HomeBT Newsยักษ์โทรคมตบเท้า สร้าง Digital Innovation Ecosystem

ยักษ์โทรคมตบเท้า สร้าง Digital Innovation Ecosystem

สตาร์ทอัพ(Start Up) ยังคงเป็นอาชีพยอดนิยมที่คนรุ่นใหม่เลือกเข้ามาทำธุรกิจ ถึงแม้ว่าโอกาสสำเร็จในธุรกิจนี้จะมีแค่ 2-3% เท่านั้น แต่หากสำเร็จจะมีโอกาสรวยได้เลยทีเดียว โดยในปี 2018 มีการเผยจำนวนสตาร์ทอัพที่ลงทะเบียนผ่าน startupthailand.org สูงถึง 1,700 ราย

ปัจจุบัน 3 ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ของไทยต่างมีพื้นที่สำหรับสร้างสตาร์ทอัพ เป็นของตัวเองกันหมดแล้ว เริ่มจาก AIS D.C ที่จับมือกับ TCDC ยึดพื้นที่ TCDC เดิม ในศูนย์การค้าเอมโพเรียม ส่วน dtac Accelerate ยีดพื้นที่จามจุรีสแควร์ ในชื่อ Hangar Co-Working Space และ True Digital Park เป็นผู้เล่นล่าสุดที่ลงมาในสนาม ยึดพื้นที่ใหญ่หน้าซอยสุขุมวิท 101/1 เป็นศูนย์รวมเหล่าสตาร์ทอัพ

กลุ่มทรู​ทุ่ม 700 ล้าน ผุด “ทรู ดิจิทัล พาร์ค”

ทรู ดิจิทัล พาร์ค ใช้หลักคิดในการสร้างระบนิเวศน์ (Ecosystem) ให้เหมาะสม เพื่อสร้างสตาร์ทอัพ (Start Up) และ ทรัพยากรด้านเทคนิค (Tech Resource) กับเงินลงทุนกว่า 700 ล้านบาท ตั้งเป้ายกระดับประเทศไทย ให้เป็นดิจิทัลฮับ ของอาเซียน และตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างเต็มรูปแบบ

Digital Innovation Ecosystem
- Advertisement -

โดย ทรู ดิจิทัล พาร์ค ถูกออกแบบให้มีทั้ง ที่อยู่ (Living Space) ที่กิน (Lifestyle Space) และ ที่ทำงาน (Work Space) ในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย สามารถเดินทางได้จากทั้งรถไฟฟ้า หรือขับรถมา และยังไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย

นอกจากนี้ยังออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Friendly) ใช้เป็นกระจกตัดแสง มีระบบรีไซเคิลน้ำ และขยะ แม้แต่ระบบแอร์ก็เป็นแบบที่ลดฝุ่นละออง

Digital Innovation Ecosystem

ฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค นิยามตัวเองว่าเป็น “The Largest Tech StartUp Ecosystem Under One Roof” ซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างจาก 2 คู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง AIS D.C. และ dtac accelerate อย่างชัดเจน

ฐนสรณ์ กล่าวว่า ทรู ดิจิทัล พาร์ค ไม่ได้สร้างมาเพื่อเครือบริษัททรูโดยเฉพาะ แต่ต้องการให้เป็นที่ของคนมีความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดธุรกิจ เพื่อผลักดัน Digital Innovation Ecosystem ให้เกิดในไทย ซึ่งเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่อยากเข้ามาสร้างระบบนิเวศน์กับบริษัทในเครือของทรูจะได้เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนคนนอกจะได้เข้าถึงโอกาสในเครือบริษัททรู เป็นการเสริมซึ่งกันและกัน

ปัจจุบัน ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีผู้เข้ามาเช่าพื้นที่แล้วกว่า 50 ราย ทั้งสตาร์ทอัพ และบริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็กและใหญ่ นอกจากนี้ยังมีพาร์ทเนอร์ที่เข้าร่วมแล้วอีกประมาณ 130 ราย

Digital Innovation Ecosystem

โดยพาร์ทเนอร์ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีแนวคิดด้านนวัตกรรม เช่น Google Academy ที่เปิดขึ้นมาเพื่อสอนเทคโนโลยีของกูเกิล สำหรับใช้ในการทำงานกับภาคเอกชน หรือภาครัฐ เช่น UOB เปิด FinLab นำระบบ Internet Banking หรือโปรแกรม TMRW ที่สามารถเปิดบัญชีได้โดยไม่ต้องไปที่สาขา และยังมีการนำ StartUp ที่มีมาจับมือกับบริษัท SMEs ในประเทศไทยเพื่อสร้างระบบนิเวศน์ในการทำงาน และ Wongnai เข้ามาทำ Co-Cooking Space เพื่อสันทนาการ มีการสอนทำอาหาร ถ่ายทำเรื่องวัตถุดิบใหม่ๆ เป็นคลิปวิดีโอลงในโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ยังมีพาร์ทเนอร์ที่เป็น Incubator, Accelelator และ Academy อย่างเช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาช่วยในเรื่องการโชว์ผลงานใหม่ๆ และยังจับมือกับ ธ.กรุงไทย, ปตท., B2S เพื่อเปิดศูนย์ในการทำตัวต้นแบบ(Prototype)

