HomeBT Newsจะทำอย่างไร เมื่อสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ล้มเหลวในชีวิตจริง

จะทำอย่างไร เมื่อสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ล้มเหลวในชีวิตจริง

คุณชญาน์ทัต วงศ์มณี Columnist of The Standard บรรยายในหัวข้อ “Start Changing Your Perspective”

ชญาน์ทัต เล่าว่า ที่สหรัฐฯ เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว มีผู้ชายคนหนึ่งทะเลาะกับแฟนอย่างรุนแรง ก่อนจะหยิบปืนยิงไปที่รถแฟน ซึ่งเป็นคดีความใหญ่มาก ศาลได้ถามผู้ชายคนนั้นว่า “คุณได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่คุณทำ” เขาตอบว่า เราไม่สามารถทำให้ผู้หญิงรักเราได้ถ้าเธอไม่รักเรา สุดท้ายสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดกลายมาเป็นแรงบันดาลใจและเป็นที่มาของเพลง I can’t make you love me ซึ่งคนน่าจะรู้จักในเวอร์ชั่นของ Adele กันแล้ว ซึ่งเพลงนี่พูดถึงว่า ฉันไม่สามารถทำให้เธอรักฉันได้ ถ้าเธอไม่รักฉัน เราไม่สามารถทำให้หัวใจเรารู้สึกในสิ่งที่เราไม่รู้สึกได้

ซึ่งมันเป็นคำถามที่สำคัญมากที่เราควรจะถามตัวเองว่า เราได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้น เวลาเราเห็นคนประสบความสำเร็จเราจะมีคำถามว่า เขาทำอะไรถึงประสบความสำเร็จ แต่เราต้องเรียนรู้ให้มากพอกับความสำเร็จคือ “ความล้มเหลว”

- Advertisement -

การเรียนล้มเหลว แต่เรียนรู้วิชาการใช้ชีวิต

ย้อนกลับไปสมัยเรียน ม.ปลาย มันจะมีทางแยกระหว่าง “สายวิทย์ กับ สายศิลป์” ด้วยความที่เป็นเด็กที่ชอบเรียนวิชา ไทย อังกฤษ สังคม ขนาดที่มองการแต่งกลอนหรือเขียนคำอวยพรวันแม่เป็นเหมือนโอลิมปิกของเด็กประถม เป็นเด็ก ป.2 ตัวอ้วนที่ชอบไปยืนอยู่หน้าบอร์ดที่ติดรางวัลผู้ชนะเลิศ ซึ่งขณะที่อ่านไปก็จะวิเคราะห์ไปด้วยว่าเขาเขียนกันอย่างไร

ซึ่งจากที่คิดว่าจะได้เรียนสายศิลป์ภาษา แต่ตอนนั้นโลกมันไมได้กว้าง สุดท้ายต้องตามใจพ่อมาเรียนสายวิทย์ ซึ่งไม่ถนัด และนึกไม่ออกว่าจะนำความรู้ไปทำอะไรได้ จึงเบื่อกับชีวิตการเรียน เรียนอย่างไม่มีเป้าหมาย

ชีวิตตอนนั้นเหมือนปลาที่ถูกจำมาไว้ที่พื้นและบอกให้ดิ้น เหมือนเป็นฝุ่นที่อาจารย์มองไม่เห็นเพราะเรียนไม่รู้เรื่อง ร้ายแรงที่สุดคืออาจารย์ท่านหนึ่งไปบอกกับพี่ชายว่า “น้องชายก็หน้าตาดูฉลาดดี” ซึ่งเขาไม่ได้ชม ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความหมาย

แต่ในช่วงที่ล้มเหลวทางการศึกษาที่สุด กลับทำให้เรียนรู้วิชาการใช้ชีวิต การใส่ใจคนอื่นและเข้าใจเด็กหลังห้อง จนมีผลกระทบมาจนถึงทุกวันนี้ว่าจะไม่ทำให้ใครรู้สึกเป็นฝุ่น ไม่ทำใครรู้สึกไม่มีความหมาย เราจะใส่ใจคนข้างหน้าเรา และไม่ตัดสินเขาเพียงเพราะเขาไม่เก่งหรือแตกต่างจากเรา

นอกจากนี้การมาอยู่ในสนามที่เราไม่ถนัด ยังทำให้เห็นคุณค่าในตัวเอง เพื่อนบางคนไม่ได้เรียนเก่งแต่เวลาเขาเรียนวิทยาศาสตร์เขามีความสุขมาก ส่วนเรานั่งแต่งกลอนระบายความเบื่อ และทำให้รู้ว่านี่เป็นสิ่งที่เรารักที่สุดในเวลาที่มืดมนที่สุด เมื่อย้อนนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็ก และอยากจะชนะการแต่งกลอนวันพ่อวันแม่ วันนั้นบอกกับตัวเองว่าจะต้องชนะให้ได้ อยากให้อาจารย์รู้ว่าเราก็มีดี อยากเป็นเด็กวิทย์ที่ไปยืนหน้าเสาธงและได้รางวัลอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

