HomeBT News“กสิกร”ชี้ จีนอาจไม่สนย้ายฐานผลิตมาไทย เหตุเกินดุลสหรัฐฯ 2 หมื่นล้านเหรียญ

“กสิกร”ชี้ จีนอาจไม่สนย้ายฐานผลิตมาไทย เหตุเกินดุลสหรัฐฯ 2 หมื่นล้านเหรียญ

ธนาคารกสิกรไทย ประเมินไทยอาจไม่ได้รับอานิสงส์ย้ายฐานการผลิตจากจีน เนื่องจากไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ประเมินจีดีพีปี 63 โต 2.7% เงินเฟ้ออยู่ระดับ 0.7% เงินบาทสิ้นปีเคลื่อนไหวที่ 29.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ

นายกอบสิทธิ์ ศิลปะชัย ผู้บริหารงานสายวิจัยเศรษฐกิจ และตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน เริ่มมีท่าทีผ่อนคลายขึ้น หลังจีนยอมซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ แต่สหรัฐฯ ยังไม่มีการผ่อนคลายภาษีสินค้าที่ขึ้นกับจีนไปแล้ว ทำให้ภาคการส่งออกยังได้รับผลกระทบอยู่

ส่วน ประเทศไทยคาดว่าจะเริ่มเห็นการลงทุนของภาครัฐเพิ่มขึ้น 6.9% ในช่วงไตรมาส 2/63 โดยยังมีปัญหาภัยแล้งที่จะเป็นปัจจัยฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเพียงเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าปัญหาภัยแล้งจะทำให้รายได้ภาคเกษตรลดลงกว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตของ GDP ที่ 0.1%

- Advertisement -

ขณะเดียวกัน ธนาคารกสิกรไทยยังคงเป้าหมายว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับ 1.25% ทั้งปี แต่ยังมีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1% ในช่วงไตรมาส 1/63 ได้เช่นกัน เนื่องจากการลดดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นที่พอจะทำได้ นอกจากนี้ ยังคงต้องใช้นโยบายการคลังควบคู่กับนโยบายการเงินเพื่อดูแลสเถียรภาพเศรษฐกิจด้วย

ขณะที่ มีการประเมินว่าไทย อาจได้รับอานิสงส์จากข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จนทำให้จีนอาจมีการย้ายฐานการผลิตมาอยู่ในไทยเพิ่มขึ้นอาจไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เนื่องจากขณะนี้ไทยเกินดุลการค้าจากสหรัฐฯ เป็นมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงพอสมควรและอาจไม่ส่งผลดีกับไทยนัก โดยจีนอาจเลือกย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่นที่น่าสนใจกว่าไทย แต่ถ้าไทยอยากให้ตนเองเป็นประเทศที่น่าสนใจของการย้ายฐานการผลิตต้องทำให้ดุลการค้าที่เกินดุลจากสหรัฐฯ ลดน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าอัตราการเติบโต GDP ปี 63 จะอยู่ที่ 2.7% ส่วนภาคส่งออกยังคงติดลบ 1% จากปัจจัยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังไม่จบลงทีเดียว โดยสหรัฐฯยังคงนโยบายการเก็บภาษีสินค้าจากจีนอยู่ ด้านเงินเฟ้อคาดอยู่ในกรอบ 0.7% ต่ำกว่าเกณฑ์ 1.3%

ทั้งนี้ ประเมินว่าค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศไทยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลกว่า 3.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยคาดว่าช่วงกลางปีเงินบาทจะเคลื่อนไหวในระดับ 29.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะลงไปอยู่ที่ 29.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

อ่านข่าวอื่น บล.ทรินีตี้ แนะปรับพอร์ต รับมือความเสี่ยงปี 63 คาดหาผลตอลแทนยาก

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News