HomeBT NewsExperiential Marketing สูตรการตลาดแสนกลมกล่อมจากเนสกาแฟ

Experiential Marketing สูตรการตลาดแสนกลมกล่อมจากเนสกาแฟ

ในโลกใบเดิมที่หมุนเร็วจนวิ่งตามไม่ทัน กลายเป็นโจทย์ใหญ่ให้ทุกแบรนด์ก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโลกอีกใบที่น่าค้นหาของเหล่านักการตลาดในการเฟ้นหาสุดยอดเครื่องมือการตลาดใหม่ๆมาใช้เพื่อสร้างแรงดึงดูดใจผู้บริโภคไม่พอ ยังเน้นสร้างการจดจำแบรนด์

Experiential Marketing  หรือ การตลาดที่เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วม คือ หนึ่งในไม้ตายสำคัญที่หลายแบรนด์เลือกใช้ แต่แบรนด์ที่นำมาใช้สร้างกระแสและภาพจำได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้น “เนสกาแฟ” ซึ่งนาริฐา วิบูลยเสข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล้าพูดเลยว่า Experiential Marketing คือ หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ปีที่แล้ว เป็นปีแห่งการ ‘เทิร์นอะราวด์’ ของเนสกาแฟหลังจากได้รับผลกระทบจากกาแฟนอกบ้านมาหลายปี แต่ปี 2019 กลับมามาท็อปฟอร์มเติบโตอีกครั้งในรอบ 3 ปี พร้อมทำรายได้สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงจีน ฟิลิปปินส์

งานนี้ ใครที่ยังสงสัยว่า เนสกาแฟทำอะไรลงไปบ้าง Business Today พร้อมแล้วที่จะพาไปหาคำตอบ

เปิด 4  Key Success ดันเนสกาแฟรายได้พุ่ง

- Advertisement -

            1. การเป็นเจ้านวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านมา เนสกาแฟไม่เคยหยุดพัฒนา มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ อย่างปีที่แล้ว เนสกาแฟเปิดตัวกาแฟคั่วบดละเอียดที่มีส่วนผสมของกาแฟอาราบิก้า รวมถึงการพัฒนากาแฟดำ กาแฟเย็นที่สามารถบริโภคในบ้าน และยังตอบรับเทรนด์สุขภาพด้วยการพัฒนาสูตรไม่มีน้ำตาล หรือน้ำตาลน้อย ทำให้ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี

            “สิ่งที่น่าภูมิใจคือ การพัฒนาทั้งหมดมาจาก ‘โลคัล’ ไม่ใช่ ‘โกเบิล’ โดย เนสท์เล่ ไทยแลนด์ อาศัย“คอนซูเมอร์ อินไซด์” มาเป็นแกนหลัก”

            2. กิจกรรมทางการตลาดที่ไม่เหมือนใคร และไม่เหมือนประเทศไหน  เพราะทุกอย่างเกิดจากการศึกษาเทรนด์และคอนซูเมอร์ อินไซด์ของผู้บริโภค ตลอดจนความกล้าของทีมงานที่จะลงมือทำ โดยไม่รอให้ทางโกเบิลสั่งมาให้ทำ ส่งผลให้ตลาดเติบโตมากกว่าประเทศอื่น

เนสกาแฟ

            3.โปรโมชั่น อัดแน่นตลอดทั้งปี เพื่อคืนกำไรให้กับผู้บริโภคตลอดทั้งปี

            4.Experiential Marketing เข้ามาสร้างสีสันให้แบรนด์เป็นอย่างมาก บิ๊กอีเว้นต์ปีที่แล้ว คือ เนสกาการเปิดตัวอินเตอร์แอคทีฟ อาร์ต สเตชั่น ณ MRT สถานีวัดมังกร เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ตกแต่งด้วยภาพวาดศิลปะสไตล์จีนสีสันสดใส และมีจุดเปิดประสบการณ์เออาร์อยู่ทั่วทั้งสถานี โดยมียอดผู้ใช้บริการและเยี่ยมชมกว่า 5 ล้านคนนับแต่เปิดตัว ซึ่งเป็นสถานีที่มียอดผู้ใช้บริการสูงที่สุดในจำนวนสถานีเปิดใหม่ทั้งหมดในปีที่แล้ว และสร้างกระแสการพูดถึงทางโซเชียลมีเดียกว่าหนึ่งล้านครั้ง  นอกจากนี้ ยังกวาดรางวัลแอดแมน อวอร์ดถึง  7 รางวัล

ปลุกตลาดกาแฟให้คึกคัก (อีกครั้ง)

จาก 4 กระบวนยุทธ์ที่เนสกาแฟอัดแน่นนี้เอง ทำให้วันนี้ ผู้บริหารคนเก่ง ตอกย้ำอย่างมั่นใจว่า ไม่กังวลอีกแล้วกับการขยายตัวของกาแฟนอกบ้าน และมองว่า ทุกก้าวจากนี้ คือ โอกาสไม่ใช่วิกฤต

