HomeBT Newsสพร. เร่งเครื่องทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ภาครัฐ

สพร. เร่งเครื่องทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ภาครัฐ

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. (DGA) ปรับเปลี่ยนบทบาทจากหน่วยงานผู้ให้บริการด้านไอทีให้หน่วยงานภาครัฐ (Service Provider) มาเป็นหน่วยงานที่ทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) ให้ภาครัฐ สพร. โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานการขับเคลื่อน เลือกหน่วยงานที่ควรปรับเปลี่ยนให้เป็นดิจิทัล จากนั้นทำแผนไปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกำหนดระยะเวลาว่าจะปรับเปลี่ยนกันอย่างไร

-DGA ตั้งเป้า 3 ปี เปลี่ยนภาครัฐสู่ดิจิทัล

เร่งพัฒนา Digital Platforms ให้เป็นรูปธรรม

- Advertisement -

ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า พันธกิจหลักและเร่งด่วน ที่ตั้งเป้าเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 ปี (2563-2565) คือการพัฒนา Digital Platforms ภาครัฐให้เป็นรูปธรรม

ตามแผนงาน สพร. จะเดินหน้าผลักดันให้เกิด Common Platforms โดยการวางโครงสร้างดิจิทัลให้มารวมกัน เพื่อให้บริการภาครัฐเข้าสู่ระบบดิจิทัล ตั้งเป้าปรับ 5 บริการสำคัญ ได้แก่

Digital ID & Signature: สร้างมาตรฐานให้ภาครัฐยอมรับ สามารถติดต่อหน่วยงานรัฐโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาด้วยตัวเองในบางเรื่อง นอกจากนี้ ภาครัฐยังเห็นธุรกรรมทั้งหมดว่าประชาชนเข้ามาติดต่อเรื่องอะไรบ้าง และในอนาคตยังสามารถใช้เลือกตั้งได้

ปัจจุบันเอกชนเป็นคนที่ออก ID ยกตัวอย่างธนาคารเข้าไปเชื่อมข้อมูลกับ National Digital ID (NDID) เป็นผู้ออก ID แต่ยังไม่ครอบคลุมให้ใช้กับหน่วยงานรัฐได้ หน้าที่ของ สพร. คือประสานงานกับทาง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อปรับให้เกิดการยอมรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ ID ที่ติดต่อกับเอกชนมาติดต่อกับภาครัฐได้

ซึ่ง สพร. จะทำแพลตฟอร์มกลางเพื่อใช้ออก ID แบบรวมศูนย์ คาดว่าจะใช้งานได้ในต้นปี 2564 โดยระยะนี้อยู่ในช่วงการกำหนดมาตรฐาน

Service Request and Tracking: ระบบราชการออนไลน์ครบวงจร (Biz Portal) สามารถขอใบอนุญาตจากภาครัฐผ่านเว็บไซต์เดียว ทั้งกรอกแบบฟอร์มการขอน้ำ-ไฟ หรือขออนุญาตจัดตั้งบริษัท ด้านคนต่างชาติที่เป็นปัญหาเรื่องการรายงานตัวทุก 90 วัน สพร.ทำงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อปรับระบบด้วยเช่นกัน

e-Payment: ให้คนที่เข้ามาติดต่อหน่วยงานราชการ สามารถชำระค่าบริการผ่าน QR Code แทนการเข้าแถวจ่ายเงินได้

e-Certificate e-License และ e-Document: ปรับเปลี่ยนเอกสารต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล

Open Data Platform: เปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อให้เอกชนเข้ามาพัฒนาต่อยอดได้

สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีผ่านการทำ One Stop Service โดยแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็น 4 กลุ่ม คือ ภาคประชาชน ธุรกิจกลุ่มนิติบุคคลที่เข้ามาติดต่อกับภาครัฐ คนต่างชาติ และ Open Data Portal ที่จะเป็นใครก็ได้

นอกจากนี้ สพร. จะเข้ามาปรับขั้นตอนการทำงานใหม่ให้ทุกหน่วยงานเป็นดิจิทัลมากที่สุด เพื่อให้เกิด Common Platform

“ใน 9 เดือนนี้จะต้องเกิด 3 App คือ Citizen App Foreigner App และ Open Data Platform ในปีที่ 2 จะได้เห็นการนำไปใช้ประโยชน์มากขึ้น และในปีที่ 3 จะต้องส่งผลให้เกิดความชัดเจน”

Exchange Platforms เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ

นอกจากการปรับระบบภาครัฐเพื่อให้บริการประชาชนแล้ว อีกส่วนสำคัญคือการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐบาล ซึ่ง สพร. เตรียมพัฒนา Exchange Platforms เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้ ช่วยให้ประชาชนหรือภาคเอกชนที่ต้องทำธุรกรรมกับภาครัฐสามารถใช้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวได้อย่างแท้จริง อาทิ ยื่นขอใบอนุญาตทางเว็บไซต์ จะไม่ต้องไปยื่นเอกสารที่อื่นอีก เป็นต้น

