HomeBT News“กสิกร”ประเมินดอกเบี้ยขาลง ทำหนี้ครัวเรือนเพิ่ม

“กสิกร”ประเมินดอกเบี้ยขาลง ทำหนี้ครัวเรือนเพิ่ม

ธนาคารกสิกรไทย ประเมินสถานกาณ์ดอกเบี้ยขาลง เป็นปัจจัยให้การก่อหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น คาดเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่องจากการมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล จบปี 62 ที่ 30.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ชี้ กนง. อาจคงดอกเบี้ยในรอบประชุมเดือน ธ.ค.นี้ เนื่องจากดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และการลดครั้งก่อนไม่สามารถแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าได้

ธนาคารกสิกรไทย จัดงานสัมมนาทิศทางค่าเงินและหุ้นเด่นไตรมาสสุดท้าย ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ”ทิศทางค่าเงินและอัตราดอกเบี้ยปี 2562” ซึ่งมีนางสาววรันธร ภู่ทอง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย และนายสรรค์ อรรถรังสรรค์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น

นายสรรค์ กล่าวว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามีหลายปัจจัยเปลี่ยนไป แต่ปัญหาภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงคลุมเครือเช่นเดิม สิ่งที่แย่ต่อเนื่องคือการส่งออกและภาคการผลิต ทำให้ธนาคารกลางใหญ่ ๆ ของโลกมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงกันถ้วนหน้า นอกจากนี้ยังเริ่มเห็นภาพการค้าขาลงที่กดดันเศรษฐกิจโลกอีกด้วย

- Advertisement -

เศรษฐกิจสหรัฐฯเริ่มน่าเป็นห่วง

หากมองไปที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีอัตราการว่างงานต่ำลง ขณะเดียวกันค่าแรงยังมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ยังมองว่าการบริโภคในประเทศยังคงไม่ย่ำแย่ ขณะที่ภาคการลงทุนของยุโรปมีการหดตัว และอาจเห็นเยอรมันเข้าสู่ภาวะถดถอย เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้เช่นกัน เนื่องจากการสั่งซื้อสินค้าคงทนมีการปรับตัวลดลง นอกจากนี้กำไรบริษัทในสหรัฐฯเริ่มไม่มีการขยายตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง

หนี้รวมทั้งประเทศจีนมากกว่า 200% ของจีดีพีประเทศ

ตัวเลขเศรษฐกิจ 8 เดือนแรกของจีน ตัวเลขค้าปลีก อุตสาหกรรมต่าง ๆ และการส่งออก มีการชะลอตัวลงทั้งหมด สิ่งที่ตามมาคือการนำเข้าสินค้าที่ชะลอตัวลงเช่นกัน ทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มแย่กันถ้วนหน้า โดยจีนพยายามให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้มากขึ้น และรัฐบาลจีนอาจจะอัดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันหนี้รวมทั้งประเทศของจีนมีมากกว่า 200% ของจีดีพี ประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นข้อจำกัดที่ทำให้รัฐบาลไม่สามาถใส่เงินเข้าไปช่วยระบบเศรษฐกิจได้มากนัก

คาดเศรษฐกิจยุโรปยังฟื้นตัวลำบาก

ส่วนเศรษฐกิจยุโรป  สถานการณ์ยังคงใกล้เคียงกับสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าทางการของยุโรปจะมีการใช้มาตรการ QE เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังเชื่อว่ามาตรการ QE ยังมีผลจำกัด ทำให้เศรษฐกิจยุโรปยังฟื้นกลับมาดีค่อนข้างยาก โดยยังเชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่จะใช้นโยบายการคลังเข้ามาช่วยเพราะภาครัฐของยุโรปมีหนี้สินเยอะ และไม่สามารถอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจได้มากนัก จึงคาดว่าเศรษฐกิจยุโรปจะยังชะลอตัวต่อไป

ญี่ปุ่นเป็นต้นแบบทำให้เห็นว่าการลดดอกเบี้ยไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้

ธนาคารกลางญี่ปุ่นเป็นธนาคารกลางแรก ๆ ของโลกที่ใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ แต่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้มากนัก ซึ่งการใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำติดลบมาจูงใจในการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ แต่ก็ยังไม่เป็นผลดีเท่าไรนัก เนื่องจากประชากรในประเทศส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทำให้ไม่เกิดการจับจ่ายมากนัก และเกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งทฤษฎีดอกเบี้ยต่ำจึงไม่ใช้ทฤษฎีในการแก้ปัญหาที่ถูกเสมอไป หากความเชื่อมั่นผู้บริโภคไม่ดี

