HomeBT Newsสงคราม “ชิงเวลา” คนไทย

สงคราม “ชิงเวลา” คนไทย

ยักษ์โซเชียลมีเดียตบเท้าเปิดศึกแย่งชิงเวลาคนไทย

โมบายอินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยเมื่อสิ่งแรกที่ทำตอนตื่นนอนและสิ่งสุดท้ายที่ทำก่อนเข้านอนคือการใช้แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนเวลาต่อวันของคนมีจำกัดโซเชียลมีเดียต่างจึงต้องช่วงชิงเวลาการใช้งานของคนไทยให้อยู่กับบริการของตัวเองให้มากที่สุด 

รูปแบบธุรกิจของผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียไม่ว่าค่ายไหน ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา จากญี่ปุ่น หรือจากจีน ต่างก็มีรูปคล้ายกัน คือ การสร้างแพลตฟอร์ม และนำเสนอบริการฟรีที่น่าสนใจและโดนใจ ดึงผู้คนเข้ามาใช้งานและอยู่บนแพลต์ฟอร์มของตัวเองให้นานที่สุด

- Advertisement -

และสร้างรายได้จาก “จำนวนคน” และ “จำนวนเวลา” ที่คนใช้งานบนแพลตฟอร์ม จากโฆษณารูปแบบต่าง ๆ และจากการขายสินค้าให้กับผู้ใช้งานโดยตรง อาทิ ขาย item เกม หรือ ขายสติ๊กเกอร์ 

แต่ทว่ารายได้จากการโฆษณา เป็นรายได้ก้อนใหญ่ที่ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียต่างหวังชิงเค้กก้อนนี้ นั่นหมายความว่าพันธกิจของโซเชียลมีเดียเหล่านี้ คือ การแย่งชิง “เวลา” ของคนไทยให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มของตนให้มากที่สุด 

จากการสำรวจของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรนิกส์ ถึงพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประเทศไทยปี 2561 พบว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตนานขึ้นเฉลี่ย 10 ชั่วโมง 5 นาทีต่อวัน เป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านชีวิตไปสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น 

ล่าสุดยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียจากจีน TikTok เดินเครื่องยึดหัวหาด Gen Y และ Gen Z ในไทย ด้วยบริการที่โดนใจ และกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนอายุระหว่าง 15 ถึง 35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้เป้าหมายของ TikTok ที่ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ขนาด 15-60 วินาที 

บริการ TikTok เริ่มตลาดไทยตั้งแต่ปลายปี 2017 และเริ่มก่อตั้งทีมงานดูแลตลาดจริงจังปลายที 2018 จนปัจจุบัน TikTok สามารถยึดหัวหาดกลุ่มผู้ใช้งานคนไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ​

แม้ว่าบริษัทจะไม่เปิดเผยจำนวนผู้ใช้งานในไทยอย่างเป็นทางการ แต่จากตัวเลขการใช้งานที่เป็นจำนวนการดู (จำนวนวิว) ของวิดีโอที่ได้รับความนิยมนั้นสูงถึงหลักพันล้านวิว (นับรวมการดูซ้ำ) ในขณะที่มีจำนวนผู้ใช้งาน TikTok ต่อเดือนราว 10 ล้านคน นับว่า ​TikTok เป็นผู้เล่นรายใญ่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

ส่ิงที่น่าสนใจของ TikTok คือ รูปแบบบริการ และการจับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งรูปแบบบริการของ TikTok เน้นเฉพาะเจาะจงไปที่เนื้อหาวิดีโอสั้น (short-video) ที่มีความยาวมากสุดเพียง 60 วินาทีเท่านั้น และเป็นวิดีโอแนวตั้ง (vertical video) ซึ่งเป็นรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ 

สุรยศ เอี่ยมละออ หัวหน้าฝ่ายแบรนด์มาร์เก็ตติ้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บริษัท Tiktok นิยามตัวเองว่าเป็น “ผู้นำในตลาดแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของโลก” ที่ตั้งเป้าชัดเจนแบบนี้ เพราะปัจจุบันคนใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟนมากขึ้น

TikTok จึงเน้นพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เหมาะกับการใช้งานบนสมาร์ทโฟน และเพื่อสร้างความแตกต่าง จึงเป็นที่มาของการให้บริการ “วิดีโอแนวตั้ง” แทนการนำเสนอวิดีโอแนวนอนซึ่งมีอยู่เกลื่อนท้องตลาดอยู่แล้ว 

นอกจากจะเน้นวิดีโอแนวตั้งแล้ว TikTok ยังเน้น วิดีโอสั้น ถึงสั้นมาก คือแค่ 15 วินาที มากสุด 60 วินาที ทั้งนี้ สุรยศ ให้เห็นผลว่า พฤติกรรมการดูวิดีโอแนวตั้งต่างจากวิดีโอแนวนอนที่จะดูเนื้อหาที่ยาวกว่า 

