ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.73 บาท/ดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.64 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 33.65-33.80 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.65-33.80 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 33.63-33.74 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดยังทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED
ล่าสุด ตลาดให้โอกาสราว 54% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังหนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่นที่อ่อนค่าทะลุระดับ 163 เยนต่อดอลลาร์ ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน และส่วนต่างบอนด์ยีลด์ระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นที่กว้างขึ้น
อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทถูกชะลอลงบางส่วน หลังราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เข้าใกล้โซนแนวต้าน 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจาหยุดยิงกันได้อีกครั้ง รวมถึงแรงซื้อทองคำแบบ Buy on Dip ของนักลงทุนบางส่วน ในช่วงที่ตลาดทยอยรับรู้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่า เงินบาทมีความเสี่ยงเผชิญแรงกดดันทั้งสองทาง หรือ Two-way risk ในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับการปรับมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เงินบาทอาจยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยมีแนวต้านบริเวณ 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่ในช่วง 33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตะวันออกกลาง และการปรับมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะส่งผลต่อเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ และหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor
ในช่วงระหว่างวัน โดยเฉพาะราว 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่าควรระวังความผันผวนของเงินบาท หากรายงานเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของอังกฤษออกมาชะลอตัวต่ำกว่าคาด จนทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ BOE ซึ่งอาจกดดันเงินปอนด์ให้อ่อนค่า และหนุนเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นบางส่วน
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทจากเงินดอลลาร์อาจถูกชะลอได้ หากราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นต่อ หรืออย่างน้อยแกว่งตัวในกรอบ Sideways จากการปรับลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักบางแห่ง
อีกปัจจัยที่ต้องจับตา คือ การเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น หลังล่าสุดเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 163 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเห็นเงินเยนพลิกกลับมาแข็งค่าเร็วในระยะสั้น จากการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดบางส่วน หากเกิดขึ้น อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท หรือช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้บ้าง
Krungthai GLOBAL MARKETS ย้ำว่า เงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้อย่างชัดเจน จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทยอยคลี่คลายลงอีกครั้ง ซึ่งอาจต้องใช้เวลา หากเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่สหรัฐฯ เคยดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน จนสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเงินมากพอให้อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจาหยุดยิง
ขณะเดียวกัน ยังต้องระวังความเสี่ยงที่เงินบาทอาจอ่อนค่าลงเพิ่มเติม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอีกครั้ง แม้ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า หากสถานการณ์รุนแรงมากจนโฟลว์น้ำมันจากตะวันออกกลางลดลงเหลือ 0 บาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวขึ้นต่อ แต่ไม่น่าจะถึงระดับ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในภาวะดังกล่าว ตลาดอาจกลับมาปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED รวมถึงธนาคารกลางหลักอื่น ๆ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อเงินบาทผ่านการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ การปรับตัวลงของราคาทองคำ และแรงขายหุ้นเทคโนโลยีกลุ่ม AI/Semiconductor ที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ไม่ยาก
ในเชิงเทคนิค Krungthai GLOBAL MARKETS ยังไม่เปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาท ซึ่งยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า หรืออย่างน้อยยังแกว่งตัวไร้ทิศทางชัดเจน จนกว่าจะเห็นเงินบาทแข็งค่าทะลุแนวรับสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนในกรอบรายสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในกรอบรายวัน การแข็งค่าของเงินบาททะลุระดับ 33.30-33.40 บาทต่อดอลลาร์ อาจถือเป็นสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มระยะสั้นได้

