HomeBT Newsชี้ช่องโอกาสสร้างรายได้จุดชาร์จ EV 3 เรื่องผู้ประกอบการ ควรรู้ก่อนลงทุน

ชี้ช่องโอกาสสร้างรายได้จุดชาร์จ EV 3 เรื่องผู้ประกอบการ ควรรู้ก่อนลงทุน

Krungthai COMPASS” ได้ออกบทวิเคราะห์เรื่อง “สถานีชาร์จ EV ทางเลือกในการปรับตัวของสถานีบริการน้ำมัน” โดย นิรัติศัย ทุมวงษา และ ชญานิน ถาวรลัญฉ์ นักวิเคราะห์ จาก Krungthai COMPASS ประเมินว่า สถานีบริการน้ำมันมีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการให้บริการชาร์จ EV เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้ง ซึ่งส่วนมากมักกระจายตามโครงข่ายถนนหลักและถนนรองทั่วประเทศอยู่แล้ว ทั้งยังมีโอกาสลดภาระทางการเงินโดยร่วมลงทุนจุดชาร์จ EV กับพันธมิตรจากธุรกิจอื่น

ทั้งนี้ คาดว่าการแข่งขันในระยะข้างหน้าจะสูงขึ้น หลังจากผู้ประกอบการหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนเองมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าในที่อยู่อาศัยของผู้ใช้ EV เองอีกด้วย

ปัจจุบัน สถานีบริการน้ำมันในไทยเริ่มปรับตัวในการให้บริการชาร์จ EV แล้ว ซึ่ง Krungthai COMPASS ประเมินว่า มูลค่าตลาดสถานีชาร์จ EV ของไทยอยู่ที่ราว 1,300 ล้านบาท ในปี 2021 และจะเติบโต 44.5% CAGR เป็นราว 8,200 ล้านบาท ในปี 2026 โดยมีแรงหนุนสำคัญจากนโยบายส่งเสริม EV ecosystem ของภาครัฐ การตื่นตัวของภาคเอกชนในการลงทุน และการใช้ EV ของประชาชน

- Advertisement -

ส่วนในด้านความคุ้มค่าการลงทุน หากผู้ประกอบการสนใจจะลงทุนสถานีชาร์จ EV ขนาดเล็ก Krungthai COMPASS ประเมินว่าจะมีระยะเวลาในการคืนทุนเบื้องต้นที่ 2.3-2.8 ปี โดยสมมติฐานให้สถานีมีตู้และระบบชาร์จไฟฟ้าแบบธรรมดา หรือ AC charging 1 เครื่อง และแบบชาร์จเร็ว หรือ DC charging 1 เครื่อง

Krungthai COMPASS มองว่า 3 ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการสนใจที่จะลงทุนพัฒนาสถานีชาร์จ EV ควรทราบ ได้แก่

ประการที่ 1: ผู้ประกอบการที่ลงทุนสถานีชาร์จ EV มาจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยส่วนมากมาจาก 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับ EV chain น้ำมัน และหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกลุ่มพลังงานเป็นผู้ที่ลงทุนสถานีชาร์จ EV ทั้งในระดับโลกและในไทยมากที่สุด สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากบริษัทพลังงานมักได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า

อีกทั้งผู้ประกอบการส่วนหนึ่งก็เป็นรัฐวิสาหกิจ เช่น State Grid Corporation of China ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งในสองรายของจีนที่ดำเนินกิจการโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) ขณะเดียวกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT ก็เป็นรัฐวิสาหกิจที่กำลังรุกลงทุน EV ecosystem ซึ่งรวมถึงสถานีชาร์จ EV เช่นกัน ส่วนบริษัทE&E และรถยนต์ เป็นกลุ่มที่มีองค์ความรู้ที่สามารถต่อยอดธุรกิจเดิมสู่สถานีชาร์จ EV ได้

ประการที่ 2: ผู้ประกอบการสามารถร่วมลงทุนในรูปแบบ Joint Venture ได้ระหว่างกลุ่มพลังงาน (น้ำมันและไฟฟ้า) และกลุ่ม EV chain ยกตัวอย่าง State Grid Corporation of China ที่ร่วมลงทุนกับ BMW บริษัทรถยนต์ เพื่อเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จ BMW ในกรุงปักกิ่งเป็นสองเท่า ส่วนในไทย EA บริษัทผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน นอกจากร่วมลงทุน EV charger กับสถานีบริการน้ำมัน เช่น Caltex แล้ว ยังเป็นพันธมิตรธุรกิจกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอื่นอีก เช่น ห้างสรรพสินค้า และคอนโดมิเนียม เพื่อขยายสาขาสถานีชาร์จ EV และขยายฐานลูกค้า

ประการที่ 3: พฤติกรรมของผู้ใช้ EV แตกต่างจากผู้ใช้รถเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยปกติ รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในมักเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน ขณะที่ EV สามารถชาร์จไฟฟ้าได้จากทั้งในที่อยู่อาศัย หรือจุดบริการอื่นๆ อาทิ สถานีชาร์จ EV และห้างสรรพสินค้า

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาพฤติกรรมผู้ใช้ EV ในต่างประเทศจากการศึกษาของ EVA England (2021)  พบว่า ผู้ใช้ EV ในอังกฤษราว 75% ที่อาจเดินทางไม่ไกลนัก มักนิยมชาร์จ EV ในที่อยู่อาศัย และผู้ใช้ราว 55% มีความถี่ในการชาร์จ EV ตามจุดชาร์จสาธารณะไม่เกิน 2 ครั้งต่อเดือน

นอกจากนี้ ผลการศึกษาของ Electric Power Research Institute (2019)  พบว่าผู้ใช้ EV ในสหรัฐฯ มักชาร์จ EV ในที่อยู่อาศัยมากถึง 75-80% รองลงมาคือที่ทำงาน 15% และในที่สาธารณะอีก 5-10% ตามลำดับ เนื่องจากอัตราค่าไฟฟ้าในที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ ถูกกว่าอัตราค่าไฟฟ้าเชิงพาณิชย์

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News