แพลตฟอร์ม TikTok สร้างเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่นิยม “ดู” วิดีโอ มากกว่า เนื้อหารูปแบบอื่น ๆ จะเห็นได้ว่า เนื้อที่เป็นวิดีโอบนโซเชียลมีเดียจะได้รับความสนใจ (มี engagement สูง) กว่าเนื้อหาที่เป็นภาพนิ่งและข้อความธรรมดา 

แม้ว่าวิดีโอจะเป็นเนื้อหาที่มีความน่าสนใจมากกว่าเนื้อหาประเภทอื่น แต่ทว่าการทำให้วิดีโอสั้นขนาด 15-60 วินาทีมีความน่าสนใจและดึงดูดการชมและแชร์ต่อนั้น จะต้องทำให้ตัววิดีโอนั้นมีการนำเสนอที่แตกต่างน่าสนใจและดึงดูด

และนี่คือหมัดเด็ดของ TikTok ที่สร้างฟีเจอร์มากมายให้ผู้ใช้งานสามารถสรรสร้างวิดีโอให้มีรูปแบบการนำเสนอและเนื้อหาที่มีความหลากหลาย สนุกสนาน น่าติดตาม ไม่น่าเบื่อ 

“เราเห็นความสำคัญของวิดีโอแบบสั้น เพราะการรับชมวิดีโอแบบยาวในตลาดมีเยอะอยู่แล้ว ส่วนคอนเทนต์ในแอปฯ Tiktok เป็นนิยามว่าเราเป็น Music Base Content เพราะเพลงจะช่วยให้คอนเทนต์ได้รับความนิยมมากขึ้น และสร้าง Viral ได้ง่าย อย่างการรีวิวเรื่องท่องเที่ยว ทำอาหาร เล่นกีฬา ถ้าใส่เพลงลงไปในคลิปจะทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

กลุ่มผู้ใช้งานของ TikTok ส่วนมากราว 60 -70 เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มคนอายุระวห่าง 15- 35 ปี และในจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด ประมาณ​ 40 เปอร์เซ็นต์ เป็น “ผู้สร้าง” เนื้อหา (content creator) ด้วย ซึ่งครีเอเตอร์ส่วนมากจะเป็นคน Gen Y Gen Z ที่มีความกล้าและอยากแสดงออก 

“เราเป็นเจ้าตลาดวิดีโอแนวตั้ง (Vertical Video) และเรายังเป็น Global Platform เรามี Monthly Active User ประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งติด 1 ใน 3 ของอาเซียน แข่งกับ เวียดนาม และ อินโดนีเซีย มีคนใช้แอปฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 33 นาทีต่อวัน ซึ่งแซงหน้า Global Platform หลายเจ้าที่อยู่ในตลาดไปแล้ว”

กลยุทธ์หลัก TikTok:

กลยุทธ์การรุกตลาดหลักของ TikTok คือ การสร้างระบบนิเวศน์ (ecosystem) และพันธมิตรธุรกิจ (partnership) ซึ่งสุรยศ บอกว่า 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ TikTok จะโฟกัสใน 2 ปีนี้ คือ จำนวนผู้ใช่งานต้องเพิ่มขึ้น เนื้อหาต้องมีความหลากลายมากขึ้น ( content diversification) คนสร้างเนื้อหา (content creator) จะต้องมีเพิ่มมากขึ้น 

เมื่อทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีและแข็งแรงแล้วจะขยับไปโฟกัสที่การสร้างเม็ดเงินเต็มที่ ซึ่งรายได้หลักของ TikTok มาจากโฆษณาที่หลากหลายรูปแบบ แต่ ณ​ ปัจจุบัน มีโฆษณาเพียง in-feed ad กับ pop-up ad ก่อนเข้าแอปฯ เท่านั้น

คาดว่าจะเดินเครื่องการสร้างรายได้อย่างเต็มสูบได้ราวปีหน้า เมื่อนั้นจะเห็นรูปแบบการสร้างรายได้จาก และแพลตฟอร์ม TikTok ที่หลากหลายและสร้างสรรค์แปลกใหม่ 

กลยุทธ์ที่สำคัญอีกประการ คือ การสร้างความเป็นท้องถิ่นที่เน้นการทำ Localized Campaign เป็นหลัก โดยผสานกลยุทธ์การตลาดบนออนไลน์ ผ่านแคมเปญการตลาด “Hashtag Challenge” ควบคู่กับการสร้างกิจกรรมการตลาดออฟไลน์ ไปกับแคมเปญออนไลน์ 

