HomeBT NewsBusiness Today Thai Politics 5 มีนาคม 2567

Business Today Thai Politics 5 มีนาคม 2567



“เศรษฐา” หารือนายกออสเตรเลีย ยกระดับความร่วมมือ 2 ประเทศ

- Advertisement -

วันนี้ (5 มีนาคม 2567) เวลา 11.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย ซึ่งเร็วกว่าไทย 4 ชั่วโมง) ณ Melbourne Convention and Exhibition Center (MCEC) นครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พบหารือทวิภาคีกับแอนโทนี แอลบาเนซี (The Honourable Anthony Albanese MP) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ โดย นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้


นายกฯ ยินดีที่ได้พบ นายกฯ ออสเตรเลียอีกครั้ง นับตั้งแต่ช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 เมื่อปี 2566 รวมถึงยังเป็นโอกาสในการต่อยอดจาการเยือนประเทศไทยของพลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งออสเตรเลีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งไทยพร้อมสานต่อความร่วมมือตามแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ตลอดจนสาขาที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพร่วมกัน อาทิ การส่งเสริมการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

โดยนายกฯ ได้กล่าวเชิญนายกฯ ออสเตรเลีย เยือนไทยอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ด้วย ซึ่งเชื่อมั่นว่าการมาเยือนจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้าน นายกฯ ออสเตรเลียเชื่อมั่นว่า ทั้งสองประเทศเป็นมิตรประเทศที่ดีร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยถือเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของออสเตรเลีย

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เห็นพ้องในการส่งเสริมการค้าทวิภาคี โดยเฉพาะการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement : TAFTA) ซึ่งเติบโตมากถึงร้อยละ 186 โดยจะปรับปรุงความตกลงฯ ให้ทันสมัย สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันมากขึ้น โดยนายกฯ เน้นย้ำว่า ไทยมีจุดเด่นในการเป็นศูนย์กลางความมั่นคงด้านอาหารและผลิตภัณฑ์ การแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ (medical and wellness) รวมทั้งมีโครงการ Landbridge ที่สำคัญต่อการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างเอเชียตะวันออกและมหาสมุทรอินเดีย ขณะที่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไทยให้ความสนใจที่จะส่งเสริมการลงทุนและเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากออสเตรเลียในด้านเกษตรกรรม พลังงานสีเขียว ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ไทยคำนึงถึงร่างกฎหมายกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากรถยนต์ (New Vehicle Efficiency Standard: NVES) ของรัฐบาลออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันไทยส่งออกรถยนต์ไปยังออสเตรเลียมากกว่า 200,000 คันต่อปี และมีรถกระบะเป็นสินค้าส่งออกหลัก โดยนายกฯ ได้ขอให้นำมาตรฐานใหม่ไปใช้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกมีเวลาในการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน

ด้านการท่องเที่ยวและการศึกษา นายกฯ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดทำ MoU ด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยเสนอแนะให้มีการส่งเสริมเที่ยวบินตรงระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มจำนวนโควตา Work and Holiday Visa ไทย-ออสเตรเลีย ขณะที่ด้านการศึกษา นายกฯ ยินดีส่งเสริมการตั้งสาขาของสถาบันการศึกษาออสเตรเลียในไทย ส่งเสริมหลักสูตรอาชีวศึกษา โดยเน้นการแลกเปลี่ยนบุคลากรและร่วมพัฒนาหลักสูตร รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการตรวจลงตราระหว่างกันเพื่อตอบโจทย์ความร่วมมือทางการศึกษา

ด้านความมั่นคงและด้านแรงงาน ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีด้านการทหาร และ พัฒนาบุคลากรทางการทหารระหว่างกัน รวมทั้งยินดีกับความร่วมมือภายใต้โครงการ ASEAN-Australia Counter Trafficking (ASEAN-ACT) และการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ขณะที่ด้านแรงงาน นายกฯ พร้อมอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงานของทั้งสองฝ่าย รวมไปถึงกลุ่ม digital nomads จากออสเตรเลียมาไทย และแรงงานจากไทยไปออสเตรเลียที่ขาดแคลน ขณะเดียวกันได้เสนอให้ออสเตรเลียพิจารณาถึงการจ้างงานชั่วคราวของเกษตรกรชาวไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งอาจริเริ่มเป็นโครงการนำร่องหรือแต่ละพื้นที่ที่มีความต้องการแรงงานได้



