HomeBT NewsIRPC ตั้ง Plastket.com ขยายตลาดเม็ดพลาสติกไทยสู่สากล

IRPC ตั้ง Plastket.com ขยายตลาดเม็ดพลาสติกไทยสู่สากล

IRPC ส่ง บริษัทลูกจับมือกลุ่มทุนจีน เปิดแพลตฟอร์มซื้อขายเม็ดพลาสติก ตั้วเป้าขยายรายได้ให้อุตสาหกรรมพลาสติก(โพลิเมอร์)และเพื่มศักยภาพในการค้าขายกับตลาดสากล โดยเตรียมขยายไปสู่ตลาดอาเซียน

นายไกรศรี ภัณฑ์กิจนิรันดร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอพอลิเมอร์ จำกัด จับมือร่วมทุนกับจีน ทุ่มเงินในไทยกว่า 100 ล้านบาทสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายเม็ดพลาสติกระดับอีคอมเมิร์ซ รายแรกของประเทศไทยและอาเซียน ภายใต้ชื่อ Plastket.com เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกแบรนด์นำเม็ดพลาสติกมาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มนี้และสร้างทางเลือกให้กับผู้ประกอบการ SME พลาสติกทั่วประเทศ  ระบุว่า  เป้าหมายของการสร้างแบบฟอร์มนี้คือการขยายตลาดปิโตรเลียมของไทยซึ่งมีมูลค้าสูงถึงร้อยละ 8 ของ GDP หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งในนี้มาจากบริษัท SME ถึงร้อยละ 45 ของตลาดพลาสติกทั้งหมด เพื่อขยายไปสู่ตลาดโลกและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย ขณะเดียวกันเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปก็ย่อมมีผู้ประกอบการที่ประท้วงไม่ทันต่อการเวลาดังนั้นฟอร์มนี้จึงจะเป็นโอกาสให้กับสามีต่างๆได้มีโอกาสปรับตัว การเข้ามาของแพลตฟอร์มนี้จะเข้ามาแก้ไขจุดบอดสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย(SME) ที่ต้องการการต่อรองกับผู้ประกอบการรายใหญ่

แพลตฟอร์ม Plastket.com มี IRPC ถือหุ้นอยู่ที่ร้อยละ 55 และกลุ่มทุนจากจีน isuwang.com ถือหุ้นอีก ร้อยละ 45 คาดว่าจะคุุ้มทุนภายใน 2 ปี เป้าหมายของแฟลตฟอร์มนี้ มีความต้องการที่จะนำลูกค้ามาเจอกับผู้ประกอบการทางด้านเม็ดพลาสติกโดยตรง รวมถึงเสนอโอกาสให้ผู้ขายรายเล็กสามารถเข้าสู่ตลาดสากลได้อย่างเสรี ลูกค้าจากการซื้อขายเม็ดพลาสติกออนไลน์แล้วยังทำหน้าที่ในการขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกไปสู่มือผู้บริโภคได้ทันที โดยได้รับความร่วมมือจาก สมาคมผู้ส่งสินค้าและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังมีบริการด้านการเงินในการขยายสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย

- Advertisement -

เป้าหมายของแฟลตฟอร์มนี้ สร้างยอดขายเริ่มต้นจำนวน 100,000 ตัน ซึ่งต้องการที่จะให้บริษัทผู้บริโภค ร้อยละ 30 ของประเทศหรือประมาณ 1,000 บริษัทเข้าร่วมซื้อผ่านแพลตฟอร์มนี้ และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กว่า 400 ล้านบาทในปี 2563 และเตรียมพร้อมขยายสู่ตลาดอาเซียนในปีหน้า โดยเริ่มต้นที่ประเทศอินโดนีเซีย

ภายในตัว Plastket.com มีการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเม็ดพลาสติกด้วย นอกเหนือจากนี้ยังมีการเปิดให้เข้าประมูลในโครงการต่างๆผ่านทางระบบออนไลน์ แล้วยังเปิดให้ผู้ประกอบการรวมถึงลูกค้าสามารถต่อรองกับผู้ผลิตโดยตรงได้ ซึ่งภายในเว็บไซต์ยังมีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการวิจัยและผลิตนวัตกรรมเข้าสู่สังคมได้ รวมทั้งยังมีการรับรองจากกรมการค้าภายในเพื่อที่จะเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับอุตสาหกรรมเม็ดพลาสติกจะถูกนำไปต่อยอดให้ไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ หน้ากากแอร์ บรรจุภัณฑ์พลาสติกและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก และภาพรวมการหารายได้ก็จะมาจากค่าธรรมเนียมในการซื้อ-ขาย

นางสาวหลิว อวี้หง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Guangzhou Saiju Performance Polymer Limited ซึ่งเป็น 1 ใน 100 บริษัทจีนที่ทำธุรกิจด้านอุตสาหกรรม บนอินเตอร์เน็ตใน ปี 2019(Top 100 China Industrial internet companies in 2019) และเป็นผู้ร่วมทุน-พัฒนาแพลตฟอร์มนี้ ระบุว่า สำหรับแพลตฟอร์มของประเทศจีนเริ่มต้นเมื่อ พฤศจิกายน ปี 2014 เพื่อซื้อขายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆในระบบดิจิทัล ขณะเดียวกันภายในแพลตฟอร์มดังกล่าวก็มีการเก็บข้อมูลลูกค้าที่ใช้บริการแพลตฟอร์มเพื่อนำมาทำการตลาดและช่วยเหลือบริษัทและผู้ประกอบการรายย่อยในการสร้างกิจกรรมส่งเสริมการขาย นอกเหนือจากการซื้อขายแล้วยังมีบริการจัดให้คำปรึกษารวมถึงบริการทางการเงินและการขนส่งสินค้ากับผู้ประกอบการภายในแบบฟอร์มดังกล่าวด้วย ปัจจุบันในฟอร์มนี้มีผู้บริโภคอยู่สูงถึง 60,000 ผู้ใช้ และรายได้รวมของแพลตฟอร์มนี้สูงถึง 11,000 ล้านหยวน(ราว 2.5 ล้านล้านบาท)

“ส่วนตัวมองว่าการสร้างฟอร์มซื้อขายเม็ดพลาสติกออนไลน์ในประเทศไทยจะสร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการในประเทศไทยเป็นอย่างมากในยุคที่เกี่ยวข้องกับสังคมดิจิทัล และจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจตลาดสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันในตลาดสากลได้”

นางสาวหลิว อวี้หง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Guangzhou Saiju Performance Polymer Limited กล่าว

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ tarad.com ระบุว่า อีคอมเมิร์ซประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งมีมูลค่าในประเทศไทยตอนนี้อยู่ที่ 3.1 ล้านล้านบาทและโตขึ้นปีต่อปีประมาณร้อยละ 10 ธุรกิจต่างๆกลับเข้าสู่โลกที่เช่ามากขึ้นซึ่งในแต่ละที่ปรับตัวเร็วก็คือตลาด B2C และ B2B กำลังจะตามมา ในตลาดสำหรับใครที่เข้ามาในตลาดก่อนจะมีแต้มต่อมากกว่าคนอื่น ซึ่งสำหรับประเทศไทยที่เจาะจงไปในเฉพาะผลิตภัณฑ์ต่างๆถือว่ายังมีน้อยอยู่ ดังนั้นในตลาดพลาสติกจึงเป็นหนึ่งในโอกาสที่ยังเปิดกว้างอยู่สำหรับแพลตฟอร์มนี้ในการเติบโต

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News