Home BT News "วางแผนเกษียน" สัญญาณเตือนคนไทยอาจไปไม่ถึงฝัน

“วางแผนเกษียน” สัญญาณเตือนคนไทยอาจไปไม่ถึงฝัน

การจัดอันดับล่าสุดของ ดัชนี Melbourne Mercer Global Pensions Index ซึ่งสำรวจระบบบำนาญของ 37 ประเทศ พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับสุดท้าย สะท้อนว่าการ วางแผนเกษียน ของคนไทยกำลังพบกับอุปสรรคสำคัญที่อาจทำให้ไม่สามารถเกษียนได้ตามที่คิด

หนึ่งในข้อวิตกกังวลคือประเทศไทยมีหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อความสามารถในการ “ออมเงิน” ที่ต่ำลง คือรายได้ที่ได้รับมาส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับการชำระหนี้ 

ตัวเลขคือรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 26,371 บาทแต่หนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 167,913 บาท

- Advertisement -

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องของเครื่องมือการออมเพื่อการเกษียนไม่ว่าจะเป็นกองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเอกชน ที่ยังมีประสิทธิภาพไม่พอที่จะช่วยให้คนไทยเกษียนได้อย่างสบายใจ

ไม่นับประเด็นเรื่องสังคมผู้สูงอายุที่ถูกพูดถึงกันมานาน จำนวนแรงงานที่มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนขึ้น หมายความว่าจำนวนเงินที่ใส่ลงมาในกองทุนเพื่อการเกษียนต่างๆเริ่มจะเติบโตไม่ทันต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่เกษียนไปแล้ว

ขณะที่คนไทยเพียง 25% ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเกษียนถือเป็นอัตราที่ต่ำอย่างมาก

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆที่จะสร้างแรงกดดันต่อการ วางแผนเกษียน ของคนไทย

แนวโน้มดอกเบี้ยทั่วโลกเป็นขาลงขณะที่กองทุนเพื่อการเกษียนส่วนใหญ่เน้นลงทุนในตราสารหนี้

ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ธนาคารกลางสหรัฐฯปรับลดดอกเบี้ยลงในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่การแก้ไขวิกฤตซับไพร์มและเป็นการปรับลดลงสองครั้งติดต่อกันครั้งละ 0.25% แม้แต่ประเทศไทยเอง คณะกรรมการนโยบายการเงินก็ปรับลดดอกเบี้ยลงเช่นกัน เป็นแนวโน้มเดียวกันทั่วโลก ในยุโรปเองได้เห็นปรากฎการณ์ที่ดอกเบี้ยเงินกู้ติดลบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ในเมื่อดอกเบี้ยทั่วโลกกำลังเข้าสู่ภาวะ “ขาลง” ย่อมส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากกองทุนเพื่อการเกษียนที่คนไทยวัยทำงานนำเงินไปลงทุนไว้อย่างกองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ต่างมีพอร์ตลงทุนเกินกว่า 50% ลงทุนในตลาดเงินและพันธบัตร ซึ่งผลตอบแทนจะอิงกับแนวโน้มดอกเบี้ย

การที่แนวโน้มดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในขาลง ประเทศไทยเองก็ยากที่จะสวนกระแสดังกล่าวไปได้ แม้ว่าจะมีต่างชาติเข้ามาลงทุนในพันธบัตรไทยที่ยังสูงกว่าชาติกำลังพัฒนาอื่นๆจนทำให้ค่าเงินบาทไทยจะแข็งค่ามากที่สุดในเอเชีย แต่คงยากที่จะเห็นดอกเบี้ยไทยปรับตัวสูงไปกว่านี้ ด้วยเศรษฐกิจที่ยังเติบโตไม่สูงนักและแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดหุ้นไทยเองก็ไม่ได้สร้างผลตอบแทนที่ดีนักในช่วงสองสามปีมานี้

สิ่งที่น่ากังวลคือผลตอบแทนกองทุนเพื่อ วางแผนเกษียน ที่อาจจะเติบโตแพ้ “ค่าใช้จ่าย” ที่กองทุนต้องจ่ายให้กับสมาชิก เช่น ค่ารักษาพยาบาล แม้ระยะสั้นจะยังไม่เห็นภาพ แต่ถ้าปล่อยไว้ในระยะยาว กองทุนมีโอกาสที่จะ “ติดลบ” เพราะค่าใช้จ่ายมากกว่ารายรับ การวางแผนเกษียน อาจมีปัญหา