ซึ่งมีอยู่ปีหนึ่งเป็นความภาคภูมิใจมากเพราะพี่ชายที่เรียนชั้นเดียวกันจะเป็นคนสอนการบ้านวิทยาศาสตร์ให้เรา ส่วนเราต้องสอน ภาษาไทย อังกฤษ สังคม ให้พี่ชาย และต้องแต่งกลอนประกวดให้ ซึ่งเราได้ที่ 1 และพี่ชายได้ที่ 2 ตอนนั้นรู้สึกมีความสุขมาก เรามีคุณค่า เพียงแค่ไม่ได้อยู่ในสนามนั้น

ทุกวันนี้จะฝึกเอาตัวเองไปอยู่ในสนามที่ไม่คุ้นเคย มีโปรเจกต์ที่จะเอาตัวเองไปอยู่ในสนามที่ตัวเองไม่ถนัด อย่างไปเรียนมวยไทย หรือเรียนทำอาหาร ซึ่งพอเราเห็นคนที่เก่งกว่าเรา เราจะรู้สึกชื่นชมคนอื่น มันทำให้รู้ว่าทุกคนมีคุณค่า

สำเร็จในหน้าที่การงาน ล้มเหลวในชีวิตจริง

ผมต้องการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจ เลยเป็นคนบ้างาน ทุ่มเทกับงาน จนไปอยู่ในจุดที่ไม่ต้องอายใครถ้าเทียบกับคนอื่น ๆ

จุดเปลี่ยนคือ ‘วันแม่’ เมื่อ 9 ปี ที่แล้ว ตื่นมาและมีอาการเจ็บหน้าอก ซึ่งเป็นปีที่ไม่ได้กลับไปหาแม่ แถมยังดีใจที่จะได้มีเวลาทำงานเพิ่ม เลยนอนต่อเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หาย แต่พอตื่นมาอีกทีประมาณเที่ยงก็ยังไม่โอเค เลยขับรถไปหาหมอ หมอถามว่า “สูบบุหรี่ไหม กินเหล้าไหม เล่นยาไหม” เพราะหัวใจห้องหนี่งกำลังจะหยุดเต้น ต้องผ่าตัดด่วน ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก โทรหาคุณพ่อให้คุยกับหมอ หลังจากคุยจบ คุณพ่อบอกได้ในสิ่งที่จะไม่มีทางลืมไปตลอดชีวิต “ลูกรัก ไม่ต้องกลัวนะลูก เราจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ลูกมีชีวิตอยู่” ซึ่งเป็นคำพูดของคนที่เราละเลย แต่เป็นคำพูดของคนที่อยากให้เรามีชีวิตอยู่มากที่สุด

เมื่อความตายมันอยู่ตรงหน้า สิ่งที่คิดคือ ตอนนี้เราทำอะไรอยู่ ที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่เรากลับล้มเหลวในชีวิตจริง เราละเลยคนที่เรารัก เพราะคิดว่าเวลามันยังเหลืออีกเยอะ มีความฝันก็ไม่เคยได้ทำเพราะคิดแต่ว่าเอาไว้ก่อน

3 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดได้ทะเลาะกับแม่เรื่องปิดประตูดัง และหลังจากนั้นเราไมได้คุยกัน 2 อาทิตย์ ถ้าวันนี้มันจะเป็นวันสุดท้ายจริง ๆ ก็อยากได้เวลานั้นกลับมาและจะใช้ให้คุ้มที่สุด

โอกาสรอดมีแค่ 25% ตอนนั้นบอกกับตัวเองว่าถ้ารอดมาได้ จะไม่บ้าความสำเร็จ ไม่บ้างาน จะดูแลคนอื่น ไม่ปล่อยให้ชีวิตอยู่บนความประมาทอีกต่อไป และอยากจะบอกทุกคนว่าอย่าใช้ชีวิตอย่างที่ผมเคยใช้มาก่อน

ล้มเหลว เรียนรู้ และสู้ต่อไป

อย่าใช้คำว่าเดี๋ยวกับชีวิต แต่ใช้คำว่าเดี๋ยวนี้ เพราะเราไม่ได้มีโอกาสมากมายอีกต่อไป ถ้าเรามีความฝันอะไร ทำเดี๋ยวนี้

ต่อให้เราประสบความสำเร็จขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าหันไปแล้วไม่เจอใคร มันจะเป็นความสำเร็จที่เดียวดาย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่ไม่มีใครมาร่วมยินดีด้วย

ล้มเหลวในการใช้วิต เราจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอีกครั้ง ความสำเร็จและความล้มเหลวมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ คือมันไม่อยู่กับเราถาวร และมันให้บทเรียนที่มีค่ากับเราเสมอ เราต้องเรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์จากทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว ถอดบทเรียนจากความล้มเหลวเพื่อไม่ให้พลาดซ้ำ และจะรับมือจากมันได้อย่างไร

“นางแบบส่วนใหญ่จะฝึกเดินอย่างไรให้สวยที่สุด แต่นางแบบอาขีพระดับตำนานเขาฝึกล้ม ล้มอย่างไรให้ไม่บาดเจ็บ ล้มอย่างไรยังดูสวย ล้มอย่างไรให้จัดระเบียบร่างกายได้ และลุกแบบไหนที่ดูสง่าที่สุด”

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News