HomeBT Newsผ่าเกม BDMS หวังกินรวบเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนของไทย

ผ่าเกม BDMS หวังกินรวบเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนของไทย

ข่าวใหญ่ที่สุดในวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลของไทยในช่วงล่าสุดที่ผ่านมา ต้องยกให้ดีลที่เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ BDMS ของ “ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” ได้ยื่นขอซื้อหุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือ BH ทั้งหมด โดยจะต้องใช้เงิน 85,612.73 ล้านบาท เข้าซื้อในราคา 125 บาท/หุ้น

“หมอเสริฐ” ไม่ปฏิเสธว่าสนใจที่จะซื้อหุ้น BH โดยได้เข้าซื้อหุ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2554 หรือว่า 9 ปีมาแล้ว ตอนนั้นเข้าซื้อในสัดส่วน 11.1% ในราคา 29 บาท โดยให้เหตุผลว่านักลงทุนต่างชาติได้ทยอยขายหุ้น BH ออกมา แต่ยังมองว่าบำรุงราษฎร์ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีและราคาหุ้นอยู่ในระดับน่าสนใจ ขณะเดียวกันยังให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการเข้าซื้อหุ้นแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่วิธีการแบบ Hostile Takeover

        “ไม่ได้ดอดเข้าซื้อ ซื้อตรงๆ และไม่เคยคิดเทกโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร ในชีวิตไม่เคยทำ”

นับตั้งแต่วันนั้น BDMS ได้ทยอยเก็บหุ้น BH มาโดยตลอด จนกระทั่งได้ถือหุ้นในสัดส่วน 24.92% ในปัจจุบัน

- Advertisement -

นี่จึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าหมอเสริฐ ต้องการเป็นเจ้าของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เพื่อต่อยอดอาณาจักรโรงพยาบาลของตัวเองให้เป็น “เบอร์หนึ่ง” แต่เพียงผู้เดียว

เพราะหลังจากที่กลุ่ม โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้เข้าควบรวมกิจการกับเครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลของ “วิชัย ทองแตง” ในช่วงปี 2554 กลุ่ม BDMS ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเครือข่ายสถานพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยกินรวบทั้งตลาดกลางล่างและกลางบนไปจนถึงตลาดบน ขาดแต่เพียงตลาดพรีเมียมที่ยังมีบำรุงราษฎร์เป็นคู่แข่งสำคัญ

หากดีลนี้สำเร็จกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพจะทิ้งห่างคู่แข่งที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนในปะเทศไทยชนิดไม่เห็นฝุ่น!!

ปัจจุบันโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มี ชัย โสภณพนิช นั่งในตำแหน่งประธานกรรมการ แต่ไม่มีคนของตระกูลโสภณพนิชนั่งเป็นผู้บริหารระดับสูง

หากดูจากรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดของ BH พบว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดคือ BDMS ที่ถืออยู่ 24.92% อันดับที่ 2 คือ บริษัท กรุงเทพประกันภัย ถืออยู่ 14.65% UOB Kay Hian Hongkong  8.44% โดยมีกองทุนรัฐบาลสิงคโปร์ GIC ถือหุ้นด้วย 1.74%

นับเฉพาะการถือหุ้นของคนในตระกูลโสภณพนิช (รวมส่วนของกรุงเทพประกันภัย) จะประกอบด้วย บริษัท วัฒนโสภณพนิช ที่ถืออยู่ 3.59% ชัย โสภณพนิช 1.40% ชาลี โสภณพนิช 0.72% ชาตรี โสภณพนิช 0.51% (เสียชีวิตไปแล้ว) นับรวมแล้วมีสัดส่วนการถือหุ้นรวมกันเพียง 20.87% ที่เหลือเป็นนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นเพียงรายละประมาณ 1% เท่านั้น

หากหมอเสริฐสามารถรวบหุ้นที่รายย่อยถือรวมกันทั้งหมด 49.69% ไปได้ ก็จะขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วนประมาณ 75-80% ใน BH ก็เรียกได้ว่ามีความเป็นเจ้าของมากกว่าตระกูลโสภณพนิชไปแล้ว

