HomeBT Newsกลยุทธ์ช่อง 3 ปี 63 ปรับทั้งหน้าจอและออนไลน์ หวังกลับมากำไร

กลยุทธ์ช่อง 3 ปี 63 ปรับทั้งหน้าจอและออนไลน์ หวังกลับมากำไร

ช่อง 3 ปรับกลยุทธ์ปี 2563 ทั้งหน้าจอและออนไลน์ ตั้งเป้ายึดเรตติ้งช่วงเวลา 18.00-22.30 น. ร่วมมือพาร์ตเนอร์ขายคอนเทนต์ไปต่างประเทศ ด้านออนไลน์ส่งคอนเทนต์ไปทุก OTT แพลตฟอร์ม หวังกวาดรายได้ กลับมากำไรอีกครั้ง

-เปิดวิกบิ๊ก 3 ครบรอบ 50 ปี ช่อง 3 เผยรายชื่อละคร-รายการใหม่ ลงจอครึ่งปีแรก 2563
-ช่อง 3 เตรียมปรับผังยึด 6 โมง – 4 ทุ่ม พร้อมเน้นออนไลน์ มองคู่แข่งคือ ทุกคนที่แย่งเวลาคนดู

เข้าสู่เดือนที่ 10 ภายใต้การนำทีมของ “อริยะ พนมยงค์” หลังฝ่าวิกฤติดิจิทัล ดิสรัปชั่น ผู้ชมทีวีลดลง ขณะที่อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้น ส่งผลให้ตัดสินใจคืนช่อง 13 และ 28 รวมถึงภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาลดลงในปีที่ผ่านมา ด้านผลประกอบการ 3 ไตรมาสของ BEC World ในปี 2562 จะยังคงติดลบอยู่ 138 ล้านบาท ภาพรวมเรตติ้งในปี 2562 ยังอยู่อันดับที่ 2 ที่ 1.166

- Advertisement -

แม้การยุติการออกอากาศช่อง 3 อะนาล็อก ในวันเกิดครบรอบ 50 ปี ที่จะถึงนี้ จะช่วยลดต้นทุนได้ แต่ยังไม่มากเท่าการยุติการออกอากาศ 2 ช่องดิจิทัล ที่ส่งผลดีในภาพรวมมากกว่า

ช่อง 3 ปรับกลยุทธ์แรกเมื่อเดือน ก.ย. 2562 เริ่มจาก “ข่าว” ทุกรายการภายใต้แนวคิด “ข่าว 3 โฉมใหม่ ข่าวจริง ทันเหตุการณ์ พึ่งพาได้” ปรับรูปแบบการนำเสนอข่าวเล่นกับกระแสสังคมมากขึ้น เป็นกระบอกเสียงที่สำคัญของประชาชน โดยยังคงผู้ประกาศหลักไว้ทั้ง 4 รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ เรื่องเด่นเย็นนี้ และข่าว 3 มิติ

ปรับรูปแบบองค์กร-ผังรายการ ยึดเวลาคนดู

นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.บีอีซี เวิลด์ กล่าวว่า ช่อง 3 ไม่ใช่ธุรกิจโทรทัศน์อีกต่อไป แต่เป็นธุรกิจคอนเทนต์ที่จะมาแย่งเวลาผู้บริโภค โดยภารกิจของปี 2563 คือปรับเปลี่ยนบีอีซี เวิลด์ ให้เป็นองค์กรที่คล่องตัวและมีความคิดไปข้างหน้า ยกระดับพนักงานช่อง 3 ให้มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อส่งมอบความสดใหม่ ตอบโจทย์ทั้งผู้ชมและลูกค้าของช่อง ผ่านทุกแพลตฟอร์มและออนดีมานด์ทั่วไทยและต่างประเทศ เข้าไปยังธุรกิจสื่อใหม่ให้มากขึ้น ส่งตรงสู่ผู้บริโภคมากขึ้น และเรียนรู้ข้อมูลของลูกค้ามากขึ้น (Direct to Consumers)

ช่อง 3 ยังใช้ผู้จัดละครทั้งเก่าและใหม่ผลิตละครตามความถนัด ซึ่งเป็นจุดแข็งของละครช่อง 3 นอกจากนี้ ยังเล็งการสร้างรายการที่ใช้ดารากว่า 200 ชีวิต สลับกันมาออกอากาศ ทั้งเป็นแขกรับเชิญและผู้ดำเนินรายการ โดยชูเรื่องความสามารถมากกว่าแค่การแสดง

เตรียมปรับผังใหม่ เจาะช่วงเวลาไพรม์ไทม์ 18.00-22.30 น. แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา คือ

18.00-19.00 น. ส่งรายการใหม่อย่าง “สกิดใจโชว์” วาไรตี้ทอล์กโชว์ ดึง “ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ” ดำเนินรายการ พร้อมส่งดาราในสังกัดสลับกันมาออกรายการ หวังเพิ่มผู้ชมกลุ่มครอบครัว (อาจจะมีประกาศเพิ่มอีก 1 รายการ)
19.00-20.00 น. ยังคงละครก่อนข่าวไว้ เป็นละครครอบครัวที่ไม่มีความรุนแรง ดึงกลุ่มคนในเมืองและต่างจังหวัด
20.20-22.30 น. ละครหลังข่าวจุดขายเดิมของช่อง 3 ปรับกลยุทธ์เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องให้กระชับมากขึ้น สนุกมากขึ้น

