HomeBT Newsส.อ.ท. ตั้งเป้าปี 67 ลดขยะพลาสติกในทะเล 50%

ส.อ.ท. ตั้งเป้าปี 67 ลดขยะพลาสติกในทะเล 50%

..ร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม จัดตั้ง PPP Plastics เพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกให้นำกลับมาใช้ได้ ตั้งเป้าปี 2567 ลดขยะพลาสติกในทะเล 50%

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) กล่าวว่า ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกในทะเล ถือเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยาวนาน เมื่อปี 2015 Jenna Jam beck, PhD. อาจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาและจัดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุด พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดเป็นอันดับ ของโลก รองจากประเทศจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และศรีลังกา ทำให้ ปีที่ผ่านมา หน่วยงานหรือองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้มีการตีแผ่บทความเกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติก ขยะทะเล และไมโครพลาสติกที่ส่งผลชีวิตของสัตว์ทะเล ระบบนิเวศวิทยา และยังส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ปัจจุบันมีการใช้พลาสติกในผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ อย่างแพร่หลายส่งผลให้เกิดการใช้พลาสติกที่มากเกินความจำเป็น และพฤติกรรมการใช้อย่างไม่รับผิดชอบของมนุษย์ ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โลกประสบปัญหามลพิษจากขยะพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีระบบจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ ภาครัฐบาลจึงต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อใช้จัดการและยับยั้งปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลาสติกตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงผู้แปรรูปวัตถุดิบ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและเห็นว่าการแก้ปัญหานี้ ไม่สามารถดำเนินการโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบร่วมกันและต้องสร้างความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง ทั้งจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม

- Advertisement -

กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันพลาสติก และองค์กรอื่นๆ อีก 15 องค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ได้ร่วมมือกันจัดตั้ง “โครงการความร่วมมือภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาขยะและพลาสติกอย่างยั่งยืน” (PPP Plastics) เมื่อวันที่มิถุนายน 2561 โดยมีเป้าหมาย คือ เปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลับมาเป็นทรัพยากร และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีใช้พลาสติกและการจัดการหลังการใช้ เพื่อที่จะไม่ให้มีขยะจากพลาสติกหลุดไปสู่สิ่งแวดล้อม และสามารถลดขยะพลาสติกในทะเลไทยได้ไม่ต่ำกว่า 50% ภายใน ปี (2563-2567) 

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) 

สำหรับการดำเนินการของโครงการ PPP Plastics มีหลักในการดำเนินการ เสาหลัก คือ

เสาหลักที่หนึ่ง: ด้านการจัดการขยะและสร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก เน้นการค้นหารูปแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม สำหรับการจัดการขยะของชุมชนเมือง และต่างจังหวัดในรูปแบบที่แตกต่างกัน (Infra-structure) สำหรับเขตเมืองนั้น จะดำเนินงานในเขตคลองเตย ซึ่งมีการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งการคัดแยกและการกำจัด จัดให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรียนรู้ซึ่งกันและกันเพื่อสร้างระบบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละองค์กรคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 ส่วนโมเดลต้นแบบในการจัดการปัญหาขยะพลาสติกในต่างจังหวัด (จังหวัดระยองมีการลงนามความร่วมมือจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรบริหารส่วนตำบล 18 แห่งเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2561 โดยเป้าหมายปัจจุบันของโมเดลนี้ คือ จะต้องสามารถนำขยะพลาสติกกลับไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด และไม่มีขยะหลุดไปยัง Land Fill ภายใน ปี เริ่มจากการปลูกฝังให้มีการคัดแยกขยะพลาสติก โดยเฉพาะขยะจำพวกถุงพลาสติกซึ่งมีน้ำหนักเบาและมูลค่าน้อย ประชาชนในชุมชนหลายๆ แห่งมีการเก็บรวบรวมและนำมาขายให้กับผู้รับซื้อ เพื่อที่จะรวบรวมแล้วส่งให้กับโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลต่อไป หน่วยงานท้องถิ่นจากภาครัฐหลายๆ ที่มีการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้มีการรับซื้อเศษพลาสติกและคัดแยก เพื่อจำหน่ายให้กับโรงงานเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน มีกิจกรรมให้นักเรียนนำขยะพลาสติกมาจากบ้าน เพื่อคัดแยกจำหน่ายและนำเงินที่ได้ไปเป็นสวัสดิการของนักเรียน ในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองนั้น มีบ่อขยะขนาดใหญ่ซึ่งเป็นแบบ Sanitary Landfill มีโรงงานคัดแยกขยะที่สามารถครีไซเคิลได้และภายในปี 2563 จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ ซึ่งจะเป็นวิธีการสุดท้ายในการกำจัดขยะพลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้