ภาวะดอกเบี้ยขาลง สนับสนุนให้คนเป็นหนี้เพิ่ม

ด้าน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินจีดีพีประเทศปี 62 ไว้ที่ 3.1% ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกยังแย่ต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงที่จะทำให้การเติบโตจีดีพีประเทศไม่ถึง 3%  โดยการส่งออกไทยในช่วง 8 เดือนแรกหดตัวไปกว่า 2.2% ซึ่งการส่งออกสินค้าไปยังคู่ค้าหลัก 9 ประเทศหดตัวทุกประเทศ แต่การส่งออกไปสหรัฐฯ ยังขยายตัวได้ดี เป็นผลมาจากการส่งสินค้าทดแทนของจีนที่ถูกกีดกันการค้า โดยเป็นสินค้าประเภทของเล่น

ส่วนภาวะการลงทุนในประเทศมีทิศทางแย่ลงเช่นกัน ซึ่งเป็นปัญหาจากโครงสร้างระยะยาว โดยภาคการผลิตมีศักยภาพไม่มีการเติบโตเป็นผลมาจากปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นสัญญานที่มีปัญหากับการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ภาคการบริโภคในประเทศยังคงยายตัวในระดับ 2.6% แต่เป็นการขยายตัวแบบชะลอลงจากปีก่อนที่เคยขยายตัวได้ 4% เป็นผลมาจากหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้สินค้าบริโภคอันดับ 1 อย่างรถยนต์ในปีที่แล้วปรับลดลง ทั้งนี้หนี้ครัวเรือนยังมีการขยายตัวเร็วขึ้นอีกด้วย โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อบ้าน

โดยตลาดมุ่งเน้นการเห็น ธปท. ลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ ให้คงดอกเบี้ยนโยบายในระดับ 1.5% จากรอบการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ย.62 ซึ่งจากสถิติ 10 ปีที่ผ่านมา การลดดอกเบี้ยของธนาคารไม่ได้ช่วยให้หนี้ลดลงแต่กลับเป็นการเพิ่มหนี้ขึ้นของภาคครัวเรือน เนื่องจากดอกเบี้ยต่ำเป็นการสนับสนุนให้การกู้หนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่สำคัญสำหรับรัฐบาลว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ด้าน นางสาววรันธร กล่าวปิดท้ายว่า ขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกต่ำที่สุด ทำให้ตลาดเริ่มมีความกังวลว่าจะลดดอกเบี้ยได้อีกกี่ครั้ง ซึ่งนโยบายการเงินของทั้งโลกมีการลดดอกเบี้ยลงตามกัน และ ธปท.ก็อาจต้องลดตามด้วยเช่นกัน โดยมีปัจจัยที่จะสามารถลดดอกเบี้ย และคงดอกเบี้ยดังนี้

ปัจจัยที่ทำให้ ธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงเดือน ธ.ค.

เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะกระทบกับเศรษฐกิจไทย ทำให้การส่งออกติดลบติดต่อกันมาหลายเดือน การบริโภคและการลงทุนในประเทศก็ไม่มีสัญญาณที่ดี นอกจากนี้ค่าเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ธปท. มีโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อทำให้ค่างเงินบาทอ่อน

ปัจจัยที่ทำให้ ธปท.คงลดดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงเดือน ธ.ค.

แม้ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยลงเมื่อครั้งก่อนก็ไม่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสักเท่าไร และดอกเบี้ยในระดับ 1.5% อยู่ในระดับต่ำมากแล้ว หากลดอีกครั้งจะเป็นจุดใกล้เคียงจุดต่ำสุดที่เคยคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ขณะเดียวกันหนี้ครัวเรือนยังอยู่ระดับสูง หากลดดอกเบี้ยอีกจะทำให้เกิดการก่อหนี้เพิ่มขึ้น โดยกสิกรคาดว่า ธปท. มีโอกาสคงดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้มีมากว่าลดดอกเบี้ยนโยบาย

อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 5.9% ต่อจีดีพี ทำให้ค่าเงินบาทจะแข็งค่ากว่าสกุลอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้ค่าเงินบาทจะกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในภูมิภาคเอเชีย และเชื่อว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าต่อไปในระยะยาว โดยกสิกรประเมินว่า จบสิ้นปี 62 ค่าเงินบาทจะปิดที่ 30.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ  

ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังมีโอกาสลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้งในช่วงปลายปี 62 เนื่องจากผลสำรวจความคิดเห็นของคณะกรรมการทั้ง 17 คนของ FED รอบล่าสุด ปรากฏว่ามีกรรมการ 5 คน ต้องการเพิ่มดอกเบี้ยนโยบาย ส่วน อีก 5 คนต้องการคงดอกเบี้ยนโยบาย และอีก 7 คนต้องการลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ระดับ 1.75% ซึ่งสะท้อนถึงความไม่ชัดเจนในการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกด้วย ซึ่งยังต้องจับตาดูสงครามการค้าเพราะจะมีผลกระทบกับการลดดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News