HomeBT NewsASPS ชี้มาตรการลดค่าไฟฉุดกำไรโรงไฟฟ้าเล็กน้อย แนะหาจังหวะซื้อหลังร่วงแรง

ASPS ชี้มาตรการลดค่าไฟฉุดกำไรโรงไฟฟ้าเล็กน้อย แนะหาจังหวะซื้อหลังร่วงแรง

ASPS เปิดเผยว่ามาตรการลดค่าไฟฟ้า จะกระทบรายได้ของกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าเล็กน้อย ขณะเดียวกันค่าก๊าซที่ลดลงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ชี้หาจังหวะเข้าซื้อหลังราคา 3 หุ้นใหญ่ในกลุ่มร่วงแรงเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

บล.เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดได้มีการออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการตรึงค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เดือน พ.ค. 2563 ไว้ที่ -11.6 สต./หน่วย รวมถึงลดราคาค่าไฟฟ้า 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท เป็นเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย. 2563

ประเด็นดังกล่าวถือเป็นผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มที่มีโรงไฟฟ้าก๊าซฯ SPP แต่ไม่มีนัยสำคัญต่อประมาณการโดยภาพรวม เนื่องจากโรงไฟฟ้า SPP จะมีส่วนของกำลังการผลิตที่ขายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม (Industrial User: IU) โดยปกติแล้วสูตรราคาขายไฟมีการอิงกับราคาขายไฟของการไฟฟ้าโดยมีส่วนลด 3-5% บวกกับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ดังนั้นราคาค่าไฟที่ภาครัฐประกาศปรับลดชั่วคราวข้างต้น จะส่งผลให้ราคาขายไฟของ SPP ในส่วนของ IU ลดลง

- Advertisement -

ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีการขายไฟฟ้าให้กับ IU ที่ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ศึกษาได้แก่ GPSC (55% ของรายได้รวม) , BGRIM (23% ของรายได้รวม), GULF (10% ของรายได้รวม) ส่วน RATCH และEGCO แทบไม่มีนัยสำคัญ โดยฝ่ายวิจัยได้ทำการศึกษาเบื้องต้นจากผลกระทบของการปรับลดราคาขาย 3% เป็นเวลา 3 เดือน พบว่า GPSC ผลกระทบจะอยู่ที่ราว 180-270 ล้านบาท คิดเป็น 2.5-3.5% ของกำไรปี 2563

ส่วน  BGRIM คาดผลกระทบราว 75 ล้านบาท คิดเป็น 2.2% ของกำไรปี 2563 และ GULF คาดผลกระทบราว 50 ล้านบาท คิดเป็น 1% ของกำไรปี 2563  ขณะที่ EGCO และ RATCH ไม่มีนัยสำคัญ  ดังนั้นจึงไม่มีนัยสำคัญต่อประมาณการกำไรกลุ่มโรงไฟฟ้าโดยรวม ทำให้ยังคง FV ไว้เช่นเดิม

อีกทั้ง การปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบในช่วงที่ผ่านมา คาดยังส่งผลให้ราคาก๊าซฯมีแนวโน้มลดลงตาม แต่มี lag time ราว 3-6 เดือน ส่งผลบวกต่อต้นทุนขาย ที่จะปรับตัวลงตามในระยะถัดไป (ต้นทุนก๊าซฯเฉลี่ยคิดเป็น 70% ของต้นทุนขายรวม) ทำให้คาดว่าจะสามารถช่วยชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากราคาขายไฟที่ลดลงได้ โดยล่าสุดราคาก๊าซฯในเดือน ม.ค.-มี.ค. 63 คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 260 บาท/ล้านบีทียู ลดลง 2.6%qoq

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงวานนี้ทั้ง BGRIM (-13.3%), GULF (-10.1%) และ GPSC (-8.4%) สะท้อนประเด็นดังกล่าวมากเกินไป จึงแนะนำให้หาจังหวะเข้าลงทุนทั้ง GPSC, BGRIM, EGCO, RATCH ส่วน GULF เริ่มเห็น upside ให้ลงทุนมากขึ้น แต่อาจต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าลงทุนหุ้นช่วงนี้ เนื่องจากในภาพใหญ่สภาวะตลาดยังมีความผันผวนมาก

อ่านข่าวอื่น BGRIM ลั่นมาตรการลดค่าไฟฉุดรายได้แค่ 0.17% มั่นใจผลประกอบการโตต่อเนื่อง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News