ภาพรวมตลาดรวมกาแฟปรุงสำเร็จในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 2% แบ่งเป็นกาแฟซองแบบ 3 อิน 1 มูลค่า 16,300 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77% ของมูลค่าตลาดรวมกาแฟปรุงสำเร็จ อีก 23% เป็นกาแฟสำหรับชงเอง

เนสกาแฟ

ขณะที่เนสกาแฟมีส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดกาแฟปรุงสำเร็จ (3 อิน 1 ) โดยปี 2562 สามารถทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของเนสกาแฟทั่วโลก แซงหน้า จีน และ ฟิลิปปินส์ สำหรับตลาดไทยมีการเติบโตมากกว่าตลาดรวม รวมทั้งสามารถทำส่วนแบ่งการตลาดได้เพิ่มมากขึ้นจากเดิมทิ้งห่างคู่แข่งอันดับ2และ3อย่างมาก

นอกจากนี้ความสำเร็จของเนสกาแฟไทย เป็นเหมือน เวคอัพ คอลล์ (Wake up call) ให้กับประเทศอื่นศึกษากลยุทธ์และกิจกรรมในไทยนำไปประยุกต์ใช้  ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากาแฟสูตรชงเย็นสูตรเย็น หรือ กาแฟดำ เพราะที่ีจีน มาเลเซีย ตลอดจนฟิลิปปินส์ ก็เจอปัญหาเดียวกับบ้านเรา คือ เทรนด์กาแฟนอกบ้าน

สำหรับการเติบโตในปี 2020 ผู้บริหารคนเก่งแย้มเพียงว่า ตลาดกาแฟสำเร็จจะไม่โตหวือหวา แต่เนสกาแฟยังพร้อมไดรฟ์ตลาดเต็มที่ เพื่อให้เติบโตใกล้เคียงกับปี 2019 แต่ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าจะเติบโตเท่าไหร่

 เปิดแคมเปญแรกของปี รับตรุษจีน

แน่นอนว่า ธุรกิจยุคนี้เป็นยุคของปลาเร็ว หลังจากเปิดศักราชใหม่มาได้สัปดาห์กว่าๆ เนสกาแฟก็เขย่าตลาดด้วยการเปิดตัวแคมเปญใหญ่รับตรุษจีน ทุ่มงบ 200 ล้านบาท ต่อยอดสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคด้วยเทคโนโลยีเออาร์สำหรับผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ลิมิเต็ดเอดิชั่น บรรจุภัณฑ์ดีไซน์เฉพาะเทศกาลตรุษจีน และโปรโมชั่นแจกทองทุกสัปดาห์

ความน่าสนใจของแคมเปญนี้ คือ การหยิบเอาเครื่องมือ Experiential Marketing ที่สร้างกระแสให้เนสกาแฟอย่างมาก เมื่อปีที่แล้วมาต่อยอด

“จากความสำเร็จที่สถานีวัดมังกร ทำให้เราเห็นว่ามีผู้คนจากท่วทุกสารทิศเดินทางมาเพื่อดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่เรามอบให้ ด้วยจุดยืนของแบรนด์ที่ต้องการเป็นกาแฟที่เชื่อเชื่อมทุกความผูกพัน เราจึงพยายามตีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถสัมผัสประสบการณ์เหมือนมาที่สถานีวัดมังกรได้ เลยกลายที่มากิมมิคในแคมเปญใหญ่ “ชงโชครับตรุษจีนสไตล์อินเตอร์แอคทีฟ”

เจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยในหลากหลายช่องทางเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมุ่งสร้างสรรค์ประสบการณ์เสริมมงคลสุดล้ำครบวงจรด้วยเทคโนโลยีเออาร์ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ในบรรจุภัณฑ์ดีไซน์ตรุษจีนที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น สื่อประชาสัมพันธ์ ณ จุดขายกว่า 1,000 จุด สื่อโฆษณาในรถไฟฟ้า MRT เนสกาแฟฮับทุกสาขา พร้อมด้วย 8 จุดมงคลที่ MRT สถานีวัดมังกร

ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถสแกนบรรจุภัณฑ์ แก้ว หรือสื่อต่างๆ โดยใช้แอปพลิเคชัน Recall บนมือถือ เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟเคลื่อนไหวแบบ 3D ของ 8 สรรพสัตว์และของมงคลพร้อมคำมงคลอักษรจีนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านความเจริญรุ่งเรือง การมีอายุยืนยาว และความสุขสมบูรณ์   

             ทั้งหมดนี้ คือ สูตรลับเฉพาะที่เนสกาแฟไทยชงด้วยใจ จนพิชิตใจผู้บริโภคไทยไปได้สำเร็จ


อิมแพ็คฯ ลุยธุรกิจคาเฟ่ครั้งแรก ประเดิมซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟดังจากฮ่องกง

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News