HomeBT News‘ซิสโก้’ เน้นพาพันธมิตรเติบโต บุกตลาดเป้าหมาย

‘ซิสโก้’ เน้นพาพันธมิตรเติบโต บุกตลาดเป้าหมาย

เมื่อพูดถึง “ซิสโก้” ในอดีตหลายคนก็จะนึกถึงระบบเน็ตเวิร์กภายในองค์กร แต่วันนี้เมื่อโลกเปลี่ยน ทำให้ซิสโก้ต้องเปลี่ยนตาม เจาะกลุ่มตลาดใหม่ๆ พร้อมกับพัฒนาพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทให้ก้าวตามโลกให้ทันด้วย

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ (ประเทศไทย) ระบุว่า ตามสถานการณ์ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่รวดเร็วมาก ทำให้การตั้งเป้าหมายระยะ 5 ปี เป็นไปได้ยาก สำหรับในองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรดิจิทัล จำเป็นที่จะต้องพัฒนาทุกภาคส่วนให้ไปด้วยกัน เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชันผ่านระบบคลาวด์ การผสานกับ 5G ระบบความปลอดภัยทางเทคโนโลยีในตัวแอปและหน้าตา รวมถึงประสบการณ์การใช้งานที่คล่องตัว ส่งเสริมให้เกิดความภักดีต่อแอป (App Loyalty) ซึ่งคำนี้จะถูกนำเข้ามาแทนคำว่า ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty)

ในอนาคต บริการหลักของซิสโก้จะมีทั้งบริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่จะนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์กร เช่น คลาวด์  โครงข่ายอินเทอร์เน็ต และศูนย์ข้อมูล ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ ทุ่มเทเงินไปกับการปรับองค์กรไปเป็นจำนวนมาก แต่มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ เพราะส่วนใหญ่มักตกม้าตายที่วัฒนธรรมของคนในองค์กร

- Advertisement -

การที่จะปรับให้ซิสโก้สามารถก้าวเดินต่อไปได้ต้องทำให้พันธมิตรทางธุรกิจพร้อมไปด้วย ปัจจุบันมีราว 700-800 ราย เพราะซิสโก้ไม่ขายสินค้าและบริการตรงสู่ลูกค้า แต่จะขายผ่านพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ

ที่ผ่านมาพันธมิตรและตัวแทนจำหน่ายที่ใช้วิธีการแบบเดิม คือ ซื้อมาขายไป จะน้อยลงไป และทำให้เขาเหล่านั้นต้องพัฒนาทักษะตามไปกับซิสโก้ด้วย

ซิสโก้มีโครงการทำให้พันธมิตรพัฒนาคนใหม่ๆ ออกมา และสนับสนุนทุนให้บุคลากรต่างๆ ของพันธมิตรได้เรียนรู้ ภายใต้โครงการชื่อ Dev Net (Developer Network) โดยในปี 2564 จะให้มีคนที่ได้รับการรับรองจากโครงการดังกล่าวถึง 1,000 คน ซึ่งพันธมิตรของซิสโก้ยังคงอยู่ในส่วนของระบบโครงข่าย (Network) และโครงสร้างพื้นฐาน อยู่ที่ร้อยละ 90 ซึ่งในร้อยละ 90 นี้ ก็ต้องเข้าไปให้ความรู้ในส่วนอื่นๆ ด้วย

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ (ประเทศไทย)

ที่ผ่านมา ซิสโก้ให้บริการในส่วนของระบบโครงข่ายภายในองค์กร ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป การทำเพียงแค่โครงข่ายอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป และเมื่อมองย้อนกลับมาก็พบว่าแอปต่างๆ ที่หลายๆ บริษัทพัฒนาไป ไม่ได้มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงพอ จึงทำให้ซิสโก้หันมาเจาะตลาดกลุ่มนี้ด้วย

“ภาคธุรกิจ คนไอที และฝ่ายการตลาดในองค์กร ต้องไปด้วยกัน และไปพร้อมๆ กัน ปัจจุบันการพัฒนาแอปไม่จำเป็นจะต้องรอให้พร้อมใช้งาน 100% แต่ทำอย่างไรให้สามารถเคลื่อนไหวได้เร็วพอต่อการรองรับพฤติกรรมของลูกค้าที่ตอบรับกลับมา”

ขณะเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจที่ซิสโก้จะเน้นไปหลังจากนี้ โดยแบ่งตามขนาดของธุรกิจ จะเป็นกลุ่มธนาคารเป็นอันดับแรก

