HomeBT Newsย่อข่าวธุรกิจในประเทศ 23 มีนาคม 2566

ย่อข่าวธุรกิจในประเทศ 23 มีนาคม 2566


พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานเวิร์คฟอร์มโฮม เริ่มใช้ 18 เม.ย.นี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ได้เพิ่มบทบัญญัติ มาตรา 23/1 ซึ่งมีสาระสำคัญให้ลูกจ้างนำงานไปปฏิบัตินอกสถานประกอบการ หรือ นอกสำนักงานของนายจ้าง


โดยนำไปทำที่บ้านหรือที่พักอาศัยของลูกจ้าง หรือผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานที่ใดๆได้ โดยอาจตกลงให้มีรายละเอียด เช่น  ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดวันทำงาน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก การทำงานล่วงเวลา การลา  ขอบเขตหน้าที่ของลูกจ้าง การกำกับควบคุมของนายจ้าง ภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์การทำงาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18 เม.ย. 2566 เป็นต้นไป

- Advertisement -


ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งกว่า 3.3 แสนคัน

รายงานสถิติจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเดือนมกราคม 2566 มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 ประเภท สะสมสูงถึง 317,502 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2565 ถึง 39.47% ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 มียอดจดทะเบียนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 331,885 คัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญของไทยในการเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ  ตามมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล ที่สนับสนุนให้เกิดการผลิตและใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ โดยประเภทรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจดทะเบียนสะสมมากที่สุด คือ รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด มียอดจดทะเบียนสะสมเดือนมกราคม จำนวน 257,726 คัน และเพิ่มเป็น 265,475 คัน ในเดือนกุมภาพันธ์


เอกชนผิดหวังค่าไฟฟ้างวดใหม่ ควรทำได้ถูกกว่านี้

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังกับมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่เคาะค่าเอฟทีงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2566 อยู่ที่ 98.27 สตางค์/หน่วย ทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจ จ่ายค่าไฟฟ้าอัตราเดียวคือ 4.77 บาทต่อหน่วย


ส่งผลให้ค่าไฟภาคธุรกิจลดลง 56 สตางค์ต่อหน่วย แต่ค่าไฟบ้านกลับแพงขึ้น 5 สตางค์/หน่วย จากเดิมอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย ทั้งที่รอบเดือน พ.ค.-ส.ค.ทิศทางราคาพลังงานโลกมีแนวโน้มลดลง ภาครัฐควรทำให้ค่าเอฟทีทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจต่ำกว่านี้ เพื่อลดภาระในช่วงเศรษฐกิจโลกถดถอย


ล็อตแรก! ไข่ไก่ไทยเปิดตลาดใหม่ ส่งออกไต้หวัน

นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงการปล่อยตู้คอนเทนเนอร์แรกที่บรรจุไข่ไก่สดไปยังไต้หวัน ว่า เป็นการส่งออกจากศูนย์รวบรวมไข่ไก่ บริษัท เกษมชัย ฟู้ด จำกัด จังหวัดนครปฐม


ซึ่งได้รับรองมาตรฐานเพื่อการส่งออกจากกรมปศุสัตว์ มีปริมาณการส่งออก 325,000 ฟอง มูลค่าประมาณ 1,500,000 บาท โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีปริมาณการส่งออกไข่ไก่สดจากประเทศไทยไปยังไต้หวันได้มากกว่า 50 ล้านฟอง มูลค่ากว่า 230 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการสร้างตลาดใหม่ ส่งผลดีต่อการรักษาสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภค และสร้างเสถียรภาพด้านราคาที่เกษตรกรจำหน่ายในประเทศได้


ตลาด “น้ำด่าง” มาแรง โดนใจกลุ่มเจน Y

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกระแสการบริโภค “น้ำด่าง” ที่มีค่า pH ไม่น้อยกว่า 8.0 เป็นที่นิยมแพร่หลายในต่างประเทศ ทั้งในญี่ปุ่นและไต้หวัน ขณะที่การบริโภคในประเทศไทย เป็นที่นิยมในกลุ่ม Gen Y ซึ่งเป็น “The Wellness Generation” ทำให้มีโอกาสเติบโตอีกมาก


เมื่อเทียบกับธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดที่มีมูลค่ากว่า 28,500 ล้านบาทต่อปี บริษัทจึงตั้งเป้าหมายทำ “น้ำด่างอิชิตัน” ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น ผ่านระบบออนไลน์และออฟไลน์ เจาะกลุ่มคนทำงานในเมือง มั่นใจจะเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ช่วยสนับสนุนเป้าหมายปี 2566 ให้มีรายได้ 7,300 ล้านบาท หรือเติบโต 15%

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News