HomeBT Newsกกร.หั่น จีดีพี ลงที่ 2.9% หลังประเมินส่งออกติดลบ

กกร.หั่น จีดีพี ลงที่ 2.9% หลังประเมินส่งออกติดลบ

กกร. ปรับลดคาดการณ์จีดีพีเหลือ 2.9% -3.3% หลังประเมินการส่งออกไทยในปีนี้ส่อแวว -1.0% – 1.0% แม้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมหารือ ธปท. หานโยบายลดการแข็งค่าเงินบาทกู้วิกฤติส่งออกปี 62

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จัดการประชุมหารือทิศทางเศรษฐกิจไทย หลัง 5 เดือนที่ผ่านมา แนวโน้มการส่งออกของประเทศไทยทำได้แย่กว่าที่ประมาณการไว้ โดยมีการปรับลดการส่งออก และการเติบโตของจีดีพี ในปี 62

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 62 เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณอ่อนแรงลง สะท้อนจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัว ขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยก็มีอัตราขยายตัวในระดับต่ำ ซึ่งมีเพียงการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัว จากแรงหนุนพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐ

- Advertisement -

ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปี 62 แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอยู่ท่ามกลางความท้าทายและขาดปัจจัยหนุน โดยแม้ว่าการส่งออกจะกลับมาฟื้นตัวบ้างจากปัจจัยฐาน และความเป็นไปได้ที่น้อยลงที่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีล็อตสุดท้ายจากจีน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้กลับมาสู่เส้นทางการเจรจากันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากความซบเซาของการค้าโลก รวมทั้งปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว และอาจมีแนวโน้มแข็งค่าอีกหากธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทย ทำให้แนวโน้มการส่งออกทั้งปี 62 อาจมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ขยายตัว

ที่ประชุม กกร. จึงปรับกรอบประมาณการอัตราเติบโตของการส่งออกในปี 62 ลงมาที่ -1.0% ถึง 1% (จากเดิม 3%-5%) และแม้ว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ กกร. มองว่าอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลจากการส่งออกที่ลดลงท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงและทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ดังนั้น กกร.จึงปรับกรอบประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง ลงมาที่ 2.9%-3.3% (จาดเดิม 3.7%-4.0%) แต่อัตราเงินเฟ้อปี 62 ยังคงไว้ที่กรอบเดิมคือ 0.8% – 1.2%

ทั้งนี้ กกร. ได้ทำข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายการยกระดับคุณภาพแรงงานไทย 3 ข้อดังนี้

1.การปรับขึ้นค่าจ้างควรขึ้นตามความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดไตรภาคี

2.การเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงาน

3.การเพิ่มกำลังคนทดแทน

นายกลินทร์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้า กล่าวต่อว่า ทาง กกร. มีมติจะเข้าหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในเร็วๆนี้เพื่อให้ ธปท. หามาตรการชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่ง กกร. หวังว่า ธปท. จะสามารถทำให้ค่าเงินบาทลงไปอยู่ในระดับ 32 บาท/ดอลลาร์ ได้ และเชื่อว่าจะส่งผลดีให้กับภาคการส่งออกไทยในปี 62 ที่ตัวเลขอาจไม่ติดลบในกรณีที่ทำได้ตามเงื่อนไขดังกล่าว

ซึ่งปัจจุบันมี 3 ปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบกับเศรษฐกิจไทยนั่นคือภาวะสงครามการค้า การแข็งค่าของเงินบาท และปัญหาความไม่ชัดเจรในการจัดตั้งรัฐบาล

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า จากภาวะที่ภาคการส่งออกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ จึงหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เช่นการผลักดันการส่งออกตามชายแดนต่างๆ ของประเทศไทย เช่นด่านสะเดา ควรให้เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง หรือด่านอื่นๆ ที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ควรเร่งเปิดบริการ ซึ่งเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกของประเทศไทยได้มากขึ้น

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News