HomeBT Newsเมื่อชาวบ้านเจอปัญหา "ช้างป่า" และใช้เทคโนโลยีเตือนกันและกัน

เมื่อชาวบ้านเจอปัญหา “ช้างป่า” และใช้เทคโนโลยีเตือนกันและกัน

ปัญหาช้างป่ากับชุมชนเป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องอาศัยการแก้ไขโดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดย สภาองค์กรชุมชนตำบลพวา , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(Depa) และ บริษัท เอนนี่แวร์ ทูโก จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนา แอปพลิเคชัน i lert U และ Claim Di) ในการพัฒนาแอปพลิเคชันแจ้งเตือนชาวบ้านจากช้างป่า ชื่อ “ช้างป่า i lert U”

โดยแอปฯดังกล่าว เป็นแอปฯ ที่อยู่บนมือถือ โดยบังคับให้ผู้ใช้เปิด GPS ทำให้ทุกคนที่พบเจอช้างป่า รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ชุมชน ก็สามารถแจ้งเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องได้ ตลอด 24 ชม. และ สามารถส่งภาพพร้อมข้อความได้ไม่ยาก ซึ่งเมื่อห้องควบคุมได้รับแจ้งก็จะมีเสียงเตือนเข้ามาในระบบเมื่อมีผู้แจ้งเหตุ โดยมีสถานะของเรื่องแจ้งทั้ง รับทราบ , ลงพื้นที่แล้ว และ แก้ไขปัญหาแล้ว

แอปฯ “ช้างป่า i lert U”

ทำความรู้จักพื้นที่ และปัญหา

นายทนง เมธาวรากุล นายกเทศมนตรีตำบลพวา ระบุว่า พื้นที่ชุมชน ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี อยู่ใกล้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน ทำให้มีช้างป่ารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ชุมชนอยู่เป็นประจำ บางครั้งช้างป่าเข้ามาเป็นโขลงใหญ่กว่า 100 ตัว ซึ่งเป้าหมายของจังหวัด คือ การแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยา ซึ่งช้างป่ามักจะลงมาหากินในพื้นทางการเกษตรและชุมชนของชาวบ้าน บางครั้งทำให้พืชผลเสียหาย

- Advertisement -

เดิมชาวบ้านมีการแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยการตั้งกลุ่มแชท ในแอปพลิเคชันไลน์ โดยชาวบ้านคนใดที่พบเห็นก็จะถ่ายรูปส่งเข้าไปยังกลุ่มแชทไลน์ ซึ่งชาวบ้านก็เริ่มปรับตัวโดยการปลูกพืชผลทางการเกษตรที่ช้างป่าขื่นชอบ ก็ทำให้เดิมช้างป่าที่รวมตัวกันเป็นโขลงใหญ่ ก็แยกออกเป็นโขลงเล็ก ๆ และเหลือเพียง 2-3 ตัว ทำให้ปัญหากระจายตัวออกไป บางครั้งไปไกลถึงตัวเมืองจันทบุรี และเมื่อช้างป่ากระจายตัวมากขึ้น การแจ้งเตือนผ่านกลุ่มไลน์ก็ไม่สามารถครอบคลุมปัญหาได้เพียงพออีกต่อไป

นายทนง เมธาวรากุล นายกเทศมนตรีตำบลพวา

การทำงานแจ้งเตือนช้างป่า

อาสาสมัครพิทักษ์ช่างอ่างฤๅไน ระบุว่า ปกติแล้วพฤติกรรมของช้างป่าจะออกหากินตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงเช้ามืด ซึ่งที่นี่ก็มีการทำคูน้ำ และรั้วต่าง ๆ ในการป้องกันช้างเข้าสู่เขตชุมชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ ที่ทำหน้าที่อยู่ในพื้นที่มีหน้าที่ติดตามและแจ้งแตือน ช้างป่าที่เข้ามาในพื้นที่ เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิตของประชาชน

นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(Depa) ระบุว่า แม้ช้างป่าบางครั้งอาจดูไม่อันตราย แต่ก็มีผู้เสียชีวิตอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหากดูพื้นที่ที่คนและช้างป่าอยู่อาศัยเป็นเขตเดียวกัน ดังนั้นหากมีการแจ้งเตือนอย่างมีประสิทธิภาพ ชาวบ้านก็จะสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวได้ ไม่ใช่แอปฯที่ทำมาเพื่อไล่ช้างป่า

สำหรับแอปฯ “ช้างป่า i lert U” เริ่มโครงการตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา และเริ่มการปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทดลองใช้เมื่อช่วงปลายปี 2562 และมีการอบรมเจ้าหน้าที่เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผานมา ซึ่งที่เทศบาลตำบลพวา มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชม. อยู่แล้วซึ่งหากมีระบบแจ้งเตือนที่แม่นยำก็จะสามารถดำเนินการและนำข้อมูลไปงางแผนได้ในปีต่อไปได้ เช่น ช่วงเดือนใดที่ช้างออกมาหากินเยอะมี่สุด หรือ ช้างป่าออกมาหากินเวลาใดในฤดูใดเป็นพิเศษหรือไม่ โดยหลังจากนี้จะขยายผลไปยังประชาชนทั่วไปเข้าถึงการแจ้งเตือนในแอปฯ ดังกล่าว

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News