HomeBT NewsSCB CIO ชี้ สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นทั่วโลกเคลื่อนไหวในกรอบ-ซื้อขายเบาบาง

SCB CIO ชี้ สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นทั่วโลกเคลื่อนไหวในกรอบ-ซื้อขายเบาบาง

SCB CIO ประเมินช่วงสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นทั่วโลก ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบและมูลค่าซื้อขายเบาบาง เนื่องจากใกล้ช่วงวันหยุดคริสต์มาส และวันหยุดสิ้นปี

SCB Chief investment Office (SCB CIO) เปิดเผยว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา (16 ธ.ค. – 20 ธ.ค.) ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก จากความคืบหน้าการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลัง รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ-จีนจะลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรก ในเดือน ม.ค. และดัชนีฯได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งมากกว่าตลาดคาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเช่นกัน ขานรับการที่ธนาคารกลางสวีเดนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คงนโยบายการเงินตามที่ตลาดคาด ประกอบกับประเด็นการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) ที่มีความชัดเจนมากขึ้น

- Advertisement -

ขณะที่ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดลบ จากแรงขายในหุ้นกลุ่มส่งออก ตามเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น เทียบเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ ประกอบกับยอดการส่งออกของญี่ปุ่น ในเดือน พ.ย. ปรับลดลงเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน

ด้านตลาดหุ้นจีน (A-share) ปรับเพิ่มขึ้น ขานรับความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ประกอบกับ ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีน ในเดือน พ.ย.ดีกว่าตลาดคาด รวมทั้ง ธนาคารกลางจีน (PBoC) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินระยะ 14 วันลง 0.05% เพื่อเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ

ส่วน ราคาน้ำมัน ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขานรับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านราคาทองคำ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง

SCB CIO ประเมินว่าในสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายที่ค่อนข้างเบาบาง โดยในบางตลาดฯ อาจเผชิญความเสี่ยงจากแรงขายทำกำไร เนื่องจาก นักลงทุนบางส่วนมีแนวโน้มชะลอการซื้อขายในช่วงวันหยุดคริสต์มาส และช่วงใกล้วันหยุดสิ้นปี

ประกอบกับ ตลาดหุ้นฯ ยังอาจได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ยุโรปที่เพิ่มขึ้น ทั้งการเก็บภาษีดิจิทัล ภาษียานยนต์และชิ้นส่วน

รวมทั้ง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอุดหนุนแอร์บัส, ความไม่แน่นอนในประเด็น Brexit ที่กลับมาเพิ่มขึ้น หลังสภาล่างของอังกฤษเห็นชอบในหลักการต่อร่างกฎหมาย Brexit ที่ถูกเสนอโดย นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทำให้อังกฤษมีเวลาเพียง 11 เดือนในการเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ให้สำเร็จ มิเช่นนั้น อังกฤษจะต้องใช้เกณฑ์การค้าของ WTO ค้าขายกับ EU แทน

นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ดี การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่คืบหน้า โดยอาจจะลงนามกันในช่วงต้นเดือน ม.ค.63 จะช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นฯ ให้กลับมาปิดทรงตัวในสัปดาห์นี้
สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามมีดังนี้

1.ความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลัง รมว.คลังสหรัฐฯออกมายืนยันว่า สหรัฐฯ จะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน ในช่วงต้น เดือน ม.ค.63 ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ ออกมาทวีตว่า ได้หารือกับปธน.สี จิ้นผิงของจีน ในข้อตกลงการค้า รวมประเด็นเกาหลีเหนือ และฮ่องกง

2.ความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯที่ยังมีอยู่ หลังวุฒิสภาสหรัฐฯเตรียมพิจารณา และลงมติถอดถอนปธน.ทรัมป์ ในเดือน ม.ค.63 ในข้อหาการใช้อำนาจในทางมิชอบ และขัดขวางการสอบสวนของสภาคองเกรส

3.การเจรจาการค้าระหว่างรัฐบาลอังกฤษ-EU หลังสภาล่างอังกฤษได้ลงมติให้ความเห็นชอบในหลักการต่อร่างกฎหมายที่ระบุว่า อังกฤษจะแยกตัวจาก EU ในวันที่ 31 ม.ค.63 รวมทั้ง ระบุห้ามการขยายช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอังกฤษเกินกว่าเดือน ธ.ค.63 เพื่อให้มีข้อสรุปในข้อตกลงทางการค้ากับ EU ภายในช่วงเวลาดังกล่าว

อ่านข่าวอื่น เงินติดล้อ ฉลองเปิด 1,000 สาขา ปี 63 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 200 สาขา

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News