HomeBT News“ขนมไหว้พระจันทร์” ชิ้นเล็กๆ แต่มูลค่าตลาด 950 ล้าน

“ขนมไหว้พระจันทร์” ชิ้นเล็กๆ แต่มูลค่าตลาด 950 ล้าน

เทศกาลไหว้พระจันทร์ ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562  ซึ่งตอนนี้เราจะเริ่มเห็นบรรดาร้านขนมทั้งเจ้าเก่าและเจ้าใหม่  นำเสนอขนมไหว้พระจันทร์ทั้งแบบดั้งเดิม  และรสชาติใหม่ๆ เพื่อเอาใจลูกค้ากันเต็มที่  นอกจากรสชาติและรูปลักษณ์ของขนมแล้ว  แพคเกจกิ้งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่แบรนด์ต่างๆ แข่งกันออกแบบเพื่อดึงดูดใจคนซื้อ  เพื่อจับตลาดกลุ่มที่ซื้อไปรับประทาน  รวมซื้อเป็นของฝากให้กับคนอื่น

แต่ความท้าทายในเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้  สำหรับร้านค้าต่างๆ คงหลีกหนีไม่พ้นเรื่องวัตถุดิบที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น  ซึ่งแน่นอนว่ากระทบเป็นลูกโซ่ไปยังราคาขายที่ปรับตัวขึ้นพอสมควร  และอาจจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าบางกลุ่มที่ “ราคา” เป็นเรื่องสำคัญในการตัดสินใจ

“ขนมไว้พระจันทร์” ราคาเพิ่ม คนซื้อน้อยชิ้นลง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สำรวจพฤติกรรมการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ของคนไทยในปี 2562 และพบประเด็นที่น่าสนใจ โดยสรุปดังนี้

- Advertisement -

คนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจซื้อขนมไหว้พระจันทร์ โดยมีสัดส่วนการซื้อปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 61.4% จาก 59.6% ในปี 2561 โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อไปรับประทาน มีสัดส่วนอยู่ที่ 47.1% (ซึ่งกลุ่มนี้ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20-39 ปี) รองลงมาคือกลุ่มที่ซื้อไปไหว้มีสัดส่วน 26.6% ซื้อไปฝากญาติมิตร 22.3% และซื้อให้กลุ่มลูกค้าองค์กร 4.0% 

โดยส่วนใหญ่จะซื้อขนมไหว้พระจันทร์ในจำนวนที่ลดลง เฉลี่ยประมาณ 7.2 ชิ้นในปีนี้ จาก 7.5 ชิ้นในปี 2561 ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยใกล้เคียงกับปีก่อนโดยอยู่ที่ 992 บาทต่อคนเทียบกับ 997 บาทต่อคนในปีก่อน

ซึ่งในกลุ่มที่ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ลดลง ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะราคาที่แพงขึ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 29.5% สอดคล้องกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เก็บรวบรวมข้อมูลพบว่า ขนมไหว้พระจันทร์ในตลาดมีราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3-5% นอกจากนี้ การซื้อน้อยชิ้นลง ผู้ตอบแบบสอบถามยังให้เหตุผลว่า เป็นผลมาจากการที่มีภาระรายจ่ายเพิ่มขึ้น 27.9% และการมีรายได้ที่ลดลง 8.2%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มูลค่าตลาดขนมไหว้พระจันทร์ปี 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ตามราคาวัตถุดิบที่เป็นรสชาติดั้งเดิมที่เพิ่มขึ้น อาทิ ทุเรียน รวมถึงการออกรสชาติขนมไหว้พระจันทร์ใหม่ ที่มักตั้งราคาสูงกว่ารสชาติดั้งเดิม นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่เน้นคุณค่าด้วยเทรนด์การให้ความใส่ใจต่อสุขภาพ ยังครอบคลุมมาถึงกลุ่มผู้ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ด้วย

“ขนมไหว้พระจันทร์” เทรนด์สุขภาพ

ในปี 2562 ผู้ประกอบการขนมไหว้พระจันทร์บางรายได้มีการออกผลิตภัณฑ์ขนมไหว้พระจันทร์ที่ตอบโจทย์สุขภาพ อาทิ ธัญพืช มันม่วง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญและระมัดระวังการรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ในปริมาณที่จำกัดเพียงประมาณ 1-2 ชิ้น (จากขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นใหญ่ที่สามารถแบ่งออกเป็น 7-8 ชิ้น)

