HomeBT Newsอีไอซี คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1.25% ต่อเนื่องปี 63 แต่มีโอกาส 40% ลดดอกเบี้ย หากปัจจัยลบกระทบ

อีไอซี คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1.25% ต่อเนื่องปี 63 แต่มีโอกาส 40% ลดดอกเบี้ย หากปัจจัยลบกระทบ

กนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% จากแนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และต่ำกว่าระดับศักยภาพ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย โดยอีไอซีคาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องที่ 1.25% ในปี 63 จากความเสี่ยงด้านต่ำในต่างประเทศที่ปรับลดลง และต้องการรักษา policy space เพื่อรองรับความเสี่ยงในระยะต่อไป แต่ยังมองว่ามีโอกาส 40% ที่ กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 63 หากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและคุณภาพสินเชื่ออ่อนแอกว่าที่คาด รวมถึงความเสี่ยงการกลับมาแข็งค่าของเงินบาท

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)  มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% จากแนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัว “ต่ำกว่าที่ประเมินไว้” และ “ต่ำกว่าระดับศักยภาพ” รวมไปถึงอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 18 ธันวาคม 62 คณะกรรมการฯ มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ต่อปี โดย กนง. ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ดังนี้

1.เศรษฐกิจไทยปี 63 ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม และต่ำกว่าระดับศักยภาพ กนง. ปรับลดตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 62 มาอยู่ที่ 2.5% (จากเดิม 2.8%) โดยมีปัจจัยสำคัญจากการส่งออกที่ถูกประเมินว่าหดตัวมากขึ้นที่ -3.3% (จาก -1.0%) ได้รับผลกระทบจากปริมาณการค้าโลกที่ชะลอลงจากสภาวะกีดกันทางการค้า ซึ่งส่งผลมาสู่การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ ด้านภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องโดยปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

- Advertisement -

สำหรับการลงทุนภาคเอกชนถูกปรับลดประมาณการมาอยู่ที่ 2.5% (จาก 3.0%) จากดัชนีการลงทุนภาคเอกชนในปีนี้ที่หดตัวไปแล้วทั้งสิ้น 8 เดือน (จาก 10 เดือนแรกของปี) ในด้านการลงทุนภาครัฐก็ถูกปรับลดประมาณการเช่นกัน มาอยู่ที่ 1.7% (จากเดิม 2.5%)

ทั้งนี้ ในช่วงแถลงข่าว ดร.ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ระบุว่า การที่คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ได้คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงไว้แล้ว (Insurance cut)

2.ด้านอัตราเงินเฟ้อ กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 62 อยู่ที่ 0.7% ปรับลดลงจากประมาณการครั้งก่อนที่ 0.8% จากราคาพลังงานที่ต่ำกว่าคาดตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 62 ถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ 0.5% (จากเดิม 0.6%)

3.กนง. ยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาท แต่มองว่าแรงกดดันด้านแข็งค่าในระยะข้างหน้ามีน้อยลง โดยจากรายงานการประชุม กนง. ยังคงแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าจะพิจารณาถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม หากประสิทธิผลของการผ่อนคลายกฎเกณฑ์กำกับดูแลการแลกเปลี่ยนเงินยังมีไม่มากพอ และเงินบาทยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับคู่ค้าคู่แข่ง

อย่างไรก็ดี ในช่วงแถลงข่าว ดร.ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ระบุว่า แรงกดดันด้านการแข็งค่าของเงินบาทในระยะข้างหน้ามีน้อยลง เนื่องจากสัดส่วนนักลงทุนที่มองว่าเงินบาทจะอ่อนค่ามีมากขึ้นหลัง ธปท. ประกาศผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการประชุมรอบก่อน

สำหรับในระยะข้างหน้า เงินทุนเคลื่อนย้ายอาจมีความสมดุลมากขึ้น จากแนวโน้มการนำเงินออกไปลงทุนและซื้อสินค้าในต่างประเทศของทั้งภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ ธปท. ยังประเมินว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดในปีหน้าจะเกินดุลที่ 3.00 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ น้อยกว่าประมาณการในปีนี้ที่ 3.52 หมื่นล้านดอลาร์สหรัฐ