“อุ๊งอิ๊ง” เยือนกัมพูชาในนามหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่ตัวแทน “ทักษิณ”

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. ให้สัมภาษณ์ถึงกำหนดการที่จะเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาเพื่อพบสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน ประธานคณะองคมนตรีกัมพูชา อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า มีแพลนว่าจะเดินทางไปวันที่ 18-19 มีนาคมนี้ แต่แพลนโดยละเอียดยังไม่ได้ลง เพราะต้องแพลนร่วมกับทางประเทศกัมพูชาด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่กำหนดหัวข้อที่จะมีการพูดคุยกัน แต่ใกล้ถึงเวลาที่จะเดินทางไปจะมีการเปิดเผยอีกครั้งว่าจะมีการพูดกันเรื่องอะไรบ้าง


เมื่อถามถึง กรณีที่มีการวิเคราะห์ว่าการเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาครั้งนี้ เพราะเป็นเรื่องอำนาจทางการเมืองแทนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่ต้องแทน ซึ่งหากถึงเวลาที่นายทักษิณจะไป ท่านก็ไปเองได้ แต่ขณะนี้ตนเป็นหัวหน้าพรรค พท. ฉะนั้น จึงไปในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ใช่ในนามของนายทักษิณ

เมื่อถามย้ำว่า การเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารในรัฐบาลใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ครั้งนี้ตนไปในนามพรรค พท. อย่างไรก็ตาม ย้ำว่ารายละเอียดที่จะพูดคุยกันนั้น เรายังไม่ได้ตกลงกันเนื่องจากต้องดูว่าจะสามารถพูดคุยกันได้ประมาณไหน

ต้องดูเรื่องความอ่อนไหวของประเด็นนั้นๆ ด้วยว่าจะสามารถพูดคุยกันได้เท่าไหร่ แต่เรื่องส่วนตัวต้องไม่คุยแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ตนเคยเดินทางไปเองก็จะเป็นการคุยเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องงาน แต่ในครั้งนี้เราเดินทางไปในนามของหัวหน้าพรรค พท. เราจะต้องเตรียมเรื่องงานไปด้วย



“ภูมิธรรม” ชี้ศาลตัดสินถูก รอต้อนรับ “ยิ่งลักษณ์” กลับบ้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีโรดโชว์ สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2022 วงเงิน 240 ล้านบาท และมีคำสั่งให้เพิกถอนหมายจับ ว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นี่เป็นผลของการทำงานที่มีความตั้งใจจริง ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์สู้คดีมาตลอด และสู้คดีจนสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ความจริงมันเป็นเรื่องของการออกไปเคลื่อนไหวทำนิทรรศการ เพื่อเรียกร้องให้คนเข้าใจและเผยแพร่นโยบายของรัฐบาลเพื่อในอนาคตปี 2020 การดำเนินการตรงนี้มีกระบวนการที่ถูกต้อง


ความตั้งใจของคนที่ตั้งคำถามเราก็ต้องไปเคลียร์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แต่ก็ต้องให้กำลังใจและให้โอกาสคนที่ทำงานด้วย ไม่เช่นนั้นถ้าไม่กล้าทำอะไรเลย ปัญหาจะไม่สามารถแก้ได้ แต่ถ้ากล้าทำงานก็อาจจะทำให้เจอปัญหาแบบนี้ ซึ่งผู้ที่ทำนโยบาย เราพยายามทำทุกอย่างให้รัดกุม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราต้องกล้าคิด กล้าทำ ไม่อย่างนั้นปัญหาจะแก้ไม่ได้ ถ้ามัวแต่กลัวทั้งหมดปัญหาจะยิ่งสะสมมากขึ้น แต่เมื่อเราเริ่มทำงานและเริ่มมีข้อกล่าวหาหน้าที่เราคือ ต้องพิสูจน์ความจริง จึงอยากให้ประชาชนได้เข้าใจว่า เรื่องเหล่านี้ต้องดำเนินการให้เกิดความเข้าใจเพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานเสียกำลังใจและขาดกำลังใจ ไม่เช่นนั้นประเทศจะมีปัญหา