องค์กรภาครัฐ เป็นอีกหนึ่งพาร์ทเนอร์สำคัญ เพราะการทำธุรกิจล้วนต้องเกี่ยวกับองค์กรภาครัฐ และผลประโยชน์ที่ภาครัฐพึงให้กับธุรกิจนั้นๆ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ร่วมมือกับหน่วยงานอย่าง คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(กระทรวงดีอี) ในการสนับสนุนธุรกิจของสตาร์ทอัพ

Digital Innovation Ecosystem

กลุ่มทุน (Venture Capital) อีกหนึ่งพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่เป็นผู้ให้คำแนะนำ ปรึกษา รวมถึงให้เงินลงทุนกับสตาร์ทอัพ ปัจจุบัน ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีกลุ่มทุนเป็นพาร์ทเนอร์มากกว่า 14 ราย

พาร์ทเนอร์ส่วนสุดท้ายคือการบริการสนับสนุน(Service Support) ที่จะเข้ามาช่วยเหลือสตาร์ทอัพ และบริษัทเทคโนโลยีใหม่ๆ ในด้านแอดมิน, งานฝ่ายบุคคล, การเงิน รวมถึงการจดทะเบียนบริษัท นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษาเพื่อเชื่อมไปถึงองค์กรที่เหมาะสมในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีบริการล็อคเกอร์(Locker Service) และมีบริการนวดฟรี 15 นาที

AIS มุ่งปั้น AIS D.C. เป็น World Class Creator Community

ด้าน AIS ผนึก TCDC (Thailand Creative and Design Center) ผุด Creative Space แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ เปิด “AIS D.C.” (AIS Design Centre) เป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ ด้านเทคโนโลยี ดีไซน์ และธุรกิจ เพื่อคนไทย คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ และเหล่าครีเอเตอร์ ได้มาแบ่งปันแรงบันดาลใจ ต่อยอดไอเดีย บ่มเพาะความรู้และ เพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานและธุรกิจใหม่ ๆ

Digital Innovation Ecosystem

AIS มุ่งปั้น AIS D.C. เป็น World Class Creator Community เทียบชั้นคอมมูนิตี้ระดับโลก โดยจัดเต็มนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุปกรณ์เครื่องมือ ในการสร้างสรรค์ผลงาน ตอบสนองคนที่กำลังมองหาไอเดียใน 3 ด้านหลัก ทั้ง Technology, Design, Business ประกอบด้วย 6 โซน ได้แก่ ห้อง ห้องสมุด, ห้องประชุม, นิทรรศการ, สัมมนา/เวิร์คช้อป, ห้องสตูดิโอ, Playground พร้อมด้วยโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับกิกะบิท

ชูไฮไลท์เด่น โซน Playground ครั้งแรกของไทยและเอเชีย ที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนาโปรแกรมทั่วไปและสตาร์ทอัพ ได้เข้าถึงและทดสอบระบบเชื่อมต่อ API บนผลิตภัณฑ์ของตนเอง กับ AIS Digital Platform เพื่อทดสอบการทำงานเสมือนจริง พร้อม Device Test กว่า 100 รุ่น ให้ทดลองใช้ฟรี จำลองเครือข่าย NB-IoT และอุปกรณ์สำหรับทดลองพัฒนา IoT ให้เชื่อมต่อกับเครือข่าย เพื่อรองรับบริการ IoT โดยมี Mentors ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

Digital Innovation Ecosystem

ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไปบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส ตั้งใจสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ให้ได้มีโอกาสทำความฝันให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะกลุ่ม New Gen กลุ่มสตาร์ทอัพ หรือใครก็ได้ที่มีไอเดียและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน เพราะเรามองเห็นเทรนด์ ว่าวันนี้คนรุ่นใหม่มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ยกระดับเรื่องของสตาร์ทอัพ เป็นหนึ่งใน National Agenda ที่จะเป็นตัวผลักดันภาพลักษณ์ และสร้างขีดความสามารถของคนในยุคดิจิทัล ในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ สนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา เอไอเอสได้บุกเบิกและให้การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ  AIS The StartUp วันนี้ AIS ยกระดับการสนับสนุนไปอีกขั้นด้วยการเปิด AIS D.C. พื้นที่สร้างสรรค์แห่งนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นคอมมูนิตี้และศูนย์รวมของพลังสร้างสรรค์ของเทคโนโลยี ดีไซน์ และธุรกิจไว้ด้วยกัน

