HomeBT Newsย่อข่าวธุรกิจในประเทศ 22 ธันวาคม 2566

ย่อข่าวธุรกิจในประเทศ 22 ธันวาคม 2566



ครม. อนุมัติงบ 34,060 ล้านบาท หนุนมาตรการ EV 3.5

ที่ประชุม ครม. (19 ธ.ค. 66) อนุมัติมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV3.5 ช่วงเวลา 4 ปี (2567 – 2570) โดยจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 34,060 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินการตามมาตรการ EV3 ในส่วนที่ขาด และการอุดหนุนตามมาตรการ EV3.5


โดยสิทธิประโยชน์ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

- Advertisement -

  1. เงินอุดหนุน โดยเงินอุดหนุนจะเป็นไปตามประเภทของรถ และขนาดของแบตเตอรี่ ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
  2. การลดอัตราอากรขาเข้ารถยนต์สำเร็จรูป
  3. การลดอัตราภาษีสรรพสามิต

พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเดิมที่เข้าร่วมมาตรการ EV3 แล้ว หากมีความประสงค์จะเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ให้สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ได้ ตามเงื่อนไขของแต่ละมาตรการ



รัฐตรึงราคาดีเซล-LPG และช่วยค่าไฟฟ้ากลุ่มเปราะบาง

ที่ประชุม ครม. (วันที่ 19 ธ.ค. 2566) มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากมาตรการที่ดำเนินในช่วงเดือน ก.ย. 2566 – ธ.ค. 2566 ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ


มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและด้านไฟฟ้า ดังนี้

(1) ราคาน้ำมันดีเซล ตรึงราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 – 31 มี.ค. 2567) โดยมี พน. และกระทรวงการคลัง ร่วมกันบริหารจัดการราคาขายปลีก โดยใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

(2) ราคา LPG ตรึงราคาขายปลีกที่ระดับ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 – 31 มี.ค. 2567) โดย พน. บริหารผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

(3) ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พิจารณาดำเนินการตรึงอัตราค่าไฟฟ้าที่ประกาศเรียกเก็บกับผู้ใช้ไฟฟ้า “รอบเดือน ม.ค. 2567 – เม.ย. 2567” ในอัตราไม่เกิน 4.20 บาทต่อหน่วยต่อไป

(4) ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านที่ใช้ไฟฟ้า ไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน “ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง” คงไว้ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นการลดเป็นเวลา 4 เดือน (รอบบิล ม.ค. – เม.ย. 2567)

มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเหล่านี้ เป็นการแบ่งเบาภาระให้ประชาชนระยะสั้น สำหรับการดำเนินการในระยะยาวนั้น ได้มีการจัดตั้งคณะมาทำงานเพื่อปรับทั้งระบบและโครงสร้างราคาพลังงานแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลจะแจ้งค่าไฟฟ้าให้ทราบหลังจากได้เห็นราคาก๊าซ ณ วันที่ 1 ม.ค. 2567 อีกครั้ง



“พวงเพ็ชร” ร่วมพิธีอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย ชูศาสนาพุทธเป็น Soft power

วานนี้ (21 ธันวาคม 2566) เวลา 15.00 น. ณ พระอุโบสถ วัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีขลิบผมนาค ในโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ชาวอินเดีย “ปลูกหน่อพุทธบุตร สืบพระศาสนาสู่แดนพุทธภูมิ” โดย พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำ 908 เป็นประธานในพิธี มีนายกฤช เอื้อวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย


สำหรับพิธี “ปลูกหน่อพุทธบุตร สืบพระศาสนาสู่แดนพุทธภูมิ” จัดขึ้นเพื่อถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม 2566 และถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสครบ 100 ปี วันประสูตร 6 พฤษภาคม 2566 จัดโดยชมรมไตรรัตนภูมิ วัดธาตุทอง ร่วมกับ มูลนิธิกากัน มาลิก (อินเดีย) มูลนิธิอาชเร (อินเดีย) กิจกรรมนี้ เป็นการประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทชาวอินเดียผู้มีจิตศรัทธาจำนวน 47 คน เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อเรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตแบบนักบวชในพุทธศาสนาแบบเถรวาท ณ วัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร



“นฤมล” เผยรัฐวิสาหกิจจีนสนใจนำเข้าทุเรียนไทย มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท

วันนี้ 22 ธ.ค. 66 ศาตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย พบหารือกับนาย Zha Di ผู้อำนวยการด้านธุรกิจ บริษัท HuashiSupply Chain (Yunnan) จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจดำเนินกิจการเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตร


รวมถึงผลิตภัณฑ์ธรรมชาติต่าง ๆ เช่น แร่ อาหาร ผลไม้ และผัก จากประเทศไืทยไปขายยังประเทศจีนผู้แทนการค้า เปิดเผยว่า ทาง บริษัท HuashiSupply Chain (Yunnan)  มีความสนใจในสินค้าเกษตรของไทย และได้สั่งซื้อสินค้าเกษตรเพื่อไปขายยังประเทศจีน โดยเฉพาะที่มณฑลยูนนาน ซึ่งบริษัทฯ วางแผนจัดซื้อสินค้าเกษตรจากไทยในปี 2567 เบื้องต้น บริษัทฯ มีแผนนำเข้าทุเรียนแช่แข็งจากไทยส่งไปจีน จำนวน 5,000 ตู้ มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการซื้อขายสินค้าส่งออกให้ได้ผลประโยชน์ร่วมกันมากที่สุด และไม่กระทบกับผู้ประกอบการของไทย ทางบริษัทฯ ต้องการรับทราบนโยบายด้านการส่งเสริมการส่งออกของไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และมองหาโอกาสเพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับไทยอย่างยั่งยืน



“อนุทิน-แพทองธาร” ถกแผนดันสงกรานต์ติดท็อป 10 สุดยอดเทศกาลโลก

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 66 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้เป็นประธานการประชุม การพิจารณาวางแผนการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival ณ ห้องราชสีห์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย


โดยมี ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ทั้ง 11 สาขา นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเข้าร่วมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)

นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีโอกาสต้อนรับคณะบุคคลที่มีความหลากหลายทางด้านประสบการณ์ทั้งผลงานและการทำงาน ที่จะมาร่วมผลักดันภารกิจซอฟต์พาวเวอร์ ดูเป็นบรรยากาศที่น่าตื่นเต้น เริ่มต้นโอกาสใหม่ๆของคนไทย ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเองถือเป็นกระทรวงแรกๆ ที่ได้ดำเนินการในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาก่อน อาทิ การขับเคลื่อนสินค้า OTOP ที่ดำเนินการมา 2 ทศวรรษตั้งแต่ยุคที่ท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และมีการพัฒนาเรื่อยมาเป็นฐานสำคัญที่จะต่อยอดไปเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ตามนโยบายของรัฐบาล

จากนั้น ที่ประชุมได้มีการพิจารณาแนวคิด แผนงาน การจัดงาน Maha Songkran World Water Festival เพื่อพิจารณาขอการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ การขอรับสนับสนุนพื้นที่จัดงานโดยกรุงเทพมหานคร การให้ทุกจังหวัดจัดส่งขบวนรถพาเหรดเข้าร่วม ส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นดีของเด่นของแต่ละจังหวัดเพื่อจำหน่ายภายในงาน การสนับสนุนพื้นที่ การสนับสนุนน้ำสะอาดสำหรับการจัดกิจกรรมของการประปานครหลวง ตลอดจนการจัดหากระแสไฟฟ้า ประดับไฟในการจัดงานโดยการไฟฟ้านครหลวง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News