HomeBT NewsCISCO คาดการณ์ เทรนด์เทคฯ 2020 คนและความเชื่อมั่นยังเป็นปัญหาหลัก

CISCO คาดการณ์ เทรนด์เทคฯ 2020 คนและความเชื่อมั่นยังเป็นปัญหาหลัก

CISCO คาดเทรนด์ไอที ปี 2020 สื่อยังคงถูกดิจิทัลดิสรัปฯ เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนกลุ่มโทรคมนาคมไต่อันดับขึ้นมาสอดรับ 5G ที่กำลังมา พร้อมมองบุคลากรยังคงเป็นปัญหาหลังของธุรกิจไอที ที่เรียนรู้ไม่รอบด้านพอ ต้องอาศัยการอัปเดตข้อมูลให้บุคลากรเหล่านั้น

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการซิสโก้ ประเทศไทย ระบุว่า ในปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมที่จะโดนโลกดิจิทัลเข้ามาทำให้ธุรกิจเปลี่ยนไป(Digital Disruption) อันดับหนึ่งยังควเป็น กลุ่มสื่อ ตามมาด้วยกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มโทรคมนาคมขยับขึ้นมา 2 อันดับจากปี 2017 สอดรับกับ 5G ที่กำลังเข้ามา แต่ 5 อันดับกลุ่มที่โดยเทคโนโลยีเข้ามามีผลกระทบยังคงเป็นกลุ่มเดิม

“ส่วนตัวมองว่า แม้ 5G เข้ามา Wi-Fi ก็ยังไม่ตาย เพราะเมื่อมีการเชื่อมต่อเครื่องมือจำนวนมาก Wi-Fi ยังคงมีความสำคัญอยู่ และโครงข่ายแต่ละแบบจะมีความโดดเด่นของมัน เทคโนโลยีมาแล้วก็ไป แต่สิ่งที่ทิสโก้มอง ไม่ใช่แค่ตื่นตัวตามกระแสเทคโนโลยี แต่สิ่งที่เรามอง คือ อะไรที่จะตอบโจทย์ลูกค้าของเรา ให้ได้มากที่สุด” วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กล่าว

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการซิสโก้ ประเทศไทย
- Advertisement -

ซึ่งหลังจากนี้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นใน ปี 2563 ได้แก่ กฏเกณฑ์ต่าง ๆ จากภาครัฐ , ความท้าทายด้านข้อมูลในการนำมาใช้และทำธุรกิจ , กลุ่มธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ธุรกิจเดิมที่ล้าสมัย , แพลตฟอร์มเปิดที่จะเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและนำมาใช้ระหว่างองค์กร และการคำนึงถึงการใช้งานบนมือถือได้อย่างง่ายดาย

ขณะที่หลังจากนนี้ทักษะของแรงงานเฉพาะด้านยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญและด้วยความเฉพาะเจาะจงในทักษะหลังจากนี้ ทำให้หาแรงงานที่เหมาะสมกับงานต่าง ๆ ได้ยาก ดังนั้นการที่จะทำให้เครื่องจักรทำงานแบบอัตโนมัติได้ จึงก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ซิสโก้เผยเทรนด์เทคโนโลยีสำหรับปี 2563 และอนาคต

ในช่วงเวลา 10 มีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นใช้งานสมาร์ทโฟนจนเป็นที่แพร่หลายทั่วโลก เทคโนโลยี ที่แทรกซึมเข้าสู่องค์กรธุรกิจ และการใช้งานภายในบ้านรวมถึงการใช้คลาวด์ , แอปและโชเขียลมีเดียที่พบเห็นได้ทั่วไป แล้วแนวโน้มในอนาคตข้างหน้าล่ะจะเป็นอย่างไร ? สำหรับปี 2563 ซิสโก้คาดว่า

1. เราจำเป็นต้องสร้างอินเทอร์เน็ตสำหรับอนาคต

ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ของศตวรรษที่ 21 ยังคงมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง การปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล ส่งผลให้โครงสร้งพื้นฐานอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่ในปัจจุบันถึงจุดแตกหัก และเราใกล้จะถึงขีดจำกัดของอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนา “เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสำหรับอนาคต” (Internet for the Future) ภายในปี 2566 จะมีอุปกรณ์ราว 49,000 ล้านเครื่องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพืาอรอฃรับจำนวนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

2. ความภักดีต่อแอปพลิเคชัน เทียบเท่าความภักดีต่อแบรนด์

เมื่อพูดถึงธุรกิจในปัจจุบัน มีความเป็นไปได้สูงมากที่คุณจะนึกถึงช่องทางดิจิทัลที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับธุรกิจนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอพหรือเว็บไซต์ รวมไปถึงความสะดวกง่ายดาย และความพึงพอใจที่คุณได้รับผ่านช่องทางดังกล่าว

ข้อมูลล่าสุดจากรายงาน App Attention Index ของ AppDynamics ระบุว่า การใช้บริการดิจิทัลได้กลายเป็นพฤติกรรมของมนุษย์โดยที่เราไม่รู้ตัว โดยพฤดิกรรมที่ว่านี้ เรียกว่า ‘Digital Reflex’ ในอดีตผู้บริโภคมักต้องไตร่ตรองและตัดสินใจที่จะใช้บริการด้จิหัลเพื่อทำงานหรือกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่ปัจจุบัน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (71%) ยอมรับว่าบริการดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ว่า ถ้าหากแอปฯ ของแบรนด์หนึ่งให้ประสบการณ์ที่ไม่ดีพอ ผู้ใช้จะหันหลังให้กับแบรนด์นั้น
ในทันที ในกรณีที่เกิดปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ ผู้บริโภคจะหันไปหาแบรนต์คู่แข่ง (49%) หรือเตือนคนอื่น ๆ ไม่ให้ใช้บริการนั้น หรือแบรนด์นั้นๆ (63%) โดยไม่เปิดโอกาสให้ธุรกิจเจ้าของแบรนด์ได้แก้ตัวหรือปรับปรุงการให้บริการ

ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่บี 2563 เป็นตันไป องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องใส่ใจต่อผู้บริโภคที่ไม่มีความอดทนที่มีมากขึ้นนอกเหนือไปจากประสบการณ์ดิจิทัลที่สะดวกรวดเร็วและดีเยี่ยม ซึ่งเป็นสาเหตุให้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันในแบบเรียลไทม์มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้สามารถระบุปัญหาที่แท้จริงและดำเนินการแก่ไขได้อย่างทันท่วงที

3. การป้องกันภัยคุกคามด้วย Threat Hunting และ Zero Trust

ปัจจุบันอาชญากรรมทางไซเบอร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสงความเสียหายทางเศรษรกิจทั่วโลก มากกว่าภัยธรรมชาติถึง 3 เท่า ดังนั้นองค์กรจึงมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นสำหรับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ระบบรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ในปัจุบันมีลักษณะเป็นแบบตอบสนอง (Reactive) ซึ่งโดยมากแล้วจะดำเนินการแก้ไขเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วและส่งผลกระทบต่อระบบ โดยระบบรักษาความปลอดภัยที่ว่านี้ไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรต่าง ๆ จำเป็นที่จะต้องใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ “Zero Trust” เพื่อก้าวให้ทันกับภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ๆ

แนวคิด Zero Trust แบบดั้งเดิม ซึ่งกำหนดโดย Forrester อ้างอิงหลักการที่ว่าองค์กรต่างๆ ไม่ควรไว้วางใจอะไรเลย ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกเครือข่าย และจะให้สิทธิ์การใช้งานแก่ผู้ใช้ อุปกรณ์ และเวิร์กโหลดที่ผ่านการตรวจสอบ เฉพาะหลังจากที่มีการยืนยันความน่าเชื่อถือและมีการป้องกันภัยคุกคามเป็นที่เรียบร้อยแล้วเท่านั้นโดยทั้งหมดนี้จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ แนวทางดังกล่าวอาจได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในอีกในไม่ช้า

นอกจากนั้น การค้นหาภัยคุกคามใหม่ๆ หรือ Threat Hunting จะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นสำหรับแนวทางการรักษาความปลอดภัยอย่างรอบด้านขององค์กรต่างๆ ขณะที่แนวทางแบบเก่าตอบสนองต่อการแจ้งเดือนหลังจากที่ตรวจพบกิจกรรมที่อาจเป็นอันตราย แต่ Threat Hunting เป็นการตรวจหาและวิเคราะห์ภัยคุกคามใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

เป้าหมายของ Threat Hunting คือการค้นหามัลแวร์และช่องโหว่ใหม่ ที่ยังไม่มีใครรู้จัก แม้กระทั่งในกรณีที่ไม่มีการตรวจพบมัลแวร์ Threat Hนnting ก็ยังสามารถระบุช่องโหว่ที่จำเป็นต้องมีการกำหนดนโยบายใหม่ ด้วยเหตุนี้
การค้นหาภัยคุกคามอย่างสเสมอจะช่วยลดจำนวนช่องทางการโจมตีโดยรวม

4. บุคลากรไอที่ขาดทักษะด้านธุรกิจจนส่งผลกระทบรุนแรง

บุคลากรยังคงเป็นปัญหาทำทายอันดับ 1 ที่ผู้บริหารไอทีต้องรับมือในปัจจุบัน ชิสโก้ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารส่วนงานไอทีและธุรกิจ 600 คน และพบว่า 93% ประสบปัญหาช่องว่างด้านบุคลากรอย่างรุนแรง จนทำให้การปรับปรุงธุรกิจเกิดความล่าช้า

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็ คือ ลักษณะของตำแหน่งหน้าที่ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับส่วนที่มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เช่น วิทยาศาสตร์ข้อมูล(Data Science) และ AI ยังคงมีความด้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของธุรกิจในปัจจุบัน ฝ่ายไอทีจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็น “ผู้รับคำสั่ง” ไปสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งนั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ในแต่ละวันของพนักงานฝ่ายไอที่จากการตั้งค่าอุปกรณ์ไปสู่ “การแก้ไขปัญหาธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยี”

จากแบบสำรวจของซิสโก้ พบว่าผู้บริหารส่วนงานไอทีและธุรกิจเห็นพ้องต้องกันว่า ปัญหาสำคัญที่สุดที่ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีต้องเผชิญก็ คือ การขาดความรู้และไหวพริบทางด้านรุรกิจ และด้วยเหตุนี้ ภารกิจสำคัญสำหรับผู้บริหารส่วนงานไอทีและธุรกิจก็คือ การสรรหาพนักงานที่มีทักษะทั้งทางด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ

ความต้องการที่ว่านี้จะไดรับการตอบสนองอย่างไรในอนาดด? จากการสำรวจพบว่า บริษัทที่ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนธุรกิจมักจะจัดการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะด้านธุรกิจให้แก่พนักงานฝ่ายไอที แทนที่จะว่าจ้างบุคลากรเพิ่มเดิมหรือเอ้าต์ชอร์สงานให้บริษัทอื่น ทั้งนี้เพื่อรักษาองค์ความรู้ วัฒนธรรม และค่านิยมขององค์กรเอาไว้

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News