Home BT News จับตาวิกฤติหนี้รายย่อย โควิด-19 กระทบหนัก ‘หนี้ครัวเรือน’

จับตาวิกฤติหนี้รายย่อย โควิด-19 กระทบหนัก ‘หนี้ครัวเรือน’

ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2563 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในหัวข้อ “ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทำอย่างไรให้เกิดได้จริง” ซึ่งจะจัดในวันที่ 28 ก.ย. 2563 มีงานวิจัยเรื่อง “เจาะความท้าทายใหม่ของหนี้ครัวเรือนไทยในวิกฤติโควิด-19 จากข้อมูลสินเชื่อที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ” ซึ่งชี้ให้เห็นว่าครัวเรือนไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติหนี้

งานวิจัยชิ้นนี้ถือว่ามีข้อมูล “เชิงลึก” มากกว่างานชิ้นอื่นก่อนหน้านี้ มีประเด็นน่าสนใจดังนี้

หนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของไทยในหลายปีที่ผ่านมา กว่า 1 ใน 3 ของคนไทยมีภาระหนี้สูง และส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ คนไทยมีหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย มีหนี้นานตั้งแต่เริ่มทำงานจนเกษียณ และมีหนี้จนแก่

- Advertisement -

84% ของครัวเรือนก็ยังพึ่งพาหนี้จากสถาบันการเงินกึ่งในระบบและนอกระบบเป็นสัดส่วนสูง

ภาระหนี้ที่สูงได้กลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งการอุปโภคบริโภคและการลงทุน และทำให้ครัวเรือนไทยขาดภูมิคุ้มกันต่อความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นเรื่อยๆ วิกฤติโควิด-19 ซึ่งส่งผลทำให้ครัวเรือนจำนวนมากมีปัญหาในการชำระหนี้ก็ได้ตอกย้ำถึงความเปราะบางดังกล่าว และทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนมีความท้าทายขึ้นมากท่ามกลางความไม่แน่นอนสูงจากความเสี่ยงที่จะเกิด Second Wave และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อาจไม่รวดเร็วและทั่วถึง ซึ่งอาจสุ่มเสี่ยงทำให้สถานการณ์บานปลายกลายเป็นวิกฤติหนี้รายย่อย

ความท้าทายใหม่นี้สะท้อนถึงความสำคัญของข้อมูลและความเข้าใจเชิงลึกถึงปัญหาของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง

งานวิจัยนี้เปิดมิติใหม่ในการเรียนรู้ผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 เพื่อสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยในอนาคต โดยศึกษาคุณลักษณะของบัญชีและผู้กู้ที่เข้ามาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นมา กว่า 8.1 ล้านบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ทั้งหมด 2.2 ล้านล้านบาท (หรือประมาณ 70% ของตัวเลขจำนวนบัญชีที่เข้ามาตรการจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2563)

ผู้วิจัยได้สร้างสมมติฐานเพื่อแยกแยะบัญชีดังกล่าวจากฐานข้อมูลเชิงสถิติจากเครดิตบูโร ที่ครอบคลุมสินเชื่อรายย่อยจากสถาบันการเงิน 102 แห่ง โดยในข้อมูลไม่ได้มีการรายงานสถานะการเข้ามาตรการจากสถาบันการเงินแต่อย่างใด Big Data ข้างต้นแสดงให้เห็นว่า

ความเข้มข้น หรือ Intensity ของการเข้ามาตรการสูงในวงกว้าง จากข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือน มิ.ย. พบว่า สินเชื่อส่วนใหญ่ (59.7%) เข้ามาตรการในเดือน เม.ย. โดย 42.4% เข้ามาตรการครบ 3 เดือนในเดือน มิ.ย. ขณะเดียวกันก็มีบัญชีกว่า 16.6% ที่เข้ามาตรการแล้วออกไปก่อนครบ 3 เดือน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของสถานการณ์ที่ไม่เท่ากันของผู้กู้แต่ละกลุ่ม โดยข้อมูลในเดือน ก.ค. จะช่วยฉายภาพให้เราเข้าใจสถานการณ์ได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อมาตรการระยะแรกเริ่มหมดไป

