HomeBT News“บั้งไฟพญานาค” กับ "เม็ดเงินท่องเที่ยว" ที่พญานาคบันดาลให้

“บั้งไฟพญานาค” กับ “เม็ดเงินท่องเที่ยว” ที่พญานาคบันดาลให้

“บั้งไฟพญานาค” กับตำนานความเชื่อว่า พญานาคที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง พ่นบั้งไฟเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในช่วงออกพรรษา 

แต่ละปีจะมีลูกไฟขนาดเท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดเท่าไข่ไก้  สีชมพูอมแดง  ไม่มีเสียง  ไม่มีกลิ่น และไม่มีควัน  พุ่งจากท้องแม่น้ำโขงขึ้นสู่อากาศ แล้วค่อยๆ หายไปไป  ตั้งแต่หลังพระอาทิตย์ตกดิน ในเขตจ.หนองคาย  ไล่มาตามริมแม่น้ำโขง  ตั้งแต่ อ.โพนพิสัย  อ.ปากคาด  อ.รัตนาวาปี  อ.เมือง  อ.ศรีเชียงใหม่ อ.สังคม  รวมถึงจ.บึงกาฬ

ความเชื่อเรื่อง “พญานาค” อยู่คู่กับคนริมน้ำโขงมาอย่างยาวนาน  ในขณะที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการบูชา “พญานาค” จะช่วยบันดาลเรื่องโชคลาภ ความสำเร็จและเงินทอง  ส่วนในความเป็นจริงอันนี้คงต้องแล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล  แต่ที่แน่ๆ ช่วงออกพรรษาของทุกปี  พญานาคจะบันดาลรายได้ท่องเที่ยวให้กับคนตามริมแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
>> แห่ชมบั้งไฟพญานาค 3 หมู่บ้านริมโขงอุบลราชธานี
>> หนองคาย เตรียมรับนักท่องเที่ยวชมบั้งไฟพญานาค

พญานาคพ่นบั้งไฟกับรายได้ ให้คนหนองคาย

- Advertisement -

ปีนี้วันออกพรรษาตรงกับวันอาทิตย์ 13 ต.ค. แต่จังหวัดหนองคายจัดงาน “ประเพณีออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก” ตั้งแต่ 8 – 21 ต.ค. โดยกระจายกิจกรรมไปทั้ง 5 อำเภอ  โดย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมปรากฎการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ถึง 3 แสนคน  และคาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

จุดชมบั้งไฟพญานาค อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

หากย้อนกลับไปดูปรากฎการณ์ “บั้งไฟพญานาค” ในปีที่ผ่านๆ มา จะพบว่าที่พักทั้งโรงแรม  เกสท์เฮ้าส์  อพาทเมนต์เซอร์วิส  ในพื้นที่ถูกจองเต็ม 100% โดยเฉพาะที่พักซึ่งอยู่ติดริมน้ำโขง  หรือแม้แต่ที่กองร้อย อส.จ.หนองคาย  ก็มักจะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการพักแรม  ทำให้ ต้องจัดจุดกางเต้นท์  ห้องน้ำ ห้องทำอาหาร และจุดจอดรถไว้รับนักท่องเที่ยว  ซึ่งรับได้ประมาณ 500 คนในทุกๆ ปี

หรือกรณีภาพยนตร์เรื่อง “นาคี2” ซึ่งเมื่อปี 2561  ภาพยนตร์เข้าฉายช่วงเทศกาลออกพรรษาพอดี ทำให้กระแสบั้งไฟพญานาคและกระแสของภาพยนตร์มาได้ถูกจังหวะ  ถูกเวลา  บวกกับความเชื่อและศรัทธาที่คุ้นเคยของคนไทย  ยิ่งหนุนให้ภาพยนตร์สามารถกวาดรายได้ทะลุ 400 ล้านบาท

ภาพยนตร์เรื่อง "นาคี 2"