ไม่เท่านั้น ช่อง 3 ยังส่งรายการใหม่แกะกล่อง “เกมแจกรถ” เข้าช่วง 17.30 น. ปูทางดึงคนดูก่อนเข้าช่วงไพรม์ไทม์ ให้คนทางบ้านร่วมสนุกลุ้นรับรถตลอดทั้งปี

“ช่วงเวลาอื่นแม้เปลี่ยนผัง แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบชัดเจนเท่าช่วงเวลา 18.00-22.30 น.” นายอริยะ กล่าวเสริม

ปรับแผนออนไลน์ ผุด Ch3+ รุกขายคอนเทนต์ไปทั่วโลก

ช่อง 3 เตรียมเปิดตัว Ch3+ สิ้นเดือน ก.พ.นี้ โดยจะรวมคอนเทนต์จากเว็บไซต์ Ch3Thailand และ Mello.me ที่เปิดตัวไปยังไม่ทันครบ 2 ปี เข้ามาอยู่ในที่เดียวกัน ตั้งเป้ารุกตลาดออนไลน์ พร้อมจับมือกับผู้ให้บริการ OTT (Over-The-Top) ทุกแพลตฟอร์ม

นายวรุตม์ ลีเรืองสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอีซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า แพลตฟอร์มเดิมเรามีดูสดอยู่ที่ Ch3Thailand และดูย้อนหลังอยู่บน Mello.me ซึ่ง Ch3+ จะเข้ามาตอบโจทย์ให้คนดูสดและดูย้อนหลังได้ในเว็บไซต์เดียวกัน เป็นการรวมกันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นนี้ นอกจากนี้ เราตั้งเป้าว่าใน Ch3+ จะมีออริจินัลคอนเทนต์ ทั้งละครและวาไรตี้ไม่ต่ำกว่าไตรมาสละ 2 เรื่อง

“ปัจจุบัน Ch3Thailand และ Mello.me มียอด Active Users รวมกันประมาณ 8 ล้านคน/เดือน”

ช่อง 3 ผันตัวไปเป็น Content Provider มากขึ้น โดยเชื่อว่าลูกค้าไม่ได้อยู่ที่เดียวและเริ่มไปอยู่ที่ OTT ต่าง ๆ มากขึ้น และเป็นยุทธศาสตร์เชื่อมโยงผู้ชมระหว่างทีวีกับ OTT ที่เป็นทั้งคู่แข่งและพาร์ตเนอร์ ตั้งเป้าขยายคอนเทนต์ให้ผู้ชมเห็นมากขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ

มีพาร์ตเนอร์ทั้ง YouTube LineTV Netflix HOOQ และล่าสุดคือ WeTv ที่แถลงความร่วมมือไปเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

“ออนไลน์จะเป็นรายได้ที่สำคัญในอนาคตของช่อง 3 เรามียอดวิวคอนเทนต์ผ่านออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มมากถึง 1 หมื่นล้านวิวในปีที่ผ่านมา เราต้องทำได้มากกว่า 10% ของรายได้บริษัท ซึ่งปัจจุบันยังไม่ถึง คาดว่าจะสามารถทำได้ในปีนี้” นายวรุตม์ กล่าวเสริม

ช่อง 3 ขยายคอนเทนต์ไปยังตลาดต่างประเทศ เริ่มต้นจากตลาดเอเชียที่เป็นหัวใจที่สำคัญ ทั้ง กัมพูชา อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ รวมถึงจีน ที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดอีกด้วย ไม่เท่านั้น ช่อง 3 ยังตั้งเป้าขายคอนเทนต์ไปยังประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา ที่มีคนไทยอาศัยอยู่มาก ส่วนประเทศในแถบลาตินอเมริกานั้นอยู่ในขั้นตอนเจรจา

มั่นใจ ช่อง 3 กลับมากำไร

ช่อง 3 ตั้งเป้าว่าปี 2563 จะกลับมามีผลกำไรได้และจะเติบโตในแง่ของรายได้ถึง 2 เท่าตัว ปีที่ผ่านมารายได้ของช่อง 3 ยังเป็นโทรทัศน์ ร้อยละ 83 ส่วนออนไลน์และธุรกิจอื่นๆ ร้อยละ 17

นายอริยะ ตั้งเป้าว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าจะเพิ่มรายได้ในส่วนอื่น ๆ เช่น ออนไลน์ ขายคอนเทนต์ไปต่างประเทศ สปอนเซอร์ชิป โฮมช้อปปิ้ง เป็นร้อยละ 35 เพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจสื่อ ซึ่งช่อง 3 อาจเข้าสู่ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง ในรูปแบบที่แตกต่างโดยอยู่ในขั้นตอนการศึกษา

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News