HomeBT Newsทายาท "วัธนเวคิน" นำทิม ฮอร์ตันส์ เชนดังจากแคนาดา บุกตลาดกาแฟนอกบ้านที่แสนหอมหวาน 

ทายาท “วัธนเวคิน” นำทิม ฮอร์ตันส์ เชนดังจากแคนาดา บุกตลาดกาแฟนอกบ้านที่แสนหอมหวาน 

เมื่อเร็วๆนี้ เนสกาแฟ (ไทย) เพิ่งประกาศว่าปีที่ผ่านมา เป็นปีทอง สามารถทำผลงานได้เทิร์นอะราวน์ พร้อมสำทับด้วยว่าไม่หวั่นกับการเติบโตของกาแฟนอกบ้าน

แต่ดูเหมือนว่า สมรภูมิกาแฟจากนี้ จะไม่ได้มีแค่การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของเชนร้านกาแฟนอกบ้านเท่านั้นที่ต้องจับตา แต่ในรอบปีที่่ผ่านมา เริ่มเห็นกลุ่มยักษ์ใหญ่ ลุกขึ้นมาขยับตาเข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดกาแฟนอกบ้านมากขึ้น โดยเมื่อต.ค.ปีที่แล้ว บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ก็ตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” ร้านกาแฟพิเศษจากฮ่องกงมาเสริมพอร์ตโฟลิโอส่วนงานธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย เพื่อเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่และเสริมสร้างประสบการณ์ของลูกค้าไปอีกระดับ ก่อนจะเปิดตัวร้านอาหารไทยแบรนด์ใหม่ที่ทองหล่อในเดือนหน้า

อิมแพ็คฯ ลุยธุรกิจคาเฟ่ครั้งแรก ประเดิมซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟดังจากฮ่องกง

- Advertisement -

ล่าสุด ทายาทหนุ่มแห่งตระกูล “วัธนเวคิน” ก็ตัดสินใจนำเข้า ทิม ฮอร์ตันส์ (Tim Hortons) เชนร้านกาแฟแบรนด์ดังจากแคนาดาซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทย วันที่ 18 ม.ค.นี้

สำหรับคอกาแฟอาจคุ้นหูแบรนด์ดังนี้เป็นอย่างดี คงตั้งตารอ แต่ความน่าสนใจที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่นั้น !

เพราะนี่คือ การลงมาชิงเค้กในตลาดกาแฟของ “วี อีท” (We Eat) บริษัทในเครือของตระกูล “วัธนเวคิน” เจ้าของธุรกิจน้ำตาลรายใหญ่ ผู้ก่อตั้งธนาคารเกียรตินาคิน ในฐานะเอ็กซ์คลูซีฟแฟรนไชส์ที่ได้สิทธิ์นำร้านแบรนด์ดังนี้มาทำตลาดในประเทศไทย

อะไร คือ ความน่าสนใจของตลาดนี้ และ แต้มต่อสำคัญที่ทำให้ทายาทหนุ่มแห่งตระกูล “วัธนเวคิน” ซึ่งมีประสบการณ์ในสายไฟแนนซ์ เลือกที่จะกระโจนเข้ามาในธุรกิจอาหาร Business Today มีคำตอบ

เปิดตัวเลขตลาดกาแฟไทย

ข้อมูลของ Euromonitor ชี้ชัดว่าธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยมีการเติบต่อเนื่อง 13% ในช่วงปี 2012-2017 หากโฟกัสลงมาที่ธุรกิจร้านกาแฟมูลค่า 36,000 ล้านบาท โดยในช่วงปี 2015-2017 มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วถึง 22% เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการบริโภคกาแฟของคนไทย ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 300 แก้วต่อปี ถือว่ายังต่ำกว่าในญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราการบริโภคกาแฟอยู่ที่ 400 แก้วต่อคนต่อปี ในขณะที่ฝั่งยุโรป มีอัตราการดื่มกาแฟอยู่ที่ 600 แก้วต่อคนต่อปี นั่นหมายความ ตลาดกาแฟไทยยังขยายตัวได้อีก

จากมูลค่าตลาดดังกล่าว ทำให้สุพัชร วัธนเวคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วีอีท จำกัด ซึ่งมีความประทับใจในแบรนด์ทิม ฮอร์ตันส์ มานานตั้งแต่สมัยไปเที่ยวแคนาดาเมื่อ 10 ปีก่อน ตัดสินใจทาบทามเพื่อนำเชนกาแฟชื่อดังนี้มาเสิร์ฟให้คอกาแฟชาวไทย

กาแฟ

 แน่นอนว่า ความชอบอย่างเดียวไม่เพียงพอ กับการลงทุนครั้งนี้ แต่สุพัชร มีหลายเหตุผลที่มาเสริมทัพและทำให้มั่นใจกับกระโจนสู่สนามธุรกิจใหม่

ความขลังของแบรนด์

ทิม ฮอร์ตันส์ ไม่ใช่เชนกาแฟน้องใหม่ แต่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1964 โดยนักฮอกกี้ชาวแคนาดา ปัจจุบันทิม ฮอร์ตัน มีจำนวนสาขาทั่วโลกมากกว่า 4,850 แห่ง มีบริษัทแม่ คือ Restaurant Brands International (RBI) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ระดับโลกอย่าง  Burger King and Popeyes ด้วย