เมื่อพิจารณาลักษณะการเข้ามาตรการของบัญชีทั้งหมด พบว่า 70.5% เป็นการเลื่อนชำระ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจสะท้อนถึงการมีปัญหาในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในวงกว้าง 25.8% เป็นการลดอัตราการชำระ และ 3.7% เข้ามาตรการสำหรับหนี้เสีย (ปรับโครงสร้างหนี้ หรือคลินิกแก้หนี้) และผู้กู้ส่วนใหญ่ (76.1%) มีสินเชื่อเข้ามาตรการเพียง 1 บัญชี แต่ก็มีผู้กู้อีก 7.3% ที่เข้ามากกว่า 2 บัญชี และอีก 4.9% ยังได้สินเชื่อใหม่เพื่อเป็นสภาพคล่องฉุกเฉินด้วย

สินเชื่อที่เข้ามาตรการช่วยเหลือมีลักษณะกระจุกตัว ทำให้บางพื้นที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีสัดส่วนสินเชื่อเข้ามาตรการสูงถึง 40-60% ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล (มีจำนวนบัญชีมาก) และสินเชื่อบ้าน (มีขนาดมูลหนี้สูง) และส่วนใหญ่ก็เป็นการเข้ามาตรการในลักษณะเลื่อนการชำระเป็นหลัก ในขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ภาคใต้ และภาคเหนือตอนบน ก็มีสัดส่วนสินเชื่อที่เข้ามาตรการสำหรับหนี้เสียสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ

ความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อรายย่อยของสถาบันการเงินต่อสินเชื่อที่เข้ามาตรการแตกต่างกันมาก โดยกลุ่มนอนแบงก์มีสัดส่วนสินเชื่อในพอร์ตเข้ามาตรการมากที่สุด 10 อันดับแรก (37-75%) ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อ และเข้ามาตรการในลักษณะลดอัตราการชำระ แต่ก็มีความหลากหลายสูง เพราะเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนต่ำสุด 10 อันดับสุดท้ายด้วย ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วน 3-25% และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมีสัดส่วน 10-35% (ไม่รวมสินเชื่อเกษตรกร)

ผู้กู้ที่เข้ามาตรการมีภาระหนี้สูงและคุณภาพด้อยกว่าผู้กู้ที่ไม่ได้เข้าอย่างมีนัยสำคัญ เราพบว่าผู้กู้ที่เข้ามาตรการมีมูลหนี้และจำนวนบัญชีสินเชื่อในพอร์ตสูงกว่าผู้กู้ที่ไม่ได้เข้า โดยผู้กู้ที่เข้ามาตรการสำหรับหนี้เสียมีภาระหนี้มากที่สุด (มูลหนี้เฉลี่ย 1.7 ล้านบาท จาก 6 บัญชี) รองลงมาคือผู้กู้ที่เลื่อนชำระ (เฉลี่ย 0.9 ล้านบาท จาก 6 บัญชี) และผู้กู้ที่ลดอัตราการชำระ (เฉลี่ย 1.1 ล้านบาท จาก 5 บัญชี) โดยผู้กู้ที่มีหลายบัญชีส่วนใหญ่ยังใช้สถาบันการเงินเพียง 1-2 แห่ง

นอกจากนี้ ผู้กู้ที่เข้ามาตรการยังมีประวัติการชำระหนี้ใน 12 เดือนที่ผ่านมาด้อยกว่าและมีอายุมากกว่าผู้กู้ที่ไม่ได้เข้าอย่างมีนัยสำคัญด้วย