พลังศรัทธาพ่อปู่ศรีสุทโธ ที่หลั่งไหลมาสู่ “คำชะโนด”

นอกจากริมน้ำโขง จ.หนองคาย อีกจุดหนึ่งที่กล่าวถึง “พญานาค” แล้วจะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ก็คือ “คำชะโนด” จ.อุดรธานี  ดินแดนลี้ลับที่นอกจากเรื่อง “ผีจ้างหนัง” แล้ว  ตำนานพญานาคพ่อปู่ศรีสุทธโธนาคราช  และแม่ย่าศรีปทุมมา  แห่งวังนาคินทร์คำชะโนด  ก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาเยี่ยมเยือน

คำชะโนด จ.อุดรธานี

จากข้อมูลของ ททท. พบว่า “คำชะโนด” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของอีสานตลอดทั้งปี 61  มีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึง 2.5 ล้านคน  โดยเฉพาะวันหยุดจะมีนักเที่ยวเฉลี่ยถึงวันละ 12,000 คน  ส่วนวันธรรมดาเฉลี่ย 5,000 คน

หากนับเฉพาะตู้บริจาคซึ่งอยู่ตามจุดต่างๆ  เพื่อนำเงินบริจาคไปดูแลสถานที่ไว้รับนักท่องเที่ยว  แม้เฉลี่ยยอดบริจาคต่อคนจะอยู่ที่ 20 บาท  แต่หากรวมเงินบริจาคต่อวันจะมีรายได้ถึงวันละ 100,000 บาท  แต่หากเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือนักขัตฤกษ์จะมีเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าประมาณ 200,000 บาท  ซึ่งรายได้ดังกล่าวจะมีคณะกรรมบริหาร  และรายงานให้ประชาชนรับทราบ

ส่วนในปีนี้ (2562) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนคำชะโนดทั้งปี  ประมาณ 3 ล้านคน  และการใช้จ่ายต่อคนจะตกประมาณ 1,000 บาท  นั่นเท่ากับว่าทั้งปีจะมีเงินสะพัดเฉพาะที่คำชะโนดอย่างเดียวถึง 3 พันล้านบาท  ซึ่งเงินจำนวนนี้จะกระจายไปถึงชาวบ้านในส่วน

ต่างๆ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของ  จุดขายดอกไม้ธูปเทียน  วัตถุมงคลหรือของขลัง  และพ่อค้าแม่ค้าที่ขายล๊อตเตอร์รี่  สำหรับคนที่มาขอโชคจากพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา

นี่ยังไม่นับรวมเงินที่จะกระจายไปยังกลุ่มชาวบ้านผ่านการจ้างงาน  เพื่อมาดูแลความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว  ทั้งเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร  คนทำความสะอาดสถานที่  หรือคนที่คอยบริการนักเที่ยว  หรือการใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวตามจุดอื่นๆ ในจังหวัดอุดรธานี

ตำนาน “บั้งไฟพญานาค”

บั้งไฟพญานาค หรือก่อนปี พ.ศ. 2529 เรียก บั้งไฟผี เป็นปรากฏการณ์ที่กล่าวกันว่าเห็นที่แม่น้ำโขง ลักษณะเป็นลูกกลมเรืองแสงลอยขึ้นจากน้ำขึ้นไปในอากาศ จำนวนลูกไฟมีรายงานระหว่างหลายสิบถึงหลายพันลูกต่อคืน บั้งไฟพญานาคเกิดช่วงวันออกพรรษาทุกปี

ตามพุทธประวัติความเป็นมาเมื่อครั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้าได้ตรัสรู้ พระองค์ได้เสด็จเผยแพร่พระศาสนาไปทั่วชมพูทวีป พญานาคีได้เกิดความเลื่อมใสและศรัทธายิ่ง จึงได้จำแลงกายเป็นบุรุษเพื่อขอบวชเป็นสาวก ค่ำคืนหนึ่งพญานาคีได้เผลอหลับไหลไปและคืนร่างเดิม

พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องจึงขอให้ลาสิกขา เนื่องจากเป็นเดรัจฉานจะบวชเป็นภิกษุมิได้ พญานาคีจึงยอมทำตามคำขอแต่ขอว่ากุลบุตรทั้งปวงที่จะบวชให้เรียกขานว่า ”นาค” เพื่อเป็นศักดิ์ศรีของพญานาคก่อนเข้าโบสถ์

จากนั้นเป็นต้นมาจึงเรียกขานกุลบุตรทั้งหลายที่จะบวชว่า ”พ่อนาค” ต่อมาเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จไปโปรดพุทธมารดาเป็นเวลา 3 เดือน เมื่อกลับสู่โลกมนุษย์ เหล่าบรรดาพญานาคี นาคเทวี พร้อมทั้งเหล่าบริวารจัดทำเครื่องบูชาและพ่นบั้งไฟถวาย ซึ่งต่อมาชาวบ้านเรียกว่า ”บั้งไฟพญานาค”

ลักษณะบั้งไฟพญานาคเป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดเท่าไข่ห่านหรือผลส้ม มีสีแดงอมชมพูออกสีบานเย็น หรือสีแดงทับทิม ไม่มีควัน ไม่มีเขม่า ไม่มีเปลว ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น จะเริ่มปรากฏจากเหนือผิวน้ำ ตั้งแต่ระดับ 1–30 เมตร พุ่งสูงขึ้นไปประมาณระดับ 50–150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5–10 วินาที แล้วจะดับหายวับไปในอากาศ ทั้งที่ดวงไฟยังโตอยู่ มิได้หรี่เล็กลงแล้วค่อย ๆ ดับ และไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ

งานวิจัยวิทยาศาสตร์ของไทยหลายฉบับสรุปว่า บั้งไฟพญานาค คือ ก๊าซมีเทน-ไนโตรเจนเกิดจากแบคทีเรียที่ความลึก 4.55–13.40 เมตร อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ปริมาณออกซิเจนน้อย ในวันที่เกิดปรากฏการณ์มีแดดส่องช่วงประมาณ 10, 13 และ 16 นาฬิกา มีอุณหภูมิมากกว่า 26 องศาเซลเซียสทำให้มีความร้อนมากพอย่อยสลายสารอินทรีย์ และจะมีก๊าซมีเทนจากการหมัก 3–4 ชั่วโมง มากพอให้เกิดความดันก๊าชในผิวทรายทำให้ก๊าซจะหลุดออกมาและพุ่งขึ้นเมื่อโผล่พ้นน้ำ ฟองก๊าซที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำบางส่วนจะฟุ้งกระจายออกไป ส่วนแกนในของก๊าซขนาดเท่าหัวแม่มือจะพุ่งขึ้นสูงกระทบกับออกซิเจน รวมกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงยามกลางคืนทำให้เกิดการสันดาปอย่างรวดเร็วจนติดไฟได้

ที่มา
>> ตำนานบั้งไฟพญานาค
>> บั้งไฟพญานาค

ทั้งหมดนี้เป็นรายได้ที่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อเรื่องพญานาคที่อยู่คู่กับคนไทย  ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต  และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของภาคการท่องเที่ยว  ทำให้เงินกระจายไปยังส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  สร้างรายได้กับคนในพื้นที่  ส่วนความเชื่อเรื่องการมีอยู่จริงหรือไม่ของพญานาคคงอยู่ความเชื่อของแต่ละบุคคล  แต่ที่แน่ๆ พญานาคแห่งลำน้ำโขง  และวังนาคินทร์คำชะโนด  ก็ด้วยดลบันดาลรายได้ด้านท่องเที่ยวในกับคนในพื้นที่อย่างแน่นอน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
>> ท่องเที่ยวไทยยังน่าห่วง ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลด
>> ก.ท่องเที่ยวฯ มั่นใจนักท่องเที่ยวปี 62 แตะ 40 ล้านคน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News