เสาหลักที่สอง ด้านการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีการดำเนินการนำเศษขยะพลาสติกที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ นำมาผสมกับยางมะตอยในการเพิ่มความแข็งแรงให้กับถนนลาดยางเพิ่มขึ้น 15-33% โดยที่ไม่เพิ่มต้นทุนในการทำถนนแต่อย่างใด ซึ่งขยะพลาสติกที่นำมาใช้มีทั้งพลาสติกประเภท PET, PE, PP, PS อีกทั้งจะทำการทดลองในพลาสติกหลายชั้นตัวอย่าง เช่น ซองบรรจุน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน เป็นต้น ปัจจุบันได้ทดลองเทราดในหลายพื้นที่ เช่น บริเวณนิคมอุตสาหกรรม RIL นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ถนนภายในโครงการ Grand Boulevard ของ SC Asset พื้นที่จอดรถของร้านสะดวกซื้อ 7-11 ขนาดใหญ่ในหลายสาขา ซึ่งจะขยายไปพัฒนาร่วมกับภาครัฐต่อไปอีกทั้งยังได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชนรายหนึ่งพัฒนาไม้เทียมที่มีส่วนผสมของขยะพลาสติก เพื่อนำมาใช้เป็นไม้เทียมที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าไม้จริง และมีความสวยงามเหมือนไม้จริง ในขณะนี้ได้ผลิตไม้ออกมาเป็นผลสำเร็จแล้ว

เสาหลักที่สาม : กิจกรรมสื่อสารประชาสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการสื่อสารให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขัดแยกขยะพลาสติก และสร้างวัฒนธรรมการแยกขยะให้กับคนรุ่นใหม่ โดยมีแผนงานการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ร่วมกับภาครัฐ คือ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในการออกแบบและจัดทำ Digital Platform ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีการบันทึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งาน เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการใช้ Influencer ในปัจจุบัน ช่วยในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้เกิดความหลากหลาย และสามารถเข้าถึงผู้รับสารได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย จัดกิจกรรมและแคมเปญอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างการรับรู้โครงการต่อสาธารณชนให้ได้มากที่สุด 

เสาหลักที่สี่ : ด้านการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อพัฒนานโยบายและกฎหมายต่างๆ โดยได้เข้าร่วมกับคณะทำงานด้านการพัฒนากลไกทางกฎหมายและข้อกำหนด ซึ่งลงนามแต่งตั้งโดยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา คณะนี้ได้มีส่วนร่วมในการร่างแผนที่นำทาง (Road Map) การจัดการขยะพลาสติกของประเทศไทยปี 2561-2573 และกำหนดเป้าหมายการลดการใช้พลาสติกประเภทที่หลุดไปในสิ่งแวดล้อมมาก และร่วมแสดงความเห็นในร่างกฎระเบียบต่างๆ ที่ภาครัฐจะออกประกาศบังคับใช้ในอนาคต

เสาหลักที่ห้า : ด้านการจัดทำฐานข้อมูลขยะพลาสติก มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ ในการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ และวัดผลขยะทะเลที่ต้องลดลงตามเป้าหมาย สำหรับฐานข้อมูลในปี 2561 ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นโดยสถาบันพลาสติก ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาสถานการณ์ขยะพลาสติกของประเทศไทย โดยใช้แนวคิด Material Flow Analysis ของปี 2560 พบว่าประเทศไทยสร้างขยะจากผลิตภัณฑ์เป้าหมายประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง 1.93 ล้านตันต่อปี สามารถจัดการได้ 1.9 ล้านตัน แต่มีเพียง 3.9 แสนตัน ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ขยะที่เหลือยังคงอยู่ในหลุมฝังกลบถึง 1.51 ล้านตันต่อปี และมีขยะที่ยังไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสมถึง 30,000-50,000 ตันต่อปี โดยขยะเหล่านี้ได้หลุดไปสู่สิ่งแวดล้อมบนบก และคาดว่ามีการปนเปื้อนลงสู่ทะเล 10,000-30,000 ตันต่อปี อย่างไรก็ตามในปี 2562 กรมควบคุมมลพิษได้ว่าจ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาข้อมูลอย่างต่อเนื่องจากฐานข้อมูลของปี 2561 โดยจะเพิ่มเติมพื้นที่ศึกษา ผลกระทบจากมาตรการลด และเลิกใช้สินค้าพลาสติกบางชนิด รวมถึงแนวทางการลดผลกระทบของผู้ประกอบการต่อไป 

เสาหลักที่หก : ด้านการจัดหาเงินทุนและงบประมาณ ปัจจุบันได้รับเงินบริจาคจำนวน 5.2 ล้านบาท มีแผนใช้งบประมาณในปี 2562 แล้วจำนวน 5.2 ล้านบาทตามแผนการดำเนินงาน ปี ต้องการใช้เงินทุนทั้งสิ้นจำนวน 50 ล้านบาท ซึ่งโครงการยังต้องการเงินทุนสนับสนุนในการดำเนินงานอีกมาก แผนโครงการ PPP Plastics มีแผนดำเนินงาน ปี โดยดำเนินงานทั้ง เสาหลักอย่างต่อเนื่อง คณะทำงานมุ่งหวังว่าเมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้ว จะสามารถนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และสามารถลดปัญหาขยะพลาสติกลงทะเลไม่ต่ำกว่า 50%

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News