ดังนั้น ต่อให้บริษัท วีอีท จำกัด (WeEat) จะบริหารทิม ฮอร์ตันส์เป็นแบรนด์แรก ในฐานะผู้ได้สิทธิ์ในการนำแบรนด์มาขยายตลาดในเมืองไทยแต่เพียงผู้เดียว แต่ก็มีแบ็กอัพที่แน่นปึก เพราะเป็นบริษัทภายใต้แผนการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจด้านอาหารของ ตระกูล วัธนเวคิน ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในการเป็นผู้นำในหลากหลายธุรกิจ อาทิ เช่น ธนาคารเกียรตินาคิน, เครือ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป, บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน)  เมื่อบวกกับตำนานของแบรนด์ที่ครองใจคอกาแฟทั่วโลก  ทำให้สุพัชร มั่นใจว่าจะเป็นแต้มต่อสำคัญ

Experiential Marketing สูตรการตลาดแสนกลมกล่อมจากเนสกาแฟ

 

โมเดลธุรกิจที่ยูนีก 

ถึงจะนิยามตัวเองว่าเป็นเชนร้านกาแฟ แต่ก็เป็นร้านที่มาฟูลฟังก์ชั่น ทั้งกาแฟ, ชา, สมู๊ทตี้ผลไม้,ขนมเบเกอรี่อบใหม่, กริลล์ชีสแซนด์วิชและพานินี่ต่างๆ, แร๊ป และอาหารอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่ขึ้นชื่อมากๆ จนหลายคนเกือบนิยามว่าเป็นร้านโดนัท เพราะขึ้นชื่อมากมีทั้งแบบกลม และแบบไซส์จิ๋ว

ที่สำคัญ ทุกเมนูรังสรรค์จากครัวในร้าน ทำให้ได้อาหารที่สดใหม่พร้อมเสิร์ฟ เช่นเดียวกับเมล็ดกาแฟ ใช้จุดแข็งของความเป็น Global Supply Chain คัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นดีจากทั่วโลก ทำงานร่วมกับชาวไร่มากกว่า 2,000 รายโลก ดังนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องของฤดูกาล เพราะมีแหล่งกาแฟคุณภาพดีจากทั่วโลกให้เข้าถึง ดังนั้นเรื่องคุณภาพของกาแฟ อาหาร และขนมที่เสิร์ฟยืนหนึ่งแน่นอน ที่สำคัญมาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ เครื่องดื่มเริ่มต้นที่แก้วละ 70 บาท

กาแฟ

ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน

“ธุรกิจนี้เเม้จะมีคู่เเข่งมาก เเต่ก็เติบโตพอที่จะทำให้มีผู้เล่นที่หลากหลายได้ เราจึงโฟกัสไปที่การให้ประสบการณ์เเละไลฟ์สไตล์ใหม่กับคนไทย” นี่คือ สิ่งที่ผู้บริหารหนุ่มย้ำ โดยประสบการณ์ที่ว่า รวมถึงการให้บริการที่อบอุ่น เพราะชาวแคนาดาเองก็มีหัวใจในการบริการไม่ต่างกับบ้านเรา ซึ่งน่าจะเป็นจิ๊กซอร์ที่สมบูรณ์เหมือนต่อกับการบริการแบบไทยๆ   

เช่นเดียวกับการออกแบบร้านและรังสรรค์เมนู สำหรับ การออกแบบบ สาขาแรก ที่สามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งมีขนาด 325 ตารางเมตร มี 118 ที่นั่ง นอกจากจะออกแบบให้มีบรรยากาศชวนนั่งแล้ว ยังแฝงด้วยดีไซน์สะท้อนความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งด้วยเซรามิก ลวดลายสามย่านยุคเก่า ซึ่งสุพัชรยืนยันว่า จะเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของทุกสาขาของทิม ฮอร์ตันส์จากนี้ด้วยว่าต้องมีกลิ่นอายความเป็นไทยผสมอยู่

ขณะที่เมนู ทางทีมไทยมีการทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อตามหารสชาติที่ถูกปากคนไทย เพื่อรังสรรค์เมนูในร้านให้ตอบโจทย์ คนไทยที่สุด เพราะนอกจากเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ดับเบิ้ล ดับเบิ้ล, ซิกเนเจอร์ ไอซแคป ฯลฯ ยังมีเมนูอาหารที่พัฒนาขึ้นสำหรับเมืองไทยโดยเฉพาะ เช่น บาร์บีคิว พูลพอร์ค พาพินี่ แซนด์วิช, ทูน่ากริลล์ชีสเมลท์

สำหรับเป้าหมายของธุรกิจ สุพัชร หมายมั่นว่าจะต้องขยายให้ได้15 สาขาในปีนี้ ส่วนจะเป็นโลเคชั่นไหน และร้านในรูปแบบ เป็นร้านกาแฟ คีออส ไดรฟ์ทรู อยู่ในห้าง หรือ แสตนอโลน ปล่อยให้เป็นเรื่องของโอกาส แต่ที่แน่ๆสาขาแรก ขอประเดิมที่สามย่าน มิตรทาวน์ คอมมูนิตี้มอลล์สุดฮิปที่เป็นแหล่งรวมของคนทุกเพศทุกวัย ส่วนรายได้ที่ตั้งเป้า สุพัชร มีในใจเพียงแต่ไม่ขอเปิดเผย

          “เป้าหมายสูงสุด คือ อยากเป็นแบรนด์เบอร์ 1 ในใจลูกค้าได้เหมือนที่ทิม ฮอร์ตันส์เอาชนะใจลูกค้าในแคนาดามาแล้ว”

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News