HomeBT NewsECB อัดฉีด QE "น้อย..แต่นาน"

ECB อัดฉีด QE “น้อย..แต่นาน”

เงินยูโรร่วงหลุดระดับ 1.10 ดอลลาร์ แตะระดับ 1.096 ดอลลาร์ หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) หั่นดอกเบี้ยเงินฝากติดลบมากขึ้นที่ระดับ -0.5% พร้อมนำนโยบายอัดฉีดเงินเสริมสถาพคล่องในระบบธนาคารผ่าน QE ชุดใหญ่เดือนละ 20,000 ล้านยูโร กลับมาใช้ใหม่อย่างไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ

เงินยูโรร่วงลงแตะระดับ 1.096 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันศุกร์ เป็นการอ่อนค่าลงถึง 0.5% ในวันเดียว และอ่อนค่าลงมากถึง 1.0% นับจากวันพฤหัสฯ ซึ่งยืนเหนือระดับ 1.107 ดอลลาร์

ท่ามกลางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) เทียบกับ 16 สกุลเงินสำคัญในตะกร้าเงิน โดยดอลลาร์แข็งค่าที่ 2.29% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ขณะที่แข็งค่าเท่ากับ 3.82% เมื่อเทียบกับช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ECB มีการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 11-12 กันยายน ได้มีมติปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB สู่ระดับ -0.50% จากเดิมที่ระดับ -0.40% แต่ให้คงดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ที่ยังเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ได้คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% ตามการคาดการณ์ของตลาด

- Advertisement -

ECB ยังระบุว่า จะยังคงตรึงดอกเบี้ยที่ระดับนี้ต่อไป และอาจจะปรับลดลง จนกว่าเงินเฟ้อจะอยู่ใกล้ระดับ 2% ที่เป็นอัตราเป้าหมายของ ECB

นอกจากนี้ ECB จะฟื้นโครงการซื้อบอนด์ตามมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ซึ่งจะดำเนินการในเดือนพฤศจิกายนในวงเงิน 20,000 ล้านยูโรต่อเดือน อย่างไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของโครงการ ทั้งนี้ วงเงิน QE ดังกล่าวมีจำนวนที่น้อยกว่าตลาดตาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่วงเงินเดือนละ 30,000 ล้านยูโร และมีกำหนดนะยะเวลาเสร็จสิ้นโครงการ QE ภายในปี 2020

มาตรการผ่อนคลายการเงินของ ECB ที่ออกมาในครั้งนี้ ถือเป็นการทิ้งทวนของมาริโอ ดรากี ประธาน ECB ที่กำลังจะอำลาตำแหน่งที่ครบเทอมในการประชุมครั้งสุดท้าย โดยบุคคลที่จะเข้าตำแหน่งต่อจากนี้คือ คริสติน ลาร์การ์ด ในเดือนตุลาคม

มาริโอ ดรากี เปิดแถลงข่าวเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกในกลุ่มยูโรโซนใช้มาตรการทางการคลังเป็นมาตรการเสริมอีกด้านหนึ่ง เพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มอ่อนแอ และความเสี่ยงของเศรษฐกิจขาลง โดยเตือนว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ ควรใช้มาตรการทางการคลังให้เกิดประสิทธิภาพ และทันกาล เพื่อให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น

ขณะที่่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังทวีตข้อความที่เห็นด้วยกับ  ECB ที่มีการปรับลดดอกเบี้ย พร้อมมาตรการ QE ผ่อนคลายการเงิน ได้ดำเนินการรวดเร็วในการปรับลดดอกเบี้ยที่ติดลบเพิ่มขึ้นอีก 0.10% และประสบความสำเร็จในการทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับดอลลาร์ซึ่งแข็งค่าอย่างมากในปัจจุบัน

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ต่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เอาแต่นั่งรอเฉย เหมือนพวกเขาเหมือนถูกว่าจ้างมาเพื่อทำการกู้ยืมเงิน โดยยังคงต้องจ่ายดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม ความกังวลของ ECB ที่มีต่อเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศยูโรโซน โดยเฉพาะ 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อย่างเช่น เยอรมนีและฝรั่งเศสอาจจะเผชิญหน้ากับภาวะถดถอยในปีนี้และปีหน้า เนื่องจากผลกระทบจากการที่เศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่อ่อนแอลงจากความตึงเครียดของสงครามการค้า

ในขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลของทั้งเยอรมนีและฝรั่งเศส อยู่ในระดับที่ติดลบ โดยล่าสุด ผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลเยอรมนีและฝรั่งเศสอายุ 10 ปีอยู่ที่ระดับ -0.488% และ -0.1848% ตามลำดับ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News