HomeBT Newsส่องเทคโนโลยีท่าเรือ แก้รถบรรทุกหนาแน่น รองรับ อีอีซี

ส่องเทคโนโลยีท่าเรือ แก้รถบรรทุกหนาแน่น รองรับ อีอีซี

ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดังนั้นการบริหาจัดการรถบรรทุกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยปัจจุบันมีการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาการขนส่งสินค้าออกจากท่าเรือด้วย “โครงการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ”

โดยภายในโครงการดังกล่าว มีโครงการที่ให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์และจองเวลาในการเข้ารับสินค้าจากเรือที่เข้ามาเทียบท่า หรือ Truck Queuing System โดยจะลดปัญหาการตกค้างของรถบรรทุกในท่าเรือและแก้ไขปัญหาการจราจร ซึ่งรถบรรทุกสามารถเข้าพื้นที่ได้ก่อนและหลังเวลาจองได้ 30 นาที เพื่อให้มีการจัดปัญหาจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับในแผนระยะที่ 2 ที่จะปล่อยในเดือนมีนาคมนี้ มีการทำให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลได้แบบภาพรวม(Dashboard) และกำลังพัฒนาไปสู่แอปพลิเคชันบนมือถือ ในการลดระยะเวลาในการทำงาน เช่น การเปลี่ยนเวลาจอดรอ , ดูการจราจรในท่าเรือ และ การตรวจสอบตู้สินค้าแบบตามเวลาจริง(Real-Time) เป็นต้น รวมทั้งแผนต่อจากนี้เมื่อผู้ประกอบการขนส่งสินค้านำรถเข้ามาส่งตู้สินค้าในท่าเรือแล้ว จะสามารถรับงานต่อเพื่อไม่ให้ตีรถเปล่าออกไปได้หรือไม่ ? เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการยังคงต้องตีรถเปล่าออกจากท่าเรืออยู่ เมื่อส่งสินค้าเสร็จแล้ว

- Advertisement -

โดยวิธีการประกอบธุรกิจของธุรกิจขนส่งสินค้า คือ จะมีผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าและผู้ประกอบการใช้เช่าตู้คอนเทนเนอร์ ดังนั้นหากมีการเชื่อมโยงระบบกันทั้งผู้ให้บริการรถและตู้สินค้า ก็จะสามารถลดต้นทุนต่อเที่ยวลงได้

จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า ช่วงเวลา 13.00 น. – 19.00 น. จะมีรถขนส่งสินค้าเข้ามาในท่าเรือมากกว่าที่ท่าเรือจะรับได้(Super Peak hour) ขณะที่บางเวลาก็มีรถขนส่งสินค้าน้อยมาก ดังนั้นการทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนได้ว่าควรจะเข้ามาในท่าเรือเวลาได้ สาเหตุหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ระบบนี้ เพราะเมื่อผู้ประกอบการผลิตปัจจุบันไม่สต๊อกสินค้า ซึ่งหมายความว่า เมื่อมีเรือสินค้าขนาดใหญ่มาเทียบท่า ก็จะมีรถบรรทุกจำนวนมากวิ่งเข้ามายังท่า เพื่อขนส่งสินค้าออกไปทางเรือให้เร็วที่สุดหลังผลิตสินค้าเสร็จ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการทำให้การจราจรติดขัด

สำหรับระบบ Truck Queuing System เริ่มใช้ตั้งแต่ เดือน กรกฎาคม 2561 จนถึงเดือนธันวาคม 2562 มีรถบรรทุกสินค้าใช้บริการแล้ว 344,465 ครั้ง บนผู้ประกอบการ 368 บริษัท โดยการขนส่งสินค้าของท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งหมดกว่าร้อยละ 80 เป็นการขนส่งทางถนน ดำเนินงานโดย บริษัท ดิจิทัล พอร์ต จำกัด และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(Depa) เข้ามาช่วยสนับสนุนในช่วงกลางปี 2562 ในการเป็นตัวกลางสนับสนุนการพูดคุยระหว่างเอกชนและการท่าเรือแห่งประเทศไทย

เดิมโครงการจัดรถไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกส่วนเพราะมีแค่ข้อมูลจากผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเท่านั้น ซึ่งเมื่อมีการส่งเรื่องไปยัง Depa เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจากแต่ละส่วนมาทำให้ระบบต่าง ๆ ดีขึ้น ทั้งข้อมูลประตูที่รถจะต้องเข้า และการมาถึงของเรือขนส่งสินค้า ขณะเดียวกันเมื่อทำไประยะหนึ่งข้อมูลต่าง ๆ ก็จะถูกจัดเก็บเป็นชุดข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data) ให้ภาครัฐในการวางแผนสร้างโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ต่อไป

พรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(Depa) กลุ่มงานกิจการสาขา

นายพรชัย หอมชื่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(Depa) กลุ่มงานกิจการสาขา ระบุว่า โครงการนี้สิ่งที่ท่าเรือจะได้คือข้อมูลขอตัวเอง และการจัดคิวที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่สำนักงานมองคือหากมีการลัดคิว ภาครัฐจะสามารถเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้นจากการลัดคิว และเมื่อมีข้อมูลในรูปแบบกระดานรวม(Dashboard)ก็จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดปริมาณการส่งรถเปล่าออกมาได้และส่งผลทางอ้อมไปยังเรื่องสิิงแวดล้อมอีกด้วย โดยโครงการในระยะแรกของ “โครงการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ” สำนักงานลงทุนในส่วนของการส่งเสริมโครงการนี้ราว 10 ล้านบาทและจะสิ้นสุดระยะแรกในต้นปี 2563

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News