ภูมิทัศน์จากข้อมูลสินเชื่อที่เข้ามาตรการช่วยเหลือข้างต้นได้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในวงกว้างและความแตกต่างของความเปราะบาง ทั้งในระดับผู้กู้ พื้นที่ และสถาบันการเงิน เมื่อมาตรการช่วยเหลือระยะแรกๆ ได้สิ้นสุดลง และสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของนโยบายแก้หนี้ในอนาคต ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการมุ่งเป้าความช่วยเหลือ การบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อในเชิงรุกเพื่อป้องปรามไม่ให้บัญชีหนี้ดีจำนวนมากกลายเป็นหนี้เสีย และการ “Prepare for the worst” จากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นของสถานการณ์สินเชื่อรายย่อยจำนวนมหาศาลเหล่านี้

งานวิจัยนี้ยังได้พยายามที่จะสร้างฉากทัศน์ของปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยในอนาคต โดยนำข้อมูลข้างต้นไปเชื่อมโยงเข้ากับข้อมูลหลากหลายมิติที่แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของผู้กู้กลุ่มต่างๆ ของประเทศ และศึกษาประสิทธิผลของมาตรการแก้หนี้ที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนนัยต่อการวางนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนไทยในอนาคตอีกด้วย 

 

 

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ไอคอนสยาม ร่วมฉลอง “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ประจำปี 2563 

ไอคอนสยาม ร่วมเฉลิมฉลอง “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ประจำปี 2563 รวบรวมสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์เลื่องชื่อจากหลากหลายร้านดังยอดนิยมอย่างครบครันในที่เดียว ให้ได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่และความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ซึ่งล้วนคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศระดับพรีเมี่ยมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของฝากหรือของขวัญให้แก่คนที่รักและเคารพนับถือ  เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G นำเสนอ “เปี๊ยะไหว้จันทร์ 4 ภาค” งานเปี๊ยะไหว้จันทร์ ได้คัดสรรขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายไส้และขนมเปี๊ยะต้นตำรับ ทั่วไทย จาก 4 ภาค มาจำหน่ายที่สุขสยามที่เดียว อาทิ ขนมเปี๊ยะต้นตำรับ ทั่วไทย ร้านขนมเปี๊ยะพี่หน่อย ตลาดซาวไฮ่ จ.อุทัยธานี เช่น ไส้ฝอยทองไข่เค็ม  งาดำไข่เค็ม ร้านเปี๊ยะบางกอก จ.ปทุมธานี เช่น ไส้ถั่วไข่เค็ม  ไส้งาดำ  ร้านตั้งเซ่งจั้ว จ.ฉะเชิงเทรา, ร้านขนมเปี๊ยะแม่ศรีเมือง และร้านตั้งซ่งเฮง  เปี๊ยะดอกบัวนาทวี จ.สงขลาขนมเปี๊ยะไข่ทะลัก ไส้ล้นๆ อร่อยเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีขนมไหว้พระจันทร์จากภัตตาคาร และแบรนด์ชื่อดัง อาทิ ร้านขนมไหว้พระจันทร์เจ้าเด็ดย่านบางลำพู เป็นเจ้าเก่าดั้งเดิมกว่า 60 ปี สืบทอดเป็นรุ่นที่ 3 มีทั้งหมด 4 ไส้  ไส้ทุเรียน, โหงวยิ้ง ไส้บัว และงาดำ ภัตตาคารกอกใจเจ๋าเหล่า  เปิดขายมายาวนานกว่า 70 ปี สืบทอดมาถึงรุ่นหลาน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

เอส แอนด์ พี เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์รสชาติใหม่ ‘ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา’

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ปี 2020 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ของขวัญจากพระจันทร์” โดยปีนี้เพิ่มรสชาติใหม่ “ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา” ที่ผสานความอร่อยของเม็ดบัวสีทองคัดพิเศษ สอดไส้ไข่เค็มลาวา รสชาติ กลมกล่อมลงตัว ด้วยความพิถีพิถันในการรังสรรค์วัตถุดิบคุณภาพดี มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม สามารถนำไปมอบเป็นของขวัญได้ในทุกโอกาส นอกจากนี้ ขนมไหว้พระจันทร์เอส แอนด์ พี มียรสชาติให้เลือก...

