HomeBT News“SaWaDiKa” กับ LISA Effect เมื่อ Soft Power ไทยถูกส่งออกผ่านเพลงระดับโลก

“SaWaDiKa” กับ LISA Effect เมื่อ Soft Power ไทยถูกส่งออกผ่านเพลงระดับโลก

LISA ปล่อยเพลงใหม่ “SaWaDiKa” หยิบหัวลำโพง มวยไทย ตุ๊กตุ๊ก ภาษาและแฟชั่นไทยสู่สายตาโลก จับตา LISA Effect จะต่อยอด Soft Power ไทยสู่เศรษฐกิจได้แค่ไหน

“SaWaDiKa” อาจเป็นมากกว่าเพลงใหม่ของ LISA เมื่อองค์ประกอบที่ถูกส่งออกไปพร้อมมิวสิกวิดีโอ ตั้งแต่หัวลำโพง มวยไทย ตุ๊กตุ๊ก ภาษาไทย ไปจนถึงแฟชั่นจากดีไซเนอร์ไทย กำลังทำหน้าที่พา “ภาพจำประเทศไทย” ไปปรากฏต่อผู้ชมทั่วโลกอีกครั้ง


เช้าวันที่ 4 กันยายน 2569 ตามเวลาไทย ลลิษา มโนบาล หรือ LISA เปิดตัวซิงเกิลใหม่ “SaWaDiKa” ผ่านช่อง LLOUD Official โดยใช้สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือหัวลำโพง เป็นหนึ่งในฉากสำคัญของมิวสิกวิดีโอ พร้อมนำองค์ประกอบความเป็นไทยมาผสมกับดนตรี แฟชั่น และงานภาพร่วมสมัย

- Advertisement -

The Nation รายงานว่า มิวสิกวิดีโอมียอดชมกว่า 1 ล้านครั้งในช่วง 1 ชั่วโมงแรก และอยู่ที่ประมาณ 1.93 ล้านครั้งหลังเปิดตัวได้ 2 ชั่วโมง

จาก “สวัสดีค่ะ” สู่ SaWaDiKa

สิ่งที่น่าสนใจในเชิงการตลาดเริ่มตั้งแต่ชื่อเพลง

“SaWaDiKa” มาจากคำว่า “สวัสดีค่ะ” ซึ่งเป็นคำธรรมดาที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อถูกนำมาตั้งเป็นชื่อซิงเกิลของศิลปินที่มีฐานผู้ชมทั่วโลก คำภาษาไทยดังกล่าวก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่สามารถถูกค้นหา พูดถึง