HomeBT Newsเปิดข้อมูลเสถียรภาพระบบการเงินไทย ครัวเรือนความสามารถชำระหนี้ลดลง

เปิดข้อมูลเสถียรภาพระบบการเงินไทย ครัวเรือนความสามารถชำระหนี้ลดลง

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแบงก์ชาติ รายงานเสถียรภาพระบบการเงินไทย ประจำไตรมาส 3 ปี 2566 โดยแบ่งเป็น 8 ด้านสำคัญ โดย 1.ภาคครัวเรือน ความสามารถในการชำระหนี้ลดลงในครัวเรือนเปราะบางที่รายได้น้อยหรือฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกหนี้ SFIs และ NBs อย่างไรก็ดี คาดว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ต่อเนื่องในระยะข้างหน้าจะช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ไม่ลดลงรุนแรงหรือขยายเป็นวงกว้าง

2.ภาคธุรกิจ

– ธุรกิจขนาดใหญ่: มีความสามารถในการชำระหนี้ลดลงเล็กน้อย ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมทรงตัว โดยภาคการผลิตปรับดีขึ้นเล็กน้อยใน sector ที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลงและอุปสงค์ในประเทศที่ปรับดีขึ้น อาทิ เคมีภัณฑ์ สวนทางกับกำไรในภาคการผลิตอื่นๆ ขณะที่ ภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจาก low season

- Advertisement -

– SMEs: ฐานะการเงินยังเปราะบางและสินเชื่อ SMEs หดตัวจากการทยอยชำระคืนหนี้ หลังเร่งขยายตัวต่อเนื่องเพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงโควิด โดยเฉพาะ sector ที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการผลิต ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้า โดย ธพ. ยังให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

3.ภาคอสังหาริมทรัพย์

– เพื่อการอยู่อาศัย: ·ตลาดที่อยู่อาศัยฟื้นตัวต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ตามความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่ทยอยฟื้นตัว แต่ยังคงมีแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

– เพื่อการพาณิชย์: ·อัตราการเช่าของพื้นที่ค้าปลีกและพื้นที่สำนักงานทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ต้องติดตามอุปทานพื้นที่สำนักงานที่อาจส่งผลให้อัตราการเช่าโน้มลดลงในระยะต่อไป อย่างไรก็ดี คาดว่าความเสี่ยงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มีจำกัด เนื่องจากโครงการเปิดใหม่มีอุปสงค์รองรับค่อนข้างดี

4.ภาคธนาคารพาณิชย์และ Non-bank

– ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีระดับเงินกองทุน เงินสำรองและสภาพคล่องยังเข้มแข็ง ผลประกอบการปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจาก MTM loss ของตราสารทางการเงินบ้าง ในช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่ NPL ทรงตัวจากการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ

– ความสามารถในการทำกำไรของ non-bank ลดลงจากคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลงและการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและหนี้สูญเพิ่มขึ้น แม้ว่า NBs ส่วนใหญ่จะยังมี buffer ที่สามารถรองรับความเสี่ยงได้ แต่ต้องติดตามความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของ NBs บางรายอย่างใกล้ชิด

5.ภาคสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ออมทรัพย์ (สอ.) โดยรวมยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอรองรับการดำเนินกิจการ อย่างไรก็ดี ต้องติดตาม สอ. บางแห่งที่อาจสะสมความเสี่ยงจากการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบรุนแรงหากตลาดการเงินมีความผันผวนสูง

6.ภาคตลาดการเงิน

– ต้นทุนการระดมทุน: เพิ่มขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ระดมทุนบางรายที่สูงขึ้นหลังการผิดนัดชำระหนี้และการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือเพิ่มสูงขึ้น

– ความสามารถในการระดมทุนและ roll over risk: นักลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนมีความ selective มากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนในตราสารหนี้กลุ่ม rating BBB และตราสารหนี้ high yield โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และ non-bank ที่อาจเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และ sentiment ของนักลงทุนที่แย่ลงซึ่งทำให้ระดมทุนได้ยากขึ้น

7.ภาคต่างประเทศ เสถียรภาพด้านต่างประเทศยังเข้มแข็ง สะท้อนจากเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ในขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากการส่งกลับกำไรและดุลการท่องเที่ยวตามปัจจัยฤดูกาล ส่วนดุลการค้าเกินดุลลดลง

8.ภาค Digital asset ​ความเสี่ยงของ digital asset ต่อระบบการเงินไทยมีแนวโน้มลดลง จากความสนใจของผู้ลงทุนและธุรกิจที่อยู่ในระดับต่ำที่สะท้อนผ่านระดับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News