HomeBT Newsโจทย์ใหญ่รัฐบาลปี 2565 กับการแก้ปัญหา ‘หนี้ครัวเรือน’

โจทย์ใหญ่รัฐบาลปี 2565 กับการแก้ปัญหา ‘หนี้ครัวเรือน’

“หนี้สินครัวเรือน” เป็นปัญหาที่สะสมมานาน ยิ่งในช่วงสถานการณ์การระบาดโควิด-19 กระทบกับรายได้และยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับรายจ่ายมีมากขึ้นจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพราะราคาสินค้า และราคาพลังงานเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งหนี้สินที่มีในครัวเรือนก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดลง ยิ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถชำระหนี้ของครัวเรือน

ที่ผ่านมาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนของรัฐบาล ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดให้ “ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” และมีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เพื่อพิจารณาและขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขสถานการณ์หนี้ครัวเรือนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

กลุ่มที่มีปัญหาในเรื่องการชำระหนี้สามารถแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มหนี้นักเรียนหรือหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)  2) กลุ่มหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 3) กลุ่มหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล 4) กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์รถจักรยานยนต์ 5) กลุ่มหนี้นอกระบบ และ 6) กลุ่มลูกหนี้ทั่วไป

- Advertisement -

ปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนทั้ง 6 กลุ่มดังกล่าว ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนแนวทางหนึ่ง คือ การช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ดำเนินการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น โครงการ “สร้างงาน สร้างอาชีพ” ของธนาคารออมสิน ที่ให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการอาชีพอิสระ เพื่อนำเงินไปลงทุน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่ใช้นวัตกรรมทางการเกษตรมาช่วยเหลือเกษตรกรในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุน ทำให้เกษตรกรมีกำไรเพิ่มขึ้น เป็นต้น

ในส่วนของกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ คือการแก้ไขปัญหาความยากจนให้แก่ประชาชนในระดับฐานราก 2 เรื่อง ได้แก่ 1.การบูรณาการฐานข้อมูลภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐให้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ

2.การสร้างความตระหนักรู้ให้กับภาคครัวเรือนในการให้ความสำคัญกับการออม ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ และได้เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. … เพื่อเป็นกลไกในการจัดให้มีแหล่งเงินทุนสำหรับดูแลพี่น้องประชาชนในอนาคต

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนในระยะต่อไปภาครัฐจะให้ความสำคัญใน 2 เรื่อง ได้แก่

1.การสร้างภูมิคุ้มกันการเงิน โดยการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ซึ่งกระทรวงการคลังได้ร่วมกับหลายหน่วยงานในการจัดทำแผนการบริหารจัดการด้านการเงินสำหรับประชาชนในทุกช่วงวัยและทุกสาขาอาชีพ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

2.การดูแลและกำกับการออกนโยบายที่ไม่จูงใจให้ประชาชนสร้างหนี้โดยไม่จำเป็น และหากจำเป็นต้องสร้างหนี้จะต้องเป็นหนี้ที่เป็นทุนให้สามารถสร้างรายได้กลับมาให้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นการแก้ไขหนี้สินภาคครัวเรือนในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

สุดท้ายแล้วก็ต้องติดตามกันยาวๆว่า ภาครัฐ กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย จะมีแนวทางแก้ไขและป้องกันปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนอย่างไรต่อไป แต่สิ่งสำคัญเลยคือ “ครัวเรือน” ต้องวางแผนทางการเงิน รู้จักเลือกใช้จ่าย รู้จักเก็บออมเงิน จะได้ไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้ ซึ่งอาจเป็นปัญหาหนี้ในอนาคต.

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News