Digital Innovation Ecosystem

นอกจากที่กรุงเทพฯ แล้ว AIS ยังเปิดตัว “AIS Contact Center Development & Training Arena” ศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรด้านงานบริการ และศูนย์ Contact Center ใจกลางภาคอีสานที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ด้วยพื้นที่มากกว่า 18,000 ตารางเมตร สูง 6 ชั้น

สร้างด้วยแนวคิดอาคารสีเขียว หรือ Green building ตามมาตรฐาน LEED – Leadership in Energy and Environmental Design ในลักษณะของอาคารประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มี Working Space เพื่อคนรุ่นใหม่ นิสิต นักศึกษา ใช้เป็นแหล่งพบปะ แลกเปลี่ยนไอเดีย สร้างจินตนาการให้เป็นจริง รวมถึงสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีดิจิทัลล่าสุดจาก AIS Digital For Thais

เหตุผลที่เลือกจังหวัดนครราชสีมาเป็นที่ตั้ง เพราะนครราชสีมามีศักยภาพในฐานะจังหวัดที่มีขนาดของจีดีพีมากกว่า 2.65 แสนล้านบาท นับได้ว่าใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และตอนนี้กำลังเกิดการลงทุนครั้งใหญ่ ทั้งจากภาครัฐ ในส่วนของโครงการด้านคมนาคม ขนส่ง อย่าง มอเตอร์เวย์ หรือ รถไฟรางคู่  รวมไปถึงภาคเอกชน เช่น การเปิดตัวของห้างสรรพสินค้าครบทุกห้างดัง  ซึ่งทำให้ภาพรวมของตลาดแรงงาน มีความต้องการบุคลากรด้านงานบริการสูงมาก

Digital Innovation Ecosystem

อีกทั้งนครราชสีมาเชื่อมต่อกับจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา จะทำให้นิสิต นักศึกษาเพิ่มโอกาสทางอาชีพมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการที่เข้ามาอยู่ที่โคราช เพื่อมารองรับและช่วยสร้างงาน พร้อมช่วยพัฒนาขีดความสามารถ องค์ความรู้ สร้างศักยภาพของทรัพยากรบุคคล มิใช่แค่เพื่อเอไอเอส แต่เพื่ออนาคตที่สดใสของคนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และภาคอีสาน ที่กำลังก้าวสู่ความเป็นมหานครด้านคมนาคม ขนส่ง และประตูสู่ AEC

DTAC Hangar – co working space

Digital Innovation Ecosystem

สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “Hangar – co working space” คือ สถานที่ทำงานสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพและเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมและแหล่งรวมสตาร์ท

Digital Innovation Ecosystem

“เรามีเป้าหมายที่จะสร้างความร่วมมือในการทำงานเข้าด้วยกัน มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดความสำเร็จ โดยไม่ได้แค่การให้ที่นั่งทำงานอย่างเดียว แต่ยังมีทั้งสังคมและการเชื่อมความสัมพันธ์ที่จะสามารถช่วยให้ธุรกิจสตาร์ทอัพขับเคลื่อนไปได้”

ที่ Hangar แห่งนี้ จะมีการจัดงานประชุม และพบปะพูดคุยสำหรับเหล่าสตาร์ทอัพ และ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ในหัวข้อต่างๆ เช่น lean startup, agile, UX/UI เป็นต้น Hangar เป็นที่ทำงานร่วมกันที่สะดวกสบายที่สุดในกรุงเทพฯ

Digital Innovation Ecosystem

Hangar ของพวกเราเป็นเหมือนบ้านหลังเล็กๆ ของคนที่มีความฝันใหญ่ๆ เป็นบ้านของ Startup ไทยที่มีความฝันอยากเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีขึ้นด้วย Technology ทุกๆ ปีเราจะมี Startup กว่า 100 ชีวิต หมุนเวียนเข้ามาทำงานที่ Hangar ตลอดทุกๆ วัน Utilization ของที่ Hangar คือ 100% ทุกวัน ทำให้เกิดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “Community”

Digital Innovation Ecosystem

Hangar เองนอกเหนือจากเป็นสถานที่ที่ทำงาน ยังเป็นที่พบปะสังสรรค์หรือจัดงาน Startup Event ต่างๆ แล้ว ยังเป็นบ้านเป็นครอบครัวเป็น Community ของ Startup จริงๆ

พวกเรามองว่าหัวใจของ Hangar Co-working space จริงๆ ไม่ใช่สถานที่ แต่มันคือ “ผู้คน” ครับ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News