คดียิ่งลักษณ์เสร็จสิ้นแล้ว สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนตอบแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ว่า จะกลับมาประเทศไทยหรือจะยังอยู่ต่างประเทศต่อ เพราะลูกชายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังศึกษาอยู่ที่อังกฤษ ก็แล้วแต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่คิดว่า ปัญหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ เบาที่สุด เพราะเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าว ซึ่งต้องรอการพิสูจน์อีกหลายอย่าง และไม่ใช่เรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทุจริต แต่เป็นเรื่องที่โดนกฎหมายอาญา ม.157 เรื่องนี้มันพูดยากว่ามันผิดแค่ไหน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับการตัดสินบางส่วนจากศาลไปแล้วว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร ดังนั้น ต้องให้กำลังใจ เพราะถ้าเกิดแบบนี้ขึ้นเรื่อยๆ คนจะไม่มีกำลังใจทำงาน ความจริงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำเพื่ออนาคตปี 2020 ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นการบอกให้คนไทยคิดไปให้ไกล เป็นการเอาสิ่งที่ตัวเองคิดไปให้ประชาชนได้รับรู้ โดยมีสื่อมาช่วย ถ้าการทำแบบนี้ ผิด ทีหลังคนก็ไม่กล้าทำอะไรเลย

ขอให้กำลังใจนายกฯยิ่งลักษณ์ และอยากให้กลับประเทศ ถ้ากลับมาได้ก็จะเป็นเรื่องดี เพราะแฟนคลับ ประชาชนที่เคยเห็นผลงานของท่าน ก็อยากให้กลับมาโดยเร็ว ผมเองก็รอต้อนรับท่านอย่างเต็มที่เหมือนกันในฐานะอดีตนายกฯ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของทุกคน และเป็นที่รักของผมด้วย



“โฆษกรัฐบาล” ป้อง “เศรษฐา” ไม่ได้อิจฉาสิงคโปร์

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยต่อกรณีที่เป็นข้อวิพากวิจารณ์ในสังคม กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงการแสดงคอนเสิร์ต 6 รอบที่สิงคโปร์ของ Taylor Swift โดยไม่เปิดการแสดงในประเทศอื่นในอาเซียนนั้น


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ใกล้ชิด ซึ่งเข้าใจในความเป็นตัวตนของท่านนายกฯ ผมขอยืนยันครับ ว่าท่านนายกฯ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยด้วยความยกย่องชื่นชมสิงคโปร์ การหยิบยื่นข้อเสนอของสิงคโปร์ เป็นแนวทางการทำงานที่กล้าคิดกล้าทำ สามารถทำให้ทีมงานของ Taylor Swift ยอมรับที่จะไปจัดการแสดงที่สิงค์โปร์เพียงประเทศเดียวในภูมิภาค ทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศ ทั้งน้ำเสียงและความหมายที่ท่านนายกพูดถึงเรื่องนี้ ไม่มีจุดไหนเลยครับที่จะสื่อไปในทางที่ตำหนิหรือแสดงความอิจฉาสิงคโปร์

ความหมายของท่านนายกฯ มีนัยยะตรงข้ามครับ ท่านนายกฯ แสดงความหมายเป็นนัยๆว่า ประเทศที่ต้องการโปรโมทการท่องเที่ยวของประเทศควรจะต้องดูกลยุทธ์ของสิงค์โปร์เอาไว้เป็นแบบอย่าง ทั้งนี้ ทางฝ่ายรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ก็ได้ออกมาเฉลยความจริงแล้วว่า มีดีลที่ตกลงกับทีมงานของ Taylor Swift ด้วยข้อเสนอผลตอบแทนและเงื่อนไขตรงตามที่เป็นข่าว สอดคล้องกับคำกล่าวของนายกเศรษฐาว่า ดีลดังกล่าวเป็นเรื่องปกติทางธุรกิจ ไม่มีเหตุผลใดที่สิงคโปร์จะต้องรู้สึกละอายว่าไม่น่าทำ ยิ่งไปกว่านั้น สิงคโปร์ยังอธิบายเพิ่มว่า นอกเหนือจากเรื่องเงินแล้ว สิงคโปร์ยังมีความพร้อมด้านอื่นๆเป็นปัจจัยประกอบด้วยที่ทำให้ทางฝ่ายศิลปินหญิงทำความตกลงด้วย