ซึ่งจากผลสำรวจก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในภาพรวมสนใจที่จะซื้อ หากมีขนมไหว้พระจันทร์ที่ดีต่อสุขภาพ เช่น หวานน้อย (น้ำตาลต่ำ) ในสัดส่วนที่สูงถึง 75.2% และหากเป็นคนรุ่นใหม่สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 80.0% สะท้อนถึงเทรนด์การให้ความสำคัญต่อสุขภาพของผู้บริโภค ที่ครอบคลุมมาถึงกลุ่มผู้ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ด้วย

แต่สำหรับกลุ่มคนรุ่นเก่า ส่วนใหญ่ยังคงติดใจในรสชาติและไส้ของขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมที่คุ้นลิ้นและได้รับความนิยม ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ยอดนิยม 3 ลำดับแรก ยังคงเป็นไส้ทุเรียนไข่เค็ม ด้วยสัดส่วน 25.9% เม็ดบัว 14.1% และโหงวยิ้ง 9.1% ซึ่งในระยะข้างหน้า หากผู้ประกอบการสามารถพัฒนาไส้ของขนมไหว้พระจันทร์ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ความชอบของคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ก็น่าที่จะได้รับความนิยมติดอันดับไส้ที่จำหน่ายได้สูง

“ออนไลน์” แค่โฆษณา แต่คนยังซื้อผ่านร้านสะดวกซื้อ

สำหรับช่องทางการซื้อขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้บริการ จะยังคงให้น้ำหนักไปที่ร้านค้าซึ่งอำนวยความสะดวกในการซื้อ โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ/ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีการจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายตราสินค้า และมีหลากหลายรสชาติให้เลือก คิดเป็นสัดส่วน 60.5% รองลงมาได้แก่ โรงแรม/ร้านเบเกอร์รี่ สัดส่วน 34.2%

และเป็นที่น่าสังเกตว่าช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมในการสั่งซื้อสินค้าในปัจจุบัน อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สำหรับตลาดขนมไหว้พระจันทร์มากนัก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงต้องการเลือกซื้อและเห็นสินค้าที่สดใหม่ ส่งผลให้สื่อโซเซียลมีเดียอย่าง Line, Twitter, Facebook, Instagram ถูกใช้เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารภาพลักษณ์สินค้า หรือการนำเสนอโปรชั่นให้กับผู้ซื้อเป็นหลัก 

แนะพัฒนา “ขนมไหว้พระจันทร์” จับกลุ่มที่ไม่มีเชื้อสายจีน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2562 นี้ตลาดยังคงตอบรับขนมไหว้พระจันทร์ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากเป็นขนมที่หาทานได้ไม่บ่อย แม้ว่าผู้ผลิตบางรายจะมีการผลิตออกมาจำหน่ายตลอดทั้งปี แต่ความหลากหลายของไส้อาจไม่เทียบเท่ากับช่วงเทศกาลที่มีผู้ประกอบการจำนวนมากผลิตไส้ที่แตกต่างกันออกมานำเสนอ ขณะที่ความสะดวกในการซื้อก็มีมากกว่าช่วงปกติ จากร้านค้าปลีกที่ร่วมกิจกรรม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยจากแรงกดดันด้านราคาสินค้าที่ขยับขึ้น รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่อาจไม่เอื้ออำนวยนัก ทำให้ปริมาณจำหน่ายในภาพรวมอาจลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

มองไปข้างหน้า ตลาดขนมไหว้พระจันทร์น่าจะถูกพัฒนาไปสู่การเป็นตัวเชื่อมไปยังกลุ่มที่ไม่ใช่คนไทยเชื้อสายจีน รวมถึงเชื่อมไปถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ช่วงอายุระหว่าง 20-39 ปี หรือกลุ่ม Gen Y และกลุ่ม Gen Z ที่รวมเรียกว่ากลุ่ม Millennials ทั้งนี้ ปัจจุบันประชากรกลุ่ม Millennials ในประเทศไทยมีจำนวนรวมกันถึง 19.13 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 28.8% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้น ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่จึงควรให้ความสำคัญกับลูกค้าเป้าหมายกลุ่มนี้ ด้วยการพัฒนารสชาติและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ตรงใจ เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่กล้าใช้จ่ายเพื่อความคุ้มค่าของสินค้าและบริการ รวมทั้งการยึดติดกับตราสินค้าไม่สูงเท่าคนรุ่นก่อน ทำให้สินค้าขนมไหว้พระจันทร์รายใหม่ๆ สามารถแทรกเข้ามาในตลาดนี้ได้

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News