ซึ่งการจะดำเนินการตรงนี้ให้เกิดผล ดร.สุพจน์ กล่าวว่า จะต้องมีการปรับมาตรฐานของโครงสร้างพื้นฐาน ระเบียบนโยบาย พัฒนาบุคลากร ใหม่ และสนับสนุนระบบคลาวด์ และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่กระทรวงดิจิทัลฯ (DES) รับผิดชอบอยู่

“ทั้งหมดที่เราทำเพื่อเข้ามาตอบโจทย์เรื่องความเหลื่อมล้ำ ความสามารถในการแข่งขันและทำให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยจะมีการร่วมมือกับทางภาครัฐและเอกชน ใน 3 ปีข้างหน้านี้ ฟังก์ชันทั้งหมดจะต้องเกิด จากการประสานงานของเรา หน่วยงานรัฐจะมีวิวัฒนาการ ทั้งนี้ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ไม่ได้หมายความว่าจะเสร็จใน 1 หรือ 2 ปี แต่มันจะต้องทำต่อเนื่อง ซึ่งเราทำอยู่แต่อาจจะยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลที่เพียงพอ เราจะเข้ามาทำแพลตฟอร์มกลางให้เกิดขึ้น”

กำหนดเป้าตามความเป็นจริง

ดร.สุพจน์ กล่าวต่อว่า ถ้าถามว่าหนักใจหรือไม่ ต้องบอกว่าเป็นความท้าทาย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่การเปลี่ยนแปลงภาครัฐไม่ใช่เรื่องง่าย และจากประสบการณ์ที่เคยอยู่จุฬาฯ หรือ กสทช. ได้เห็นแล้วว่ามีอะไรต้องทำบ้าง

“เพราะฉะนั้น การที่กำหนดเป้า เรากำหนดเป้าตามความเป็นจริง สิ่งที่ต้องทำคือการนำทางให้เห็นตัวอย่าง คนที่มารับตำแหน่งต่อจะต้องมีเรื่องอื่นให้ทำต่อไป ยอมรับว่าปัจจุบันยังมีช่องว่างเยอะ อย่างบริการภาครัฐคนจะต้องเข้ามาติดต่อแบบเห็นหน้า เราต้องเลือกบริการที่มีความพร้อมจะเปลี่ยนเป็นดิจิทัลและสะดวก”

สพร.มีกลไกการให้รางวัลของหน่วยงานที่นำดิจิทัลมาใช้ ยกตัวอย่างกระทรวงการคลังที่นำระบบ e-Tax Invoice มาใช้ หรือหน่วยงานที่มีพัฒนาการสูงสุด

ด้านการรักษาความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล สพร. เตรียมพร้อมให้เกิดความเชื่อมั่น โดยการกำกับดูแลข้อมูลที่เป็นความลับ และข้อมูลส่วนบุคคล ดึงผู้เชี่ยวชาญและคณะกรรมการเข้ามารวมศูนย์ให้สอดรับกันและช่วยเหลือกัน

ทรานส์ฟอร์เมชั่น 3 เรื่อง “เทคโนโลยี กระบวนการ คน”

สพร.ให้ความสำคัญเรื่องทรานส์ฟอร์เมชั่น “คน” มากที่สุด ดร.สุพจน์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่เคยอยู่จุฬาฯ การออกบัตรผ่านมือถือให้นักศึกษา โดยไม่ต้องไปเข้าคิวรอ หรือชำระค่าเล่าเรียนผ่านระบบแอปพลิเคชัน หลังจากปรับเปลี่ยนกระบวนการ แต่สุดท้ายกลับพบว่า คนที่อยู่ในกระบวนการทั้งหมดยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เราจึงเห็นว่าเรื่องสำคัญคือเรื่องของคน

สพร. จึงเตรียมจัดอบรม 2 เรื่อง คือ การเรียนรู้เทคโนโลยี ให้คนที่ทำงานเป็นเจ้าของงานโดยการเสนอโปรเจ็กต์เข้ามาเอง เพื่อให้เกิดความเป็นเจ้าของ และอบรมเรื่องการทำโปรเจ็กต์ไอที เพื่อทำให้การทำงานสอดรับกัน

นอกจากนี้ ยังปรับเรื่องความคิดและความสามารถ ทั้ง “ผู้บริหารระดับสูง” ต้องเข้าใจภาพของรัฐบาลดิจิทัล “ผู้บริหารระดับกลาง” รู้วิธีการบริหาร และขับเคลื่อน “ผู้บริหารระดับต้น” รู้ว่าระบบทำงานอย่างไร และ “ผู้ใช้งาน” ให้เข้าใจผลกระทบการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

ด้าน “กระบวนการ” สพร. ทำงานร่วมกับ ก.พ.ร. (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ) ช่วยกันปรับปรุงและแก้ไขเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ที่ติดขัด”

ส่วน “เทคโนโลยี” ปรับปรุงบทบาท จากที่เคยเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีกับหน่วยงานอื่น เปลี่ยนเป็นผู้กำหนดมาตรฐานกลาง ทำให้หน่วยงานรัฐเลือกใช้บริการจากหน่วยงานใดก็ได้ แต่ต้องมีมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และมาตรฐานการใช้ระบบระหว่างกัน ด้านการดูแลระบบคลาวด์ สพร. ให้กระทรวงดิจิทัลฯ (DES) เป็นผู้ดูแล

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News