HomeBT Newsพุทธิพงษ์ ระดมความเห็น สื่อทีวี-ออนไลน์ ตั้งเกณฑ์สื่อเสนอข่าวเหตุการณ์วิกฤติ

พุทธิพงษ์ ระดมความเห็น สื่อทีวี-ออนไลน์ ตั้งเกณฑ์สื่อเสนอข่าวเหตุการณ์วิกฤติ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และสถาบันอิศรา จัดงาน “รู้เท่าทัน-วางกฎเหล็ก Mass Shooting-สังหารหมู่ซ้ำ บนสื่อทีวี – ออนไลน์” ในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.30-17.00 น. ณ ห้องวิภาวดีบอลลูม บี ชั้น ล็อบบี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

-พุทธิพงษ์ ชี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี “CAT-TOT” ประมูล 5G ได้

รมว.ดีอีเอส กล่าวถึงสาเหตุการจัดเวทีระดมความคิดเห็นในวันนี้ว่า “ข่าวในกรณีโคราช วันนี้เราได้รับการยืนยันว่าคนที่ประสบเหตุ มีอีกส่วนที่รอดออกมา แต่นอนไม่หลับทุกคืน ได้รับผลกระทบทางจิตใจ ซึ่งคนไทย สื่อหลัก สื่อออนไลน์ นักวิชาการ ทุกคนต้องช่วยกันหาทางออกและแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้น ผมจะรับทุกอย่างมาแก้ไขปัญหา ไม่ได้มีความตั้งใจจะลิดรอนสิทธิใคร แต่หากมีความจำเป็นที่ต้องสร้างเกณฑ์ เราต้องทำ หากต้องแก้กฎหมาย ต้องไม่เป็นกฎหมายที่มาจากภาครัฐ แต่ต้องเป็นความเห็นมาจากทุกคน”

พุทธิพงษ์ เดินหน้าจัดเวทีระดมความเห็น สื่อทีวี-ออนไลน์ ตั้งเกณฑ์สื่อเสนอข่าวเหตุการณ์วิกฤติ
- Advertisement -

วันนี้มีผู้เข้าร่วมการระดมความคิดเห็นทั้งสื่อหลัก สื่อออนไลน์ Influencer มาพูดถึงแนวปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติ เราได้รับความเห็นในหลายประเด็น ได้แก่

1.ควรมีผู้บัญชาการด้านการสื่อสาร ที่ไม่ใช่เป็นแค่ผู้บัญชาการที่ดูแล แต่ต้องทำหน้าที่บริหารจัดการเรื่องการสื่อสาร ให้ข้อมูลที่ถูกต้องให้สื่อไปถ่ายทอดต่อได้ เช่น ตอนสิบสามหมูป่า มีผู้แถลงข่าวทุกวัน วันละหลายครั้ง ไม่มีผู้สื่อข่าวเข้าไปในพื้นที่ เพราะผู้บัญชาการเหตุการณ์ และผู้บัญชาการณ์สื่อสารได้กำหนดแนวทางไว้แล้ว รูปและข่าวต้องมาจากส่วนกลางเท่านั้น

2.การเลือกสื่อ ใครจะเป็นผู้ถ่ายทอด ส่งข่าวให้ประชาชนได้รับทราบ ประชาชนต้องเลือกเสพสื่อที่ดี เราต้องมีช่องทางชัดเจน เช่น รัฐอาจจะประกาศว่าต่อไปนี้ให้ติดตามทางใดเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนไม่เกิดความสับสน สำหรับการลงทะเบียนเพื่อตีกรอบผู้ที่เรียกตัวว่าเป็นสื่อนั้น อาจต้องดูว่าจะเป็นการแก้กฎหมาย หรือเป็นการให้สื่อบริหารจัดการเอง เช่น การลงทะเบียนความร่วมมือกับสมาคมโดยไม่ต้องมีกฎหมาย เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นก็รับผิดชอบได้ ส่วนคนที่ไม่ลงทะเบียน หากมีอะไรก็ต้องดำเนินการกฎหมาย เป็นต้น และอีกหลายประเด็น โดยจะเน้นเฉพาะ Social media
 
3.ความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่นำมาเผยแพร่ ไม่ว่าผู้เผยแพร่จะเป็นสื่อหรือไม่ หากบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริง ไปลงในออนไลน์ สามารถถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้ ญาติผู้เสียชีวิตสามารถฟ้องได้ หากถูกเอารูปไปลง ปัจจุบัน พ.ร.บ. ยังไม่มีการจำแนกบทลงโทษ เช่น คนแชร์ คนสร้างข่าว จะมีบทลงโทษ ที่ต่างกันอย่างไร ซึ่งต้องหารือกันต่อไป

เรื่องการรับมือกับผลกระทบจากสื่อในเหตุการณ์วิกฤตนี้ ยังไม่เคยเกิดในประเทศไทย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยังไม่มีใครหาข้อสรุปได้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อหลักหรือสื่อออนไลน์หรือประชาชน โดยสื่อหลักที่อยู่ในการดูแลของ กสทช. ที่มีการลงทะเบียน ทุกคนมีจรรยาบรรณของตัวเอง เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองข่าว เพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบที่เกิดขึ้น

แต่วันนี้มีสิ่งยังไม่มีคนรับผิดชอบ คือคนที่ไม่ได้เป็นสื่อ มีคนติดตาม และลงทะเบียนออนไลน์กับแพลตฟอร์มเอกชน ที่มีการลงข่าวที่อาจจะจริงหรือเท็จ มีคนแชร์ออกไป จึงโทษสื่ออย่างเดียวไม่ได้ และยังไม่มีประเทศไหนสามารถออกกฎหมายบังคับให้สื่อที่นำเสนอผ่าน Social media ลงทะเบียนได้ ซึ่งไม่มีแม้แต่ประเทศเดียวในโลก ประเทศไทยไม่มีทางทำได้ในวันนี้ แต่เรามีความตระหนักและตื่นรู้ว่าจะทำอย่างไรให้สังคมนี้อยู่ต่อไปได้

“ผมได้เดินทางไปหาบริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ของเอกชนที่อเมริกา และเป็นรัฐมนตรีคนแรกของไทยที่ไปหารือว่าจะควบคุมสื่อที่บิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างไร เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่โคราช ทางบริษัทดังกล่าวเป็นคนปิดแอคเคาท์ที่มีปัญหา เพราะเค้าคือแพลตฟอร์มเอกชน รัฐไม่มีสิทธิ์เข้าไปปิด” รมว.ดีอีเอส กล่าว

หากประเทศไทย ทุกคนพร้อมใจกันลงทะเบียนแสดงความจำนงค์ว่าเป็นสื่อ โดยไม่ต้องให้กฎหมายบังคับ แต่ไปลงทะเบียนกับหน่วยงานกลาง ว่าเป็นสื่อออนไลน์ ซึ่งจะผิดชอบในสิ่งที่ลงในเนื้อหาคงจะเป็นสิ่งที่ดี แต่คงทำได้ยาก หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในอนาคต อาจเป็นวิกฤติในสถานการณ์อื่น ๆ ก็จะย้อนรอยสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาอีก ดังนั้นเราจึงต้องเร่งหาแนวทางปฏิบัติในวันนี้ และนำไปต่อยอดต่อไป

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News