HomeBT NewsBANPU ปี 62 กำไรลด108% พลิกขาดทุน 552 ลบ. จากขาดทุนแปลงค่างบการเงิน

BANPU ปี 62 กำไรลด108% พลิกขาดทุน 552 ลบ. จากขาดทุนแปลงค่างบการเงิน

BANPU รายงานผลประกอบการปี 2562 ขาดทุน 552 ล้านบาท หรือลดลง 108% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐฯในปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินจำนวน 95 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,007 ล้านบาท)

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU รายงานผลประกอบการประจำปี 2562 ขาดทุนสุทธิ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 552 ล้านบาท) ลดลง 108% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐฯในปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินจำนวน 95 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,007 ล้านบาท)

ขณะเดียวกัน แนวโน้มธุรกิจพลังงานในช่วงปี 2562 สะท้อนถึงความท้าทายจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกประกอบกับปัจจัยด้านสภาวะอากาศที่ไม่หนาวเย็นนักในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ ทำให้ความต้องการใช้พลังงานชะลอตัวและกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มพลังงานในช่วงไตรมาส 4/2562

- Advertisement -

ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2562 BANPU ขาดทุนสุทธิ 28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 886 ล้านบาท) ก่อนรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

ในไตรมาส 4/2562 ธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐอินโดนีเซียซึ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนรายงานปริมาณขายถ่านหิน 6.34 ล้านตัน ลดลง 5% จากไตรมาสก่อนหน้า ราคาขายถ่านหินเฉลี่ย 64 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,026 ล้านบาท)ต่อตัน ปรับสูงขึ้น 4% ในขณะที่ต้นทุนขายปรับลดลงอีก 2% เป็น 43 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,361 ล้านบาท)ต่อตันด้วยราคาน้ามันดีเซลที่คงเดิมในระดับ 0.67 เหรียญสหรัฐฯต่อลิตร อัตรากำไรขั้นต้นจึงปรับสูงขึ้นเป็น 34% เทียบกับ 28% ในไตรมาสก่อนหน้า

ด้าน ธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลีย รายงานปริมาณขายจานวน 2.92 ล้านตันในไตรมาส 4/2562 ปรับเพิ่มขึ้น 6% ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่ 90.96 เหรียญออสเตรเลียต่อตันด้วยต้นทุนขายเฉลี่ยที่ 53.59 เหรียญออสเตรเลียต่อตัน อัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็น 13% เทียบกับ 27% ในไตรมาสก่อนหน้า

ธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 253 ล้านบาท)ในไตรมาสนี้ด้วยการผลิตถ่านหินที่ราบรื่นและความต้องการใช้ในประเทศอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่อง ธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีการผลิตที่ต่อเนื่องจำนวน 18 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf)

อย่างไรก็ตามฤดูหนาวที่ไม่ได้รุนแรงนักในสหรัฐอเมริกาประกอบกับปริมาณก๊าซธรรมชาติในคลังสำรองที่มีอยู่มากเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาก๊าซธรรมชาติในช่วงปลายปี ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 1.21 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 38 ล้านบาท)ต่อล้าน BTU (MMBtu) โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นคิดเป็น 23%

ในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงานกำไรสุทธิจำนวน 5.62 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 177 ล้านบาท)ในไตรมาสนี้ โรงไฟฟ้า BLCP ได้จำหน่ายไฟฟ้าครบตามสัญญาในเดือนตุลาคมจึงได้พักการผลิตในช่วงปลายปีส่งผลให้รายงานส่วนแบ่งขาดทุนจานวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 158 ล้านบาท) โรงไฟฟ้าหงสารายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 221 ล้านบาท)

เนื่องจากการผลิตไฟฟ้ามีความจำเป็นต้องหยุดตรวจสอบในช่วงเดือนพฤศจิกายนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะนี้ทั้ง 3 หน่วยผลิตของโรงไฟฟ้าหงสาได้กลับมาเดินเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าอย่างเต็มระบบสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2563

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News