“แม้เราจะมองว่ากลุ่มธนาคารไปไกลมากแล้ว แต่ก็ยังมีหลายๆ ธนาคารที่เมื่อทำแอปไปถึงจุดหนึ่งก็จะเจอปัญหาบางอย่าง เช่น แอปล่ม ซึ่งอาจเกิดจากหลายๆ ส่วนของธนาคารไปไกลกว่าฝ่ายพัฒนาแอป และเมื่อยอดการใช้งานมากขึ้นก็อาจทำให้ทีมไอทีพัฒนาไม่ทัน”

 ขณะที่ส่วนที่ 2 คือ กลุ่มราชการและหน่วยงานของรัฐ แม้บางส่วนจะไปไกลมากแล้ว แต่อีกกว่าร้อยละ 90 ยังไม่สามารถก้าวไปสู่โลกดิจิทัลได้เท่าที่ควร และกลุ่มเป้าหมายที่ 3 คือ ภาคโทรคมนาคม ซึ่งหลังจาก 5G มาก็เป็นกลุ่มที่ต้องอาศัยการพัฒนาด้านเทคโนโลยี เพราะ 5G ก็เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน เป้าหมายที่ 4 คือ ภาคอุตสาหกรรม และเป้าหมายที่ 5 คือ บริการสาธารณสุข

สิ่งที่ซิสโก้ต้องการผลักดันในปีนี้ คือ เน้นสิ่งที่จับต้องได้จริงในการปรับองค์กรไปสู่ยุคดิจิทัล หรือกรณีตัวอย่างจากองค์กรอื่นๆ มาทำให้องค์กรในระดับอื่นๆ ขยับตามไปด้วยกัน ซึ่งฝั่งธนาคารเริ่มปรับตัวไปแล้ว แต่ภาคอื่นๆ ยังคงช้าอยู่ โดยจะเน้นไปที่องค์กรใหญ่ขนาดกลาง

สิ่งที่ซิสโก้พยายามจะทำคือการเป็นตัวกลางในการบริหารจัดการทุกภาคส่วนของเทคโนโลยี เช่น ผู้ใช้ต้องการใช้คลาวด์ของ AWS, Google เท่าไร ให้บอกซิสโก้ แล้วทางบริษัทจะจัดการให้

สำหรับรายได้ของซิสโก้ (ประเทศไทย) มาจาก 4 ส่วน คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน (องค์กร) ภาคโทรคมนาคม และ SME โดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 20-30

แผนปี 2563 ของซิสโก้ เริ่มตั้งแต่เดือน ส.ค. 2562 โดยปัจจุบันอยู่ในไตรมาส 3 แล้ว โดยที่ผ่านมา 2 ไตรมาสแรกก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่คาดไว้ แต่เชื่อว่าใน 2 ไตรมาสหลังจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแน่นอน แต่หากรวมใน 4 ไตรมาส (เดือน ก.ค. 2563) ก็จะยังคงอยู่ใกล้เคียงเป้าหมายเดิม

สำหรับผลงานของบริษัทที่เข้าไปมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่โลกดิจิทัล เช่น การทำระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคารกสิกรไทยและโครงสร้างพื้นฐานของธนาคารอื่นๆ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เรื่อง Wealth Management การทำ IoT ของปูนตราอินทรี และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในส่วนของการแพทย์ทางไกล

ขณะที่ 5G หากยังไม่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั้งโครงข่ายก็จะได้ในส่วนของความเร็ว แต่เรื่องของความหน่วง (Latency) ก็ไม่แตกต่างจาก 4G มากนัก แต่จะเข้ามาเสริมให้องค์กรตื่นตัว และหากถามว่า Wi-Fi จะตายหรือไม่? จะพบว่า Wi-Fi มีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า และคำถามที่ต้องมองต่อไปคือ 5G จะสามารถเข้าไปครอบคลุมได้ทุกพื้นที่จริงหรือไม่? และเทคโนโลยี Wi-Fi 6 จะถูกนำมาใช้ควบคู่กับ 5G ในการกระจายสัญญาณ Wi-Fi ด้วยวัตสัน มองว่า การปรับองค์กรไปสู่โลกดิจิทัลเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่ตลอด ไม่มีวันหยุด เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ซึ่งองค์กรในประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศในอินโดจีน (ไม่รวมเวียดนาม) ถือว่าไปเร็วกว่ามาก และในประเทศเมียนมา ลาว และกัมพูชา ก็เริ่มที่จะตื่นตัวแล้ว และเป้าหมายที่อยากเห็นคือให้องค์กรไทยแข่งขันกับองค์กรระดับโลกได้ เมื่อก่อนเราแข่งกับเกาหลี แต่ถ้าอีก 20 ปีข้างหน้าต้องไปแข่งกับประเทศใกล้เคียงคงรู้สึกแย่พอสมควร

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News