HomeBT NewsBusiness Today Thai Politics 5 มกราคม 2567

Business Today Thai Politics 5 มกราคม 2567



“เศรษฐา” ผลักดันการฟื้นฟูหลักนิติธรรม เป็น “วาระแห่งชาติ”

- Advertisement -

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า วันนี้ (5 มกราคม 2567) เวลา 13.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบสารการฟื้นฟูหลักนิติธรรม วาระแห่งชาติของไทย ในงานเวทีสาธารณะด้านหลักนิติธรรม (Rule of Law Forum: Investing in the Rule of Law for a Better Future)


ที่จัดขึ้นโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (Thailand Institute of Justice: TIJ) ร่วมกับ The World Justice Project (WJP) ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยว่าขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันจัดงานเวทีสาธารณะด้านหลักนิติธรรมในครั้งนี้ให้เกิดขึ้นได้ เรื่อง นิติธรรมถูกพูดถึงในเวทีโลกของสหประชาชาติว่ามีความสำคัญและควรบรรจุไว้เป็นเป้าหมายหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ด้วย และจะมาช่วยพัฒนาประเทศเราได้ ทุกท่านครับ แม้ระยะเวลา 4 ปีของรัฐบาลอาจไม่ยาวนักเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหา แต่ผมมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะปักหมุดการทำงานและเริ่มทำให้เรื่องนี้มีพัฒนาการเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน และสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นคงต่อเนื่องไปในอนาคต

รัฐบาลได้รับเกียรติจากองค์กรนานาชาติอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญนอกเหนือจากสหประชาชาติ คือ The World Justice Project หรือ WJP ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรร่วมจัดงานในวันนี้ เข้ามาทำให้หลักนิติธรรมสามารถกำหนดประเด็นที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ วัดผลได้ ด้วยการสำรวจค่าคะแนนดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรม หรือ Rule of Law Index เป็นประจำทุกปี ซึ่งจะกลายเป็น Feedbacks กลับมาหาหน่วยงานรัฐและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสะท้อนถึงเสียงของประชาชน และองค์กรชั้นนำอีกมากมาย

การฟื้นฟูหลักนิติธรรม จะทำให้ประเทศไทยมี Ease of Doing Business ที่ดีขึ้น เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับหมู่นักลงทุนและบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เพราะการลงทุนของเขาจะได้รับการปฏิบัติบนหลักกฎหมายอย่างเป็นธรรม อีกด้านหนึ่ง การมีหลักนิติธรรมจะเป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญที่ช่วยในการขจัดคอรัปชันให้หมดไปได้ ทำให้คนทำผิดไม่สามารถกระทำผิดได้ ในขณะเดียวกันก็สร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการ นักการเมือง ประชาชน กล้าที่จะร้องเรียน เป็นการสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการคอรัปชันไปพร้อม ๆ กัน

อีกประเด็นหนึ่งที่ช่วยเสริมความโปร่งใสได้ คือการนำเทคโนโลยี การทำ Open Government มาเสริมความโปร่งใสให้กับส่วนราชการ ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและการเปิดชุดข้อมูลของหน่วยงานรัฐที่ทำให้เข้าถึงได้แบบ Open data ทำให้ประชาชนทุกคนเข้าถึง วิเคราะห์ และสะท้อนเสียงกลับมา เปรียบเสมือนการเป็นหุ้นส่วนกับภาครัฐในการพัฒนา



“ชัยธวัช” นำฝ่ายค้านแถลงคว่ำพ.ร.บ.งบฯ 67

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ม.ค.ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้านประกอบด้วยพรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเป็นธรรม พรรคคู่ไทยเพื่อประชาชน และพรรคใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงจุดยืน ของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีมติร่วมกันไม่โหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 67


ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า วันนี้ (5 ม.ค.) เข้าสู่วันสุดท้ายการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 67 อีกทั้งช่วงเวลาไม่เกิน 20.00 น.จะมีการลงมติ

พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือถึงความเห็นต่อ ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ตรงกันว่า ไม่ได้สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญ ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสิ่งแวดล้อมพีเอ็ม 2.5 วิกฤตการศึกษา วิกฤตเด็กเกิดน้อย วิกฤตสังคมผู้สูงวัย รัฐบาลจัดทำงบประมาณที่ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเก่า ตั้งงบฯไม่ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของปัญหา อีกทั้งยังพบการสอดไส้งบฯไม่ตรงปกไม่ตรงแผน การบรรจุงบที่ไม่ควรจะมี การจัดสรรงบที่ไม่เพียงพอต่อความจำเป็น ประมาณการรายได้ที่เกินจริง มุ่งใช้งบประมาณโดยไม่มองถึงอนาคต

ชัยธวัช กล่าวว่า 3 วัน ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 67 ฝ่ายค้านได้วิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามและให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลหลายอย่าง แต่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ชี้แจงคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม บางคำถามไม่มีคำตอบ การชี้แจงก็ขาดวุฒิภาวะหรือให้ข้อมูลที่บิดเบือน ตอบตามคำถามชงกันเองกินกันเองในพรรคเดียวกัน รัฐมนตรีบางกระทรวงไม่ให้เกียรติเงินภาษีของประชาชนด้วยการลุกขึ้นชี้แจงหรือให้คำตอบแก่สภา พรรคฝ่ายค้านจึงมีมติว่าจะลงมติไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้



“เฉลิมชัย” พอใจ “ประชาธิปัตย์” อภิปรายงบฯ ย้ำไม่ใช่พรรคอะไหล่

เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ว่า
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ พอใจภาพรวมการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ สส.ของพรรค อภิปรายได้ครบถ้วนสมบูรณ์สร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา มุ่งชี้ให้เห็นจุดที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง


สิ่งที่รัฐบาลเคยบอกประชาชนก็ไม่ได้มีการขับเคลื่อนโดยกระบวนการของการจัดสรรงบประมาณตามนโยบายที่บอกไว้ ซึ่งควรปรับงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด

พรรคจะตามต่อในวาระที่สองในชั้นคณะกรรมาธิการเพื่อให้งบประมาณ สามารถนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความคุ้มค่าโดยยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลักสำคัญ



“ศิริกัญญา” ฝากนายกฯศึกษาข้อมูลแลนด์บริดจ์ หวั่นไม่คุ้มค่า

วันนี้ (5 ม.ค.67) ที่อาคารรัฐสภา ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล แถลงข่าวถึงประเด็นที่รัฐบาลยังชี้แจงไม่ครบถ้วน ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และขอให้มีการชี้แจงในช่วงสุดท้ายของการอภิปรายก่อนที่จะมีการลงมติวันนี้


ศิริกัญญา กล่าวว่า งบประมาณปี 2567 ไม่ได้สะท้อนการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ เป็นการตั้งงบประมาณไว้อย่างไม่ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของปัญหา และยังมีการสอดใส้งบประมาณที่ไม่ตรงกับแผนสร้างความสามารถในการแข่งขัน ตนจึงมีคำถามที่อยากให้รัฐบาลตอบในด้านต่างๆ หลายข้อโดยเฉพาะ วิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งตนขอเรียกร้องเป็นครั้งสุดท้ายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังควรยอมรับว่ามีความผิดพลาด ที่นำการขยายตัวของของจีดีพีที่รวมผลของเงินเฟ้อ (nominal GDP growth) มาเป็นการประมาณการเศรษฐกิจ ซึ่งไม่มีใครใช้กัน และยังพูดอีกว่าเป็นการใช้ในการประมาณการรายได้ แต่ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะตัวเลขนี้อยู่ในประมาณเศรษฐกิจ ที่ต้องใช้อัตราการขยายตัวของจีดีพีแบบที่ลบผลเงินเฟ้อไปแล้ว

ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีการตั้งงบประมาณไว้สองก้อนในปี 2567 ประกอบด้วยการจ่ายงวดงานสุดท้ายของรายงานศึกษาความเป็นไปได้ 68 ล้านบาท และงบประมาณตั้งใหม่ในการจัดทำเอกสารเชิญชวนนักลงทุน 45 ล้านบาท แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้พูดถึงโครงการแลนด์บริดจ์มีข้อผิดพลาดอยู่ 2 ประการด้วยกัน กล่าวคือ

