Home BT News สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เดินหน้านโยบายเพื่อพัฒนาและผลักดัน ยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เดินหน้านโยบายเพื่อพัฒนาและผลักดัน ยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เดินหน้าผลักดัน 8 นโยบายหลักเพื่อพัฒนา ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งระบบการใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย รวมถึงโครงการความร่วมมือทางเทคโนโลยีด้านระบบกักเก็บพลังงานของประเทศไทย

นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เผยว่า ประเทศไทยจัดอยู่ในอันดับที่ 11 ของโลกในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ปัจจุบันการต่อยอดยานยนต์จากระบบสันดาบภายในเป็นยานยนต์ไฟฟ้ามีองค์ประกอบหลายอย่างที่เปลี่ยนไป ฉะนั้นจึงเกิดการปรับตัวของอุตสหกรรมค่อนข้างเยอะ สิ่งที่สำคัญ คือ ตอนนี้ควรจะต้องเกิดปรับตัวและการเตรียมตัวในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเป้าหมายภายในปี 2573 ประเทศไทยควรที่จะอยู่ในอันดับโลกที่สูงขึ้น

การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าเมื่อเทียบจากการจดทะเบียนรถใหม่ของปี 2562 ที่มีตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 1,500 คัน แต่ใน 8 เดือนแรกของปี 2563 มีตัวเลขของการจดทะเบียนรถใหม่เพิ่มขึ้นถึง 3,000 กว่าคัน ถือว่าเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งเห็นได้ว่าความนิยมของการใช้งานมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วขึ้น

“ปัจจุบันมุมมองของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่คนที่ซื้อรถยนต์ใช้งานเป็นคันแรก แต่ซื้อเป็นคันที่ 2-3 ของบ้าน เพราะใช้เพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทาง โดยข้อแรกที่อยากจะภาครัฐช่วยสนับสนุน คือ การสนับสนุนในเชิงภาษี ซึ่งเป็นหลักที่ทั่วโลกปฏิบัติแล้วเห็นผล เพราะทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของได้ง่าย เรียกว่าเป็นมาตราการในการดึงดูดให้ผู้ใช้สนใจที่จะใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น” นายกฤษฎา กล่าว

- Advertisement -

นายกฤษฎา กล่าวต่อ การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมี 2 ส่วนที่สำคัญที่ทางสมาคมเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น คือ เรื่องของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ การที่แบตเตอรี่มีความจุที่ดียิ่งขึ้น ขับด้วยระยะทางที่มากขึ้น ก็ทำให้คนสามารถตัดสินใจเลือกซื้อใช้งานมากขึ้น โดยการพัฒนาในเรื่องระบบกักเก็บพลังงานทั้งระบบ ตั้งแต่เรื่องของการวิจัยในการผลิต จนถึงเรื่องของการรีไซเคิล และส่วนที่สอง คือ สิ่งที่อำนวยความสะดวกในการชาร์จที่เพียงพอกับความต้องการ และง่ายต่อการเข้าถึง ทางสมาคมได้มีทำงานในกลุ่มที่เรียกว่า Charging Consortium โดยรวมพันธมิตรทั้ง 11 ผู้ให้บริการ เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อเครือข่ายของการชาร์จที่สามารถใช้ข้ามเครือข่ายได้ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้จะเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น

และอีกสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของการพัฒนาบุคลากรและการเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ต้องเร่งพัฒนาตั้งแต่การศึกษาในมหาวิทยาลัย การเพิ่มองค์ความรู้ต่าง ๆ ลงในหลักสูตรการศึกษา และการเพิ่มระดับความสามารถที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าแก่บุคลากรที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมด้วย

สำหรับทิศทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ทางสมาคมได้ผลักดัน 8 ข้อเสนอ ดังนี้

1. การจัดทำแผนที่นำทางเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า (EV Roadmap)  แบบบูรณาการ
2. การพิจารณาปรับปรุงข้อกฎหมายต่างๆ อาทิ ให้รถสามล้อไฟฟ้าเเละรถรับจ้างไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้อย่างเสรี 
3. การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่นการส่งเสริมให้ประชาชนซื้อยานยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาที่เหมาะสมผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดภาษีส่วนบุคคล/นิติบุคคลสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 
4. การส่งเสริมการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 
5. การส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเเละการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
6. การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
7. การเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า 
8. การส่งเสริมพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า

นายกฤษฎา กล่าวทิ้งทายว่า จุดประสงค์หลักของทางสมาคมที่ผลักดันเรื่องของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อลดมลภาวะโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ รวมถึง PM2.5 ที่เกิดขึ้นทุกปี จึงอยากเห็นประเทศไทยมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่มากขึ้น โดยสมาคมอยากที่จะมีส่วนร่วมในการผลักดันในเรื่องนี้

อ่าน : รู้หรือไม่ !?! ประเทศไทยมี ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ วางจำหน่ายแล้วถึง 20 รุ่น

Latest

ก.ดิจิทัล ชี้ Voice TV ทำผิด พ.ร.บ.คอมพ์-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบผิดผู้ใช้โซเชียลแชร์-โพสต์-รีทวิต กว่า 3 แสนเรื่อง

ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การชุมนุม กระทรวงดีอีเอส สรุปตัวเลขช่วงการชุมนุม13-18ต.ค. พบมี แกนนำ นักการเมือง ผู้ใช้โซเชียล โพสต์เข้าข่ายผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เตรียมทยอยส่งดำเนินคดี พร้อมเตือนประชาชนใช้สื่อออนไลน์อย่างระมัดระวัง นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯแถลงข่าว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ที่เฝ้าติดตามมอนิเตอร์การกระทำความผิด ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม –...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

สภาอุตฯ ชี้ เอกชนหวั่นระบาดรอบสอง ห่วง SMEs เลิกกิจการหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ ต.ค. 63

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ระดับ 85.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.0 ในเดือนสิงหาคม 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มีปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณ...

ผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้ 19 ต.ค. เพิ่ม 5 ราย ทั่วโลกติดเชื้อสะสม 40 ล้านคน

ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ โควิดวันนี้ (19 ต.ค. 2563) ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นรวม 5 ราย ใน State Quaratine ซึ่งเดินทางกลับมาจาก คูเวต, ญี่ปุ่น,ตุรกี,เคนยา และ บาห์เรน ประเทศละ 1 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม...

กอร.ฉ. ออกหนังสือ จับตา-ระงับไลฟ์ Voice TV-The Reporters-ประชาไท-The Standard

หลังจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา ทำให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร้ายแรง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การถ่ายทอดสดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของสำนักข่าวต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วและส่งตรงจากพื้นที่ ล่าสุดเช้าวันนี้(19 ต.ค.63) ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเอกสาร คำสังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ลงชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า "จากการตรวจสอบแล้วเป็นเอกสารจริง แต่ยังไม่มีหนังสือ-คำสั่ง...

Related News

ก.ดิจิทัล ชี้ Voice TV ทำผิด พ.ร.บ.คอมพ์-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบผิดผู้ใช้โซเชียลแชร์-โพสต์-รีทวิต กว่า 3 แสนเรื่อง

ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การชุมนุม กระทรวงดีอีเอส สรุปตัวเลขช่วงการชุมนุม13-18ต.ค. พบมี แกนนำ นักการเมือง ผู้ใช้โซเชียล โพสต์เข้าข่ายผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เตรียมทยอยส่งดำเนินคดี พร้อมเตือนประชาชนใช้สื่อออนไลน์อย่างระมัดระวัง นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯแถลงข่าว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ที่เฝ้าติดตามมอนิเตอร์การกระทำความผิด ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม –...

สภาอุตฯ ชี้ เอกชนหวั่นระบาดรอบสอง ห่วง SMEs เลิกกิจการหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ ต.ค. 63

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ระดับ 85.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.0 ในเดือนสิงหาคม 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มีปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณ...

ผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้ 19 ต.ค. เพิ่ม 5 ราย ทั่วโลกติดเชื้อสะสม 40 ล้านคน

ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ โควิดวันนี้ (19 ต.ค. 2563) ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นรวม 5 ราย ใน State Quaratine ซึ่งเดินทางกลับมาจาก คูเวต, ญี่ปุ่น,ตุรกี,เคนยา และ บาห์เรน ประเทศละ 1 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม...

กอร.ฉ. ออกหนังสือ จับตา-ระงับไลฟ์ Voice TV-The Reporters-ประชาไท-The Standard

หลังจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา ทำให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร้ายแรง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การถ่ายทอดสดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของสำนักข่าวต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วและส่งตรงจากพื้นที่ ล่าสุดเช้าวันนี้(19 ต.ค.63) ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเอกสาร คำสังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ลงชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า "จากการตรวจสอบแล้วเป็นเอกสารจริง แต่ยังไม่มีหนังสือ-คำสั่ง...

จีนผ่านร่างกฎหมายจำกัดการส่งออกสินค้าอ่อนไหว โต้สงครามการค้าสหรัฐฯ

รัฐบาลจีนได้ผ่านร่างกฎหมายจำกัดการส่งออกสินค้าอ่อนไหวเพื่อเป็นการป้องกันความมั่นคงแห่งชาติ และเพื่อตอบสนองต่อการกระทำของสหรัฐ หลังจาก ความขัดแย้งทางการค้า และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป อ่าน : ไนซ์กรุ๊ปตั้งทีมรับมือ คาดหลังโควิดส่งออกเสื้อผ้ากีฬาอาจฟื้นโตเป็น 2 เท่า กฎหมายของรัฐบาลจีนมีการระบุให้ประเทศจีนสามารถใช้ “มาตรการต่างตอบแทน” กับประเทศที่ละเมิดการควบคุมการส่งออกและคุกคามความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศจีน การควบคุมการส่งออกภายใต้กฎหมายใหม่นี้จะนำมาใช้กับพลเรือน ทหาร และผลิตภัณฑ์นิวเคลียร์ รวมถึงสินค้า เทคโนโลยี และบริการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะมีการตีพิมพ์รายการโดยละเอียดสำหรับแต่ละหน่วยงานเพื่อให้ทันการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว การบังคับใช้กฎหมายใหม่เปิดโอกาสให้รัฐบาลจีนตอบโต้สหรัฐที่พยายามกีดกันบริษัทไฮเทคสัญชาติจีน...