ยามาฮ่า แจกจริง 15.4 ล้านบาทผ่านแคมเปญ “ยามาฮ่า ใจดี ช่วยผ่อน ดีป่ะล่ะ”

นายทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร, นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยนายธงชัย กมลพรพาณิช ประธานกรรมการ บริษัท สยามยามาฮ่าอมตะ จำกัด ร่วมมอบบัตรกำนัลส่วนลดมูลค่า 40,000 บาท แก่ นางสาวกรรณิการ์ แสนวงษ์ และนายวีรวัฒน์ ป้อมแจ่มศรี...

ดอกเบี้ยต่ำ เงินเฟ้อพุ่ง หนุนราคาทองคำทะยาน

ราคาทองคำโลกมีแนวโน้มขาขึ้นหลังจากนโยบายของธนาคารกลางยักษ์ใหญ่อย่าง ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) คงดอกเบี้ยในระดับต่ำ หรือติดลบ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 นักวิเคราะห์ กล่าวว่า การปรับนโยบายการเงินของธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ยอมปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น โดยดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำจะเป็นผลดีต่อราคาทองคำ ปัจจัยที่หนุนราคาทองคำมาจากการเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนสินทรัพย์อื่น เนื่องจากทองคำไม่มีเงินปันผล หรือผลตอบแทนอื่น นอกจากส่วนต่างราคา ดังนั้น หากสินทรัพย์อื่นได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้การถือครองทองคำมีความปลอดภัยในแง่ของมูลค่าการลงทุน การปรับนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐที่ยอมปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำอย่างดี ซึ่งข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่าราคาทองคำจะขยับขึ้นเมื่อเงินเฟ้อสูง ยกตัวอย่างในสหรัฐ ตั้งแต่ปี 2514 ผลตอบแทนทองคำที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่า 3%...

Related News

ไอคอนสยาม ร่วมฉลอง “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ประจำปี 2563 

ไอคอนสยาม ร่วมเฉลิมฉลอง “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ประจำปี 2563 รวบรวมสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์เลื่องชื่อจากหลากหลายร้านดังยอดนิยมอย่างครบครันในที่เดียว ให้ได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่และความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ซึ่งล้วนคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศระดับพรีเมี่ยมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นของฝากหรือของขวัญให้แก่คนที่รักและเคารพนับถือ  เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G นำเสนอ “เปี๊ยะไหว้จันทร์ 4 ภาค” งานเปี๊ยะไหว้จันทร์ ได้คัดสรรขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายไส้และขนมเปี๊ยะต้นตำรับ ทั่วไทย จาก 4 ภาค มาจำหน่ายที่สุขสยามที่เดียว อาทิ ขนมเปี๊ยะต้นตำรับ ทั่วไทย ร้านขนมเปี๊ยะพี่หน่อย ตลาดซาวไฮ่ จ.อุทัยธานี เช่น ไส้ฝอยทองไข่เค็ม  งาดำไข่เค็ม ร้านเปี๊ยะบางกอก จ.ปทุมธานี เช่น ไส้ถั่วไข่เค็ม  ไส้งาดำ  ร้านตั้งเซ่งจั้ว จ.ฉะเชิงเทรา, ร้านขนมเปี๊ยะแม่ศรีเมือง และร้านตั้งซ่งเฮง  เปี๊ยะดอกบัวนาทวี จ.สงขลาขนมเปี๊ยะไข่ทะลัก ไส้ล้นๆ อร่อยเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีขนมไหว้พระจันทร์จากภัตตาคาร และแบรนด์ชื่อดัง อาทิ ร้านขนมไหว้พระจันทร์เจ้าเด็ดย่านบางลำพู เป็นเจ้าเก่าดั้งเดิมกว่า 60 ปี สืบทอดเป็นรุ่นที่ 3 มีทั้งหมด 4 ไส้  ไส้ทุเรียน, โหงวยิ้ง ไส้บัว และงาดำ ภัตตาคารกอกใจเจ๋าเหล่า  เปิดขายมายาวนานกว่า 70 ปี สืบทอดมาถึงรุ่นหลาน...