รายรับของกองทุนประกันสังคม 73% มาจากเงินสมทบผู้ประกันตน

รายจ่าย 77% ของกองทุนประกันสังคม คือการจ่ายประโยชน์ทดแทน

พอร์ตลงทุนกองทุนประกันสังคม

79.50% พันธบัตร พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้เอกชน

20.50% หุ้น กองทุนหุ้น ตราสารหนี้

ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่สูงขึ้นทุกปี

ปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตัวเลขจากนักวิชาการทีดีอาร์ไอเปิดเผยว่านับตั้งแต่ปี 2550 ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของรัฐอยู่ที่ 13% ต่อปี คิดเป็นตัวเลข 400,000 ล้านบาทต่อปี หรือต้นทุนต่อหัวคนไทย 6,286 บาท ขณะที่ 10 ปีที่แล้วค่าใช้จ่ายในการดูแลคนไทยด้านสุขภาพอยู่เพียงแค่ 10% ของรายจ่ายภาครัฐ

ทีดีอาร์ไอ ยังคาดการณ์ว่าภายใน 15 ปีข้างหน้ารายจ่ายด้านสุขภาพของคนไทยอาจพุ่งขึ้นไปแตะ 480,000-630,000 ล้านบาท และถ้าประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุงบประมาณนี้อาจพุ่งขึ้นถึง 1.4-1.8 ล้านล้านบาท แต่ความน่ากังวลคือรายรับภาครัฐจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกันหรือไม่

หากเติบโตในระดับที่ไม่เท่ากันคือรายจ่ายด้านการรักษาสุขภาพสูงกว่าจะทำให้เกิดปัญหางบประมาณรายจ่ายทันที รัฐอาจต้องกู้เงินเพิ่มซึ่งมีเพดานจำกัดต้องคุมหนี้สาธารณะไม่ให้เกิน 60% ของจีดีพี ขณะที่ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 40%

ถ้าหากคนไทยยังเข้าไม่ถึงกองทุนเพื่อการเกษียนมากไปกว่านี้ หรือกองทุนฯที่ส่งเงินสะสมเข้าไปไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้เติบโตในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าใช้จ่ายด้านดูแลสุขภาพการ วางแผนเกษียน อย่างเป็นสุขจะทำได้ลำบาก

สัดส่วนการลงทุนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ตราสารหนี้ระยะสั้นไทย 27.25%

ตราสารหนี้ภาครัฐไทย 19.94%

ตราสารหนี้ภาคเอกชนไทย 16.98%

ตราสารทุนไทย 6.93%

อสังหาริมทรัพย์ไทย 5.07%

อื่นๆ 23.83%

ต้นทุนในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยสูงขึ้นทุกปี

อีกหนึ่งต้นทุนสำคัญที่คนไทยในวัยทำงานต้องเผชิญคือราคาที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีแม้ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ แต่ที่สำคัญกว่าคือรายได้ของคนไทยเติบโตไม่เทียบเคียงกัน

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าตั้งแต่ปี 2556-2561 อัตราค่าจ้างแรงงานไทยรวมโอทีและโบนัสแล้ว มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 1.82% เท่านั้น แต่ขณะที่ราคาคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.25% ส่วนราคาบ้านและที่ดินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.97% ต่อปี

ประเด็นน่าสนใจคือช่วงปี 2550-2555 อัตราค่าจ้างแรงงานไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.02% ส่วนราคาคอนโดมิเนียมเติบโตเฉลี่ยปีละ  6.76% แต่ห้าปีถัดมา รายได้คนไทยเพิ่มขึ้นน้อยมาก

หากต้นทุนในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยสูงขึ้น คนไทยวัยทำงานต้องแบกรับภาระในการกู้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่รายได้เติบโตในระดับที่ไม่เท่าเทียมกัน โอกาสที่จะ วางแผนเกษียน ยิ่งลดน้อยลง แถมยังเพิ่มโอกาสที่จะเป็นหนี้มากขึ้นอีกด้วย

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : สำรวจ “เศรษฐีหุ้นไทย” ใครรวยขึ้น-จนลง

ผู้ที่ลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียง 3.3 ล้านคน จากลูกจ้างทั้งหมด 15 ล้านคน

87% ลงทุนในตราสารหนี้

60% ของผู้ลงทุนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เกษียนด้วยเงินเก็บไม่ถึง 1 ล้านบาท

มีเพียง 20,000 บริษัทที่มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จากนิติบุคคลทั้งหมด 750,000 แห่ง ที่ลงทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์

ข้อมูล:สำนักงาน ก.ล.ต.

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News