แต่จะได้เข้าไปนั่งในบอร์ดบริหารหรือถือหุ้นได้ทั้งหมด 100% หรือไม่ เกมนี้ยังต้องจับตากันต่อไป เพราะผู้บริหารของบำรุงราษฎร์ก็เดินเกมของตัวเองเช่นกัน ตั้งแต่การแถลงว่าไม่ยอมรับการเทกโอเวอร์ของหมอเสริฐในครั้งนี้ รวมถึงยื่นเรื่องต่อกรรมการแข่งขันทางการค้าว่าดีลนี้เข้าข่ายการผูกขาดทางการค้า      

นอกเหนือจากดีลการเทกโอเวอร์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์แล้ว “หมอเสริฐ” ยังได้ชื่อว่าเป็นคุณหมอจอมเทกโอเวอร์ตัวจริงของตลาดหุ้นไทย เป้าหมายหลักคือต้องการที่จะเป็นผู้ควบคุมตลาดโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว!!

แรกเริ่มเดิมที โรงพยาบาลกรุงเทพเป็นเจ้าตลาดในธุรกิจโรงพยาบาลระดับกลางบนไปจนถึงระดับพรีเมียม รวมถึงคนไข้ต่างชาติ แต่หลังจากที่ได้ควบรวมกิจการกับเครือโรงพยาบาลพญาไทของทนายวิชัย ทองแตง ส่งผลให้กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม โดยครองตลาดตั้งแต่ระดับกลางล่าง ที่มีโรงพยาบาลเปาโลครองอยู่จนถึงระดับกลางถึงกลางบนที่โรงพยาบาลพญาไทครองอยู่

แถมหมอเสริฐยังแอบเข้าไปซื้อหุ้นโรงพยาบาลนนทเวช หรือ NTV ด้วยชื่อตัวเองในสัดส่วน 1.37% อีกด้วย

ทุกดีลที่เกิดขึ้นคนในวงการหมอต่างพูดถึงกันว่าเป็นดีลเทกโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) เนื่องจากไม่ได้ทำการตกลงกับผู้ถือหุ้นเดิมไว้ก่อน และมีเจตนาที่จะครอบงำกิจการ

อย่างไรก็ตาม ในอดีตหมอเสริฐเคยทำดีลเข้าเทกโอเวอร์โรงพยาบาลรามคำแหง (RAM) โดยการไล่ซื้อหุ้นในตลาดจนได้เป็นเจ้าของหุ้นสัดส่วน 38.24% มาแล้ว แต่ได้รับการต่อต้านจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมทำให้ไม่สามารถที่จะเข้าเทกโอเวอร์ได้ จนกระทั่งได้เทขายหุ้นออกไปทั้งหมดเมื่อเดือน ม.ค. ปีที่แล้วนี่เอง โดยได้ผลตอบแทนเป็นเงินสด 1.28 หมื่นล้านบาท

รวมถึงการแอบเข้าซื้อหุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ หรือ BCH หุ้นโรงพยาบาลใหญ่อันดับ 3 แต่ดีลก็ไม่สำเร็จเพราะตระกูลหาญพาณิชย์ถือครองหุ้นกว่า 50% ทำให้ไม่สามารถเจาะเข้าไปได้

ถ้าหากหมอเสริฐสามารถเทกโอเวอร์เครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมดในประเทศไทยไว้ได้ จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับ BDMS กลายเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลใหญ่ระดับโลก ที่ในปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงอันดับต้นๆ ของโลกมานานแล้ว

แต่ทว่าเป็นเรื่องน่าวิตกกังวลที่ธุรกิจโรงพยาบาลของไทยจะถูกควบคุมตลาดได้ด้วยกลุ่มทุนเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งท้ายสุดอาจเป็นผู้บริโภคที่อาจจะหมดทางเลือกในการใช้บริการ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ไทยเตรียมเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย อีก 20 ปี ประชากรไทยจะลดน้อยลง

วิกฤติไวรัส วิกฤติหนี้ COVID-19 ฉุดเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนพุ่ง

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News