ประการแรก การมีท่อน้ำมัน ซึ่งในรายงานศึกษาความเป็นไปได้ ไม่ได้ศึกษาโครงการในกรณีที่มีท่อน้ำมัน มีแต่เพียงการศึกษาโครงการที่มีท่าเรือสองท่า ทางรถไฟ และถนนเชื่อมต่อท่าเรือเท่านั้น แม้จะมีการเว้นที่ไว้วางท่อน้ำมัน แต่ในการศึกษาความเป็นไปได้ก็ไม่มีเรื่องท่อน้ำมันแต่อย่างใด นั่นเท่ากับว่าอาจจะต้องมีการรื้อรายงานศึกษาความเป็นไปได้ และปรับแผนในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะไม่ตรงกับสิ่งที่ได้ผ่านมติ ครม. ไปแล้ว

ประการที่สอง ช่องแคบมะละกาไม่ได้แออัด เพราะในภาคธุรกิจขนส่ง ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าช่องแคบมะละกาไม่ได้แออัดขนาดนั้น โดยในการประชุมกรรมาธิการแลนด์บริดจ์ที่ตนเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ตัวแทนจากสภาหอการค้ายังชี้แจงเองว่าไม่ได้แออัดเช่นนั้นจริง และถ้าแออัดจริง สิงคโปร์คงไม่ลงทุนสร้างท่าเรือใหม่ที่มีความจุ 2 เท่าจากท่าเรือเดิม

นายกรัฐมนตรีควรทราบว่าตัวเลขความคุ้มค่าที่นำเสนอเข้า ครม. และมีมติออกมาแล้ว จนนำไปสู่การนำเสนอผ่านโรดโชว์ต่างๆ ล้วนเป็นรายงานที่ตัวเลขสวยหรูเกินจริง ประเมินรายได้สูงเกินจริง และประมาณการค่าใช้จ่ายต่ำเกินจริง เป็นเส้นทางที่ไม่มีใครจะมาใช้จริง และมีการประมาณการการประหยัดเวลาและต้นทุนที่สูงเกินจริง ซึ่งสุดท้ายหากจะเป็นโครงการ PPP ที่เอกชนลงทุนเองเกือบ 100% จริง ถ้านักลงทุนไม่มาโครงการก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่กำลังจะถูกเวนคืนอยู่ดี จะต้องมารอลุ้นวันต่อวันว่าบ้านจะถูกเวนคืนหรือไม่ ยังไม่นับรวมถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นด้วย

ตนและพรรคก้าวไกลเห็นด้วยที่จะมีการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ การมีท่าเรือยุทธศาสตร์ การมีโครงข่ายระบบรางเชื่อมต่อ การทำนิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ แต่สิ่งที่น่ากังขาคือความคุ้มค่าของโครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นอย่างที่มีการคาดการณ์จริงหรือไม่ จึงต้องฝากนายกรัฐมนตรีดำเนินการศึกษาให้รอบคอบกว่านี้ด้วย



รัฐบาลยันไม่ขึ้นเงินสมทบประกันสังคม เก็บสูงสุด 750 บ./เดือน เท่าเดิม

คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการปรากฏข่าวสารเรื่องสำนักงานประกันสังคมเตรียมเก็บเงินสมทบในอัตราสูงสุดเพิ่ม จาก 750 เป็น 875 บาท/เดือน เริ่ม 1 ม.ค. 67 นั้น เป็นข้อมูลเท็จ


ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมยังคงจัดเก็บเงินสมทบ กองทุนประกันสังคม ในอัตราร้อยละ 5 จากฐานคำนวณค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาท

โดยจะเป็นเงินไม่เกิน 750 บาท ไม่มีการปรับเป็น 875 บาท ต่อเดือนตามที่กล่าวอ้าง

ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือติดต่อสายด่วน 1506

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News