้ง “ม.หอการค้าไทย-ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” พบว่าประชาชนส่วนใหญ่จะใช้เงินลดลง  ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจ

“กินเจ” แบบรัดเข็มขัด ใช้เงินลดลง

“นายธนวรรธน์ พลวิชัย” ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจพบว่ายอดการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ มีอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่ปี 2551-2562 อยู่ที่ 1.3% และขยายตัวลดลงเมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ขยายตัว 1.9%

- Advertisement -

โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมในช่วงเทศกาลกินเจ คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตลอดเทศกาลประมาณ 11,155 บาทต่อคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 43.3% ขณะที่เงินสะพัดในช่วงเทศกาลกินเจคาดว่าจะมีประมาณ 46,549 ล้านบาท โดยประชาชนส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว บวกกับราคาอาหารเจที่มีราคาสูงขึ้น

โดยผลสำรวจพบว่า ประชาชนในปัจจุบันยังห่วงสถานการณ์ในประเทศ  โดยกังวลด้านเศรษฐกิจ 30.6% , กังวลปัญหาสังคม 25.3% และกังวลด้านการเมือง 27.9% และโดยประชาชนมองว่าสภาพเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ กว่า 50% แต่ยังไม่มีความเชื่อมั่นมากนัก โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งหลังปี 2563

สอดคล้องกับผลสำรวจของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” พบว่า จากปัญหาเศรษฐกิจชะลอ ส่งผลให้ผู้ทานเจควบคุมค่าใช้จ่ายต่อมื้อ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงประเมินว่า ตลอดช่วงเทศกาลกินเจในปี 2562 นี้ คนกรุงเทพฯ จะมีเม็ดเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มเจประมาณ 4,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% เทียบกับปี 2561

ส่วนพฤติกรรมการทานอาหารเจในปี 2562 ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่จะรับประทานไม่ครบทั้ง 9 วันตลอดเทศกาล ในสัดส่วน 63.3% (แยกเป็นทานเจบางมื้อสัดส่วน 42.2% และทานเจทุกมื้อครบ 9 วัน 24.5%)

ขณะเดียวกัน จำนวนมื้อที่ทานส่วนใหญ่ก็ไม่ครบทั้ง 3 มื้อ ขึ้นอยู่กับโอกาสและความสะดวก โดยส่วนใหญ่จะทานเจ 1 มื้อต่อวันสัดส่วน 45.5% รองลงมาคือ 2 มื้อสัดส่วน 28.8% มีเพียง 17.1% ที่จะทานอาหารเจครบทั้ง 3 มื้อใน 1 วัน

คนรุ่นใหม่กินเจเพิ่ม เข้าเทรนด์สุขภาพ

ผลสำรวจของ “ม.หอการค้า” พบว่าประชาชนหันมากินเจในช่วงเทศกาล 37.4% เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีอัตราอยู่ที่ 33.8% จากพฤติกรรมของประชาชนที่เปลี่ยนไปและมีความใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น

ขณะที่ผลสำรวจของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” พบว่าคนรุ่นใหม่หันกินเจมากขึ้น ดันตลาดเติบโต 2-4%ในปี 2562 สัดส่วนคนกินเจเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ทานเจไม่ครบทั้ง 9 วันตลอดเทศกาล แต่ผลจากจำนวนผู้ทานเจที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้มูลค่าตลาดปีนี้เพิ่มขึ้น 2.4% เทียบปีก่อน เทศกาลกินเจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ที่สนใจบริโภคเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 20-39 ปี

ซึ่งในปี 2562 นี้คาดว่าคนกรุงเทพฯ จะให้ความสนใจทานอาหารเจเช่นเดียวกับปีก่อนๆ โดยมีสัดส่วนถึง 66.7% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เทียบกับ 57.1% ของปีก่อน (ซึ่งคนทานเจที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เลือกกินบางมื้อบางวัน)

ทั้งนี้หากเทียบพฤติกรรมการทานเจของผู้บริโภคเจดั้งเดิมกับคนรุ่นใหม่ ถือว่ามีความแตกต่างกัน โดยกลุ่มลูกค้าดั้งเดิมที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ที่ทานอาหารเจตามบรรพบุรุษโดยเคร่งครัด (กลุ่มนี้จะทานเจตลอดทั้ง 9 วันหรือบางคนอาจทานเจก่อนเทศกาล 1 วันที่ถือเป็นการล้างท้อง รวมถึงการทานเจตามวาระสำคัญเช่น วันเกิดหรือวันพระ) ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการอาหารเจในการผลิตสินค้าออกมาตอบสนองความต้องการในจำนวนวันที่เพิ่มขึ้น

แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ การบริโภคอาหารเจก็ด้วยเหตุผลจากการอยากทดลองทาน รวมถึงการหาซื้ออาหารเจทานได้สะดวก ทำให้กลุ่มนี้ไม่ได้เคร่งครัดกับระยะเวลาการทานเจมากนัก ส่วนใหญ่ทานตามความสะดวกของตนเอง และทำให้น้ำหนักภาพรวมของการทานอาหารเจในช่วงเทศกาลโน้มเอียงไปในทิศทางเดียวกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่

“กสิกรไทย” แนะร้านอาหารเจปรับตัว

ผลสำรวจที่พบว่า พฤติกรรมการทานอาหารเจในปี 2562 ส่วนใหญ่จะรับประทานไม่ครบทั้ง 9 วันตลอดเทศกาล ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการร้านอาหารเจ อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละวัน  ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องวางแผนทางด้านวัตถุดิบ รวมถึงปริมาณอาหารที่ทำในแต่ละวันมากขึ้น

ร้านอาหารเจแข่งขันสูง หันเน้นสุขภาพ ราคาเหมาะสมเนื่องจากคนรุ่นใหม่ เข้ามามีบทบาทเป็นลูกค้าสำคัญในตลาดอาหารเจมากขึ้น และกลุ่มนี้มีการทำอาหารเจทานเองไม่สูงมากนัก แต่พึ่งพาร้านอาหารที่ประกอบอาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก

จึงส่งผลให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆ สนใจเข้าสู่ตลาดเพื่อตอบสนองคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทั้งร้านอาหารทั่วไป ร้านค้าแผงลอย ร้านริมทาง ตลาดสด รวมถึงร้านสะดวกซื้อ/ซูเปอร์มาร์เก็ต

ซึ่งปัจจุบันมีการผลิตอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานที่อำนวยความสะดวกสำหรับคนทานเจ ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดนี้มีสูง ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมีการนำเสนอกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะกลยุทธ์สำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับปัจจัยหลักๆ คือความหลากหลายของสินค้า การเน้นประโยชน์ด้านสุขภาพ รวมถึงระดับราคาที่สมเหตุสมผล

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News