รู้สึกเสียใจ และขอให้กลุ่มคนที่จ้องจะจับผิดและด้อยค่านายกฯ เศรษฐา โปรดหยุดเถอะครับ ไม่มีเหตผลอะไรที่เราจะมาตามด้อยค่าผู้นำประเทศเช่นนี้ รวมทั้งการกระทำเหล่านี้บางครั้งอาจจะเลยเถิดให้เกิดความหมางใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศโดยไม่จำเป็นได้ เรามาร่วมมือกันทำการเมืองแบบใสสะอาดดีกว่าไหมครับ มาร่วมมือกันก้าวข้ามผ่านความท้าทายในประเทศไปด้วย



“ชาวไร่ยาสูบอีสาน“ วอน “สุทิน” ปราบบุหรี่เถื่อน หลังระบาดหนักทั่วประเทศ

เมื่อเร็วๆนี้ ในงานฉลองสมโภชพระธาตุรัตนมงคลอุโบสถ วัดบ้านหนองไหล อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ในพื้นที่ปลูกยาสูบ ตัวแทนสมาคมการค้าชาวไร่ยาสูบเตอร์กีซภาคอีสาน ได้ยื่นหนังสือต่อ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ที่มาร่วมงาน เพื่อเรียกร้องให้มีการสั่งการไปยังทหารทุกเหล่าทัพในการร่วมกันปราบปราม และจับกุมบุหรี่เถื่อนตามแนวชายแดน ทั้งทางบก และทางทะเลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะทางบกในภาคตะวันออก และทางทะเลในภาคใต้ ที่เป็นช่องทางที่สำคัญของการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขายในประเทศไทย ซึ่งกินส่วนแบ่งการตลาดไปเกือบถึง 1 ใน 4 ของตลาดยาสูบปัจจุบัน


สันต์ หารสุโพธิ์ ตัวแทนชาวไร่ยาสูบอีสาน กล่าวว่า สุทิน เป็น สส. ที่ช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบในภาคอีสานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ตนและพี่น้องชาวไร่ยาสูบหวังว่า นายสุทินจะคอยช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ยาสูบในภาคอีสานต่อไป เพราะตอนนี้อุตสาหกรรมยาสูบอ่อนแอมาก จากปัญหาบุหรี่เถื่อนที่รุกหนัก กระทบถึงความเป็นอยู่ของชาวไร่ยาสูบที่พึ่งพาโควตาการปลูกจากการยาสูบแห่งประเทศไทย แต่เมื่อบุหรี่ถูกกฎหมายสู้บุหรี่เถื่อนไม่ได้ โควตาก็ไม่เพิ่ม การปลูกยาสูบหมุนเวียนกับพืชชนิดอื่นก็ทำให้รายได้ที่ควรได้ในช่วงนี้หายไป

โดยปกติแล้วจะใช้เป็นเงินสำรองด้านการศึกษาของบุตรหลานในช่วงภาคการศึกษาใหม่ที่กำลังจะมาถึง ดังนั้น ตนและพี่น้องสมาชิกสมาคมฯ จึงหวังพึ่ง รมว.กลาโหม ให้ช่วยสั่งการเรื่องนี้ลงไปยังเหล่าทัพต่างๆ เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง น.ส.ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ที่มาร่วมงานก็ได้พบปะพูดคุยกับชาวไร่ยาสูบ และได้รับปากว่าจะเร่งรัดดำเนินการเพื่อช่วยเหลือปราบปรามเรื่องของบุหรี่เถื่อน รวมทั้งจะนำหนังสือของชาวไร่ยาสูบนำเรียนและชี้แจงกับนายกรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป

สันต์ ระบุด้วยว่า ปัจจุบันในพื้นที่ภาคอีสานมีชาวไร่ยาสูบประมาณ 15,000 ครัวเรือนใน 8 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, นครพนม, สกลนคร, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี และหนองคาย ปลูกยาสูบพันธุ์เตอร์กีซเป็นหลัก โดยฤดูกาลปลูกจะเริ่มในช่วงต้นเดือน พ.ย.จนถึงเดือน เม.ย. การปลูกยาสูบเตอร์กิซจะช่วยสร้างรายได้ให้ชาวไร่ยาสูบเฉลี่ยไร่ละ 16,000 บาท ทำให้ชาวไร่ยาสูบมีหลักประกันรายได้ที่มั่นคงเพียงพอในช่วงฤดูแล้ง และสามารถนำเงินไปลงทุนทำการเกษตรหมุนเวียนพืชอื่นๆ ในฤดูฝนถัดไป รวมถึงเพียงพอต่อการดำรงชีพของครอบครัวด้วย

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News