“อาทิ แคมเปญออนไลน์ #รักติดไซเรน ของ “นาดาว” ที่มียอดวิวสูงถึงประมาณ 51.3 ล้านวิว และแคมเปญออฟไลน์ แคมเปญออกกำลังกายกับ WE fitness หรือแคมเปญกับ SmartHeart ในงาน Thailand International Dog Show ที่ให้ทาสหมาทาสแมว ทำคลิปวิดีโอสัตว์เลี้ยงของตัวเอง และรับรางวัลจากทาง SmartHeart”

เพื่อให้การใช้งาน​โดยเฉพาะการ “สร้างวิดีโอ” บน TikTok มีมากขึ้น หลากหลายขึ้น น่าสนใจขึ้น TikTok จำเป็นต้องให้ความรู้กับผู้ใช้งานว่าแพลตฟอร์ม TikTok มีดีอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง ตอบโจทย์การใช้งานทั้งผู้ใช้ทั่วไปรายบุคคลและผู้ใช้งานที่เป็นแบรนด์ หรือผู้ผลิตเนื้อหา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร

ผ่านการจัด Workshop สอน Creator ทำคลิป 15 วินาที หรือ 60 วินาที สอนการใส่เพลง ใส่พื้นหลัง การทำให้คลิปน่าสนใจเพื่อตอบโจทย์ Content Diversification ที่เป็นนโยบายหลักของบริษัท

การมาของ TikTok ทำให้ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาด อย่าง Instagram เริ่มขยับ ล่าสุด Instagram จัด workshop ให้สื่อไทยให้เข้าใจความสามารถของ Instagram โดยเฉพาะความสามารถในการเล่าเรื่องด้วย “วิดีโอแนวตั้ง” 

ปุตรีศิลาลาฮีผู้จัดการส่วนการสื่อสารระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Instagram กล่าวว่า วิดีโอแนวตั้ง กำลังเป็นแนวโน้มที่รับความนิยม ซึ่ง Stories เป็นฟีเจอร์บน Intagram ที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของคนที่จะดูวิดีโอสั้น ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ มากขึ้นและมากขึ้น ทั้งนี้บน Instagram จะมีการแสดงวิดีโอ ได้หลายจุด ได้แก่ ในหน้า Feed ในส่วนของ Stories และการทำ Live วิดีโอ

ปัจจุบัน Stories บน Instagram มีผู้ใช้เป็นประจำต่อเดือนราว ๆ 500 ล้านคน และวิดีโอ คือ เนื้อหา ที่ดีที่สุดที่จะหยุดความสนใจของผู้ใช้งานให้ดูและมีปฏิสัมพันธ์ด้วย Instagram เผยว่า วิดีโอ มีการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อปีที่ผ่านมาเนื้อหาวิดีโอเติบโตมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

ในระดับโลกเอง Facebook ให้ความสำคัญและตั้งใจให้ Faceook Watch เป็นเป้าหมายปลายทางบน Facebook ของผู้คนที่ชื่นชอบวีดีโอให้มาที่นี่ ซึ่ง Watch เป็นมากกว่าแค่ห้องสมุดหรือแหล่งรวมของวีดีโอที่อยู่บน Facebook เท่านั้น

แต่ Watch เป็นสถานที่ที่ให้ผู้คนสามารถติดตามผู้สรรสร้างวีดีโอที่พวกเขาชื่อชอบได้อย่างใกล้ชิด สามารถที่จะแบ่งปันความชอบ และประสบการณ์การเสพวีดีโอบน Faecbook กับเพื่อน ครอบครัว หรือกลุ่มคนที่มีความชอบเหมือนๆ กันได้อย่างสะดวกง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

Watch มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีคนจำนวนประมาณ​ 720 ล้านคนดู​ Watch ทุกเดือนและมีประมาณ 140 ล้านคนที่ดู ​Watch เป็นประจำทุก ๆ วัน พวกเขาเหล่านี้ใช้เวลาโดยเฉลี่ยกับ Watch ประมาณ 26 นาทีต่อวัน

นอกจากนี้ Facebook ยังมีการลงทุนในการการสร้างเนื้อหาวีดีโอผ่านรูปแบบที่หลากหลาย ได้แก่ โปรแกรม global partnerships โปรแกรม Facebook Watch Original และความร่วมมือกับผู้ผลิตสื่อดิจิทัล ผู้สร้างเนื้อหาวีดีโอ อาทิ บริษัทมีการเปิดตัวซีรีส์ MTV ที่ชื่อ Real World ใน 3 ประเทศได้แก่ สหรัฐฯ​ แม็กซิโก และประเทศไทย ซึ่ง Facebook ประกาศเป้าหมายว่าจะเป็นวีดีโอแพลตฟอร์มของโลก

จากนี้ไปจะเห็นการฟาดฟันกันด้วยบริการและฟีเจอร์ที่หลากหลายของเนื้อหาวิดีโอ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและตอบโจทย์ทางธุรกิจของแบรนด์ต่าง ๆ ในตลาดไทยดุเดือดมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News