Home BT News พิษโควิดฉุดงบแบงก์หนัก กำไรทรุดเหลือ 3.3 หมื่นล้าน

พิษโควิดฉุดงบแบงก์หนัก กำไรทรุดเหลือ 3.3 หมื่นล้าน

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้คาดการณ์กำไรสุทธิของธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 3 ปี 64 อยู่ที่ 33,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าลดลง 42.2% ที่มีกำไรสุทธิสูงถึง 57,200 ล้านบาท จากผลของการบันทึกกำไรพิเศษจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นในบริษัทในเครือของสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง แต่หากไม่นับรวมรายการนี้ กำไรก็ยังลดลง 32.5% เพราะรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ หดตัวลงต่อเนื่องตามสัญญาณอ่อนแอของเศรษฐกิจ

ขณะที่รายจ่ายในการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อาจขยับสูงขึ้นมากกว่าช่วงครึ่งแรกของปีเพื่อรองรับความเสี่ยงจากโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ ส่วนรายได้จากธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์ ชะลอลงในไตรมาส 3 จากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการน่าจะลดลง 6.5-9.0% เช่น รายได้จากค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต บริการโอนเงินและเรียกเก็บเงิน รวมถึงค่าธรรมเนียมจัดการ และค่านายหน้า

สำหรับรายได้ดอกเบี้ยในภาพรวมในไตรมาส 3 น่าจะชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อใหม่เป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยที่ชะลอตัวลงตามความเปราะบางทางการเงินของภาคครัวเรือน ขณะที่ภาพรวมสินเชื่อยังน่าจะขยับขึ้นตามการเติบโตต่อเนื่องของสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจรายใหญ่ ประกอบกับสถาบันการเงินมีการปล่อยสินเชื่อผู้ประกอบการผ่านโครงการสินเชื่อฟื้นฟูมากขึ้น คาดว่าสินเชื่อเติบโต 4.7-5.2%

- Advertisement -

โควิด-19 มีความรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างส่งผลต่อลูกหนี้ โดยยอดภาระหนี้เข้ามาตรการช่วยเหลือขยับขึ้นจากจุดต่ำสุดของปีนี้ที่ 3.18 ล้านล้านบาท ในเดือนเม.ย. มาที่ 3.35 ล้านล้านบาทในเดือนก.ค.64 ทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจะทยอยตั้งสำรองในระดับที่สูงกว่าช่วงปกติ เพื่อเตรียมการรองรับความไม่แน่นอนของประเด็นคุณภาพของสินเชื่อที่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ขยายเวลาผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้และการกันเงินสำรองให้กับสถาบันการเงินไปจนถึงสิ้นปี 65 แล้วก็ตาม ส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ(เอ็นพีแอล)ในช่วงไตรมาสที่ 3 อาจขยับขึ้นมาที่ 3.10-3.17% ต่อสินเชื่อรวม จาก 3.09% ในไตรมาส 2 ตามสัญญาณความเปราะบางทางการเงินและปัญหาในการประคองรายได้ของลูกหนี้ในกลุ่มเอสเอ็มอี และรายย่อย ขณะที่สัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อยังคงทรงตัวอยู่ในกรอบ 1.46-1.49% ในไตรมาส 3 ขยับขึ้นจากระดับ 1.45% ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News