HomeBT Newsนักลงทุนจับตาชื่อ ‘ประธานเฟด’ ฉุดดอลลาร์ย่อตัว กดดันเงินบาท

นักลงทุนจับตาชื่อ ‘ประธานเฟด’ ฉุดดอลลาร์ย่อตัว กดดันเงินบาท

“กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา” มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.68 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.56-32.86 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างสัปดาห์เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน

เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือนหลังออสเตรียประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ขณะที่เยอรมนีอาจจะพิจารณาใช้มาตรการควบคุมโรคเช่นกัน

ในทางกลับกันเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงแสดงความกังวลต่อผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยผู้กำหนดนโยบายบางรายสนับสนุนการเร่งปรับลดขนาดมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ เพื่อปูทางให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วขึ้นหากการจ้างงานยังคงฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยมูลค่า 1,984 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 18,508 ล้านบาท

- Advertisement -

ทั้งนี้มองว่า นักลงทุนจะให้ความสนใจกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในยุโรป ข้อมูลจีดีพีและค่าใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลในสหรัฐฯ รายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 2-3 พฤศจิกายน และการตัดสินใจของประธานาธิบดี โจ ไบเดนเกี่ยวกับประธานเฟด โดยสมมติฐานหลักของตลาดคือประธานพาวเวลล์ซึ่งจะหมดวาระลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จะได้ดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งสมัย

อย่างไรก็ดี หากเบรนาร์ดซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้ว่าการของเฟดได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ มีความเสี่ยงที่ค่าเงินดอลลาร์จะย่อตัวลงตามการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและการคาดการณ์ทิศทางเงินเฟ้อในระยะถัดไป ส่วนสภาพคล่องการซื้อขายในตลาดโลกอาจต่ำลงขณะที่สหรัฐฯเข้าสู่เทศกาลขอบคุณพระเจ้าในช่วงท้ายสัปดาห์

สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์จะเผยแพร่ข้อมูลส่งออกนำเข้าเดือนตุลาคม ซึ่งคาดว่ายอดการส่งออกและนำเข้ายังคงขยายตัวสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ประเมินเศรษฐกิจในปี 2565 จะเติบโต 3.5-4.5%

เมื่อมองไปไกลกว่านั้น ทางด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากอดีตมากนักทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิมในภาวะที่บริบทโลกเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะกระแสดิจิทัลและกระแสความยั่งยืน ขณะที่ในระยะยาวหากไทยไม่ยกระดับประสิทธิภาพแรงงาน ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจจะเหลือเพียง 3% ต่อปี

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News