4.กนง. ยังคงแสดงความกังวลต่อเสถียรภาพระบบการเงิน แต่จะใช้มาตรการ macro- และ micro-prudential ในการดูแล โดยระบุว่าความเสี่ยงสำคัญคือความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะคุณภาพสินเชื่อของธุรกิจ SMEs ที่ด้อยลง

และต้องติดตามพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากภาวะดอกเบี้ยต่ำ การขยายสินทรัพย์ ความเชื่อมโยงภายในของสหกรณ์ออมทรัพย์ และการก่อหนี้ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ โดย กนง. เห็นว่าควรใช้มาตรการกำกับดูแลทั้งมาตรากรกำกับดูแลสถาบันการเงิน (micropudential) และมาตรากรดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macroprudential) ร่วมกันอย่างเหมาะสม โดย กนง. ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 63 ให้ขยายตัวที่ 2.8% (จากเดิม 3.3%)

อีไอซีคาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องที่ 1.25% ในปี 63 จากความเสี่ยงด้านต่ำในต่างประเทศที่ปรับลดลง และต้องการรักษา policy space เพื่อรองรับความเสี่ยงในระยะต่อไป

1.ความเสี่ยงจากต่างประเทศทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และสถานการณ์ Brexit ปรับลดลง สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในรอบเดือนธันวาคม และลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่ประกาศขึ้นในช่วงก่อนหน้าลงบางส่วน ในขณะที่จีนให้คำมั่นสัญญาใน 7 ประเด็นหลักที่เป็นข้อพิพาทในช่วงก่อนหน้า

คาดว่าจะลงนามภายในไตรมาสแรกของปี 63 จึงทำให้แนวโน้มการค้าและภาคการผลิตของโลกปรับดีขึ้น ส่งผลดีต่อการส่งออกและภาคการผลิตไทยในบางประเภทเช่นกัน นอกจากนี้ ความเสี่ยง no-deal Brexit ยังปรับลดลงเช่นกันหลังพรรค Conservative ชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก ซึ่งอาจส่งผลดีทำให้ความผันผวนของตลาดการเงินไทยลดลง

2.ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากแล้ว กนง. อาจต้องการรักษา policy space และพึ่งพานโยบายด้านอื่นมากขึ้น ประสิทธิภาพในการส่งผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอาจมีไม่มากเท่าในอดีตที่ผ่านมา และด้วยอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์

กนง. จึงอาจต้องการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) เอาไว้เพื่อรองรับความเสี่ยงในระยะต่อไป นอกจากนี้ การชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศ ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ดังนั้นการใช้นโยบายการคลังและการปฎิรูปเชิงโครงสร้างจึงมีความจำเป็นมากขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี อีไอซีมองว่ามีโอกาส 40% ที่ กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 63 หากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและคุณภาพสินเชื่ออ่อนแอกว่าที่คาด รวมถึงความเสี่ยงการกลับมาแข็งค่าของเงินบาท

นอกจากนี้ อีไอซีคาด ธปท. เตรียมปรับกรอบเงินเฟ้อ เพื่อช่วยให้สอดคล้องกับพลวัตเงินเฟ้อและเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมากขึ้น จากการรายงานของสำนักข่าวในประเทศ ธปท. ร่วมกับกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาและประเมินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่เหมาะสมสำหรับในปี 63 เพื่อเสนอต่อ ครม. เห็นชอบ

คาดผลกระทบจากการปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 63 มีค่อนข้างจำกัด เนื่องจาก อีไอซีประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 63 จะอยู่ที่ 0.6% ซึ่งต่ำกว่าขอบล่างของกรอบนโยบายการเงินอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม อีไอซีมองว่า หลังการยกเลิกการใช้ค่ากลาง กนง. อาจดำเนินนโยบายการเงินโดยให้น้ำหนักต่อเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงินมากขึ้น สำหรับผลของการปรับกรอบเงินเฟ้อในระยะปานกลางถึงยาวนั้น อีไอซีมองว่า อาจมีผลให้คาดการณ์เงินเฟ้อปรับต่ำลง

จึงทำให้ กนง. อาจไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้มากนักในระยะต่อไป ซึ่งหมายถึงขีดความสามารถในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตจะมีน้อยลงตามไปด้วย

อ่านข่าวอื่น “กรุงไทย”ยันไม่ปลดพนักงาน แม้เตรียมปิดสาขา ตจว. 50-70 สาขา ในปี 63

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News