HomeBT Newsธปท.เปิดมุมมองภูมิทัศน์การเงินใหม่ “ซีอีโอ กสิกร” แนะรวมศูนย์หน่วยงานกำกับ

ธปท.เปิดมุมมองภูมิทัศน์การเงินใหม่ “ซีอีโอ กสิกร” แนะรวมศูนย์หน่วยงานกำกับ

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า หลังจากธปท.ได้เปิดแสดงความคิดเห็นจากทั้งภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และภาคประชาชน ถึงเรื่องรายงานภูมิทัศน์การเงินใหม่ของไทย เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ผ่านมา พบว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมีคนแสดงความเห็น 100 ความเห็น ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปรับสมดุลของธปท.ที่มุ่งไปด้านดิจิทัล ความยั่งยืน และเท่าทันความเสี่ยง โดยรายงานภูมิทัศน์การเงินใหม่ฉบับนี้ ธปท.ต้องการสื่อสารให้มุมมองและปรับวิธีคิดของธปท.ให้เปิดกว้างรับฟังมากขึ้น สามารถแสดงความเห็นได้จนถึงวันที่ 28 ก.พ.นี้

ทั้งนี้ธปท.เห็นว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การวางทิศทางนโยบายต้องกว้างมากขึ้น ธปท.ต้องปรับวิธีคิดและวิธีการ ในเรื่องวิธีคิดต้องหาจุดสมดุลการสนับสนุนนวัตกรรมและดูแลความเสี่ยง ส่วนวิธีการต้องสื่อสารให้ธปท.สามารถเปิดใจรับฟังในวงกว้างเพื่อเกิดนโยบายยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายที่เหมาะสม ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ ทำอย่างไรให้บทบาทภาคการเงินสนับสนุนเศรษฐกิจให้เติบโตยั่งยืน เรื่องสิ่งแวดล้อม หนี้สินประชาชน ขณะที่ภาคเงินครัวเรือนเปราะบางต้องแก้ไขให้ถูกจุด และเรื่องแนวทางกำกับธปท.จะต้องยืดหยุ่นขึ้น ตอบสนองนวัตกรรมและต้องดูแลความเสี่ยง เท่าทันความเสี่ยงต่างๆ

สำหรับหัวใจสำคัญในรายงานฉบับนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องดิจิทัล หรือธนาคารไร้สาขา (เวอร์ชวลแบงก์) เพียงอย่างเดียว แต่มีอีกหลายเรื่องเพื่อผลักดันโอเพ่นดาต้า อัตราดอกเบี้ยเป็นธรรมกับลูกหนี้ สอดรับความเสี่ยงที่ลูกหนี้มี เป็นการใช้ประโยชน์จากการใช้ข้อมูลค่าน้ำ ค่าไฟฟ้ามาเป็นข้อมูลพิจารณาสินเชื่อ เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น นอกจากนี้ธปท.ยังวางรากฐานภาคการเงินช่วยเศรษฐกิจปรับตัวดูแลสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นความเสี่ยงในทุกวัน และมีเรื่องการช่วยเหลือครัวเรือนให้ปรับตัวเข้ากับบริการดิจิทัล เรื่องปลดหนี้ ดูแลจัดการหนี้ครัวเรือน เป็นต้น

- Advertisement -

“มีคนเป็นห่วงถ้าเปิดให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา จะทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นหรือเปล่า และให้ผู้เล่นรายเดิมจะแข่งขันกับรายใหม่ได้อย่างเท่าเทียมหรือไม่ คนที่แสดงความคิดเห็นจึงฝากให้ธปท.ช่วยดูด้วย”

น.ส.ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารพาณิชย์ และผู้เล่นใหม่ที่จะเข้ามาต้องปรับตัวเยอะกว่าเดิม ซึ่งเห็นด้วยกับธปท.ที่รับฟังความเห็น แต่การที่จะให้เศรษฐกิจเติบโตไปได้ควบคู่กับการดูแหนี้ครัวเรือนต้องทำอย่างไร เพราะเมื่อมองการให้บริการทางการเงินของประเทศดีขึ้น และเกี่ยวข้องกับดิจิทัล หน่วยงานกำกับอาจไม่ใช่แค่ ธปท. ถ้าเกิดการรวมศูนย์หน่วยงานกำกับได้ เช่น ด้านดาต้า สื่อสาร ดิจิทัล ไม่ใช่แค่ธนาคาร จะทำให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และจะช่วยการเปลี่ยนผ่านไปได้รวดเร็วมากขึ้น

ขณะที่สินเชื่อยังมีช่องว่างในการปล่อยอีกมาก การเข้ามาของเวอร์ชวลแบงก์จะต้องตอบโจทย์ให้ชัดเจนว่าต้องการพัฒนาสินเชื่อ หรือบริการทางการเงินอย่างไร ซึ่งปัจจุบันยังมีคนที่ใช้หนี้นอกระบบอยู่มาก จากข้อมูล สสว. มีเอสเอ็มอี 2.29 ล้านราย แต่มี 37.4% เข้าไม่ถึงสินเชื่อ เชื่อว่าเวอร์ชวลแบงก์จะให้กลุ่มนี้เข้าถึงการเงินได้ดี จากที่คาดการณ์สามารถเพิ่มผลทางเศรษฐกิจได้ 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือ 0.08% ของจีดีพี “ในการกำกับถ้าทำให้เกิดการแข่งขันทุกคนถูกกำกับในลักษณะเดียวกัน สมมุติว่ามีเกณฑ์อยู่ ถ้าใครสามารถพิสูจน์ได้ว่ากระบวนการทำงาน หรือระบบได้ตามมาตรฐาน สามารถได้รับการผ่อนคลายวิธีการกำกับก็ได้ ปัจจุบันมีผู้เล่นมากนอกเหนือจากธนาคาร เพราะนอนแบงก์ก็จะมีธุรกิจอื่น การกำกับก็อาจจะลักษณะคล้ายกัน แต่ถ้าใครมีการทำตามได้มากกว่าเกณฑ์ก็จะได้รับผ่อนปรนการกำกับนั้นได้”

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News