เอส แอนด์ พี เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์รสชาติใหม่ ‘ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา’

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ปี 2020 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ของขวัญจากพระจันทร์” โดยปีนี้เพิ่มรสชาติใหม่ “ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา” ที่ผสานความอร่อยของเม็ดบัวสีทองคัดพิเศษ สอดไส้ไข่เค็มลาวา รสชาติ กลมกล่อมลงตัว ด้วยความพิถีพิถันในการรังสรรค์วัตถุดิบคุณภาพดี มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม สามารถนำไปมอบเป็นของขวัญได้ในทุกโอกาส นอกจากนี้ ขนมไหว้พระจันทร์เอส แอนด์ พี มียรสชาติให้เลือก...

ยามาฮ่า แจกจริง 15.4 ล้านบาทผ่านแคมเปญ “ยามาฮ่า ใจดี ช่วยผ่อน ดีป่ะล่ะ”

นายทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร, นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยนายธงชัย กมลพรพาณิช ประธานกรรมการ บริษัท สยามยามาฮ่าอมตะ จำกัด ร่วมมอบบัตรกำนัลส่วนลดมูลค่า 40,000 บาท แก่ นางสาวกรรณิการ์ แสนวงษ์ และนายวีรวัฒน์ ป้อมแจ่มศรี...

ดอกเบี้ยต่ำ เงินเฟ้อพุ่ง หนุนราคาทองคำทะยาน

ราคาทองคำโลกมีแนวโน้มขาขึ้นหลังจากนโยบายของธนาคารกลางยักษ์ใหญ่อย่าง ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) คงดอกเบี้ยในระดับต่ำ หรือติดลบ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19 นักวิเคราะห์ กล่าวว่า การปรับนโยบายการเงินของธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ยอมปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น โดยดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำจะเป็นผลดีต่อราคาทองคำ ปัจจัยที่หนุนราคาทองคำมาจากการเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนสินทรัพย์อื่น เนื่องจากทองคำไม่มีเงินปันผล หรือผลตอบแทนอื่น นอกจากส่วนต่างราคา ดังนั้น หากสินทรัพย์อื่นได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้การถือครองทองคำมีความปลอดภัยในแง่ของมูลค่าการลงทุน การปรับนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐที่ยอมปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำอย่างดี ซึ่งข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่าราคาทองคำจะขยับขึ้นเมื่อเงินเฟ้อสูง ยกตัวอย่างในสหรัฐ ตั้งแต่ปี 2514 ผลตอบแทนทองคำที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่า 3%...

รัฐบาลอินโดนีเซียเร่งผลักดันต่างชาติลงทุนอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์

อุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพในอินโดนีเซียเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างโอกาสทำผลกำไรให้กับนักลงทุนจากต่างชาติ เนื่องจากการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น และการประกาศนโยบายประกันสุขภาพสากลของรัฐบาลอินโดนีเซีย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์และบริการด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการแพทย์ โรงพยาบาล เภสัชกรรม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ต่างเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลอินโดนีเซียมีความพยายามที่จะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขภายในประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงุทนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทาง และอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเพื่อกระตุ้นให้ชาวอินโดนีเซียที่เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ เพื่อใช้บริการด้านการดูแลสุขภาพหันกลับมาใช้บริการภายในประเทศ นโยบายประกันสุขภาพสากล อินโดนีเซียได้ประกาศนโยบายด้านสุขภาพสากลเมื่อปี 2557 ภายใต้การดูแลของหน่วยงานด้านประกันสังคมและสุขภาพ ซึ่งกำหนดให้ประชาชนทุกคน รวมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานในอินโดนีเซียต้องเข้าร่วมโครงการประกันสุขภาพ โดยทุกบริษัทมีหน้าที่ลงทะเบียนลูกจ้างและเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันส่วนหนึ่งด้วย ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนประกันสุขภาพสากลจำนวนมากถึง 200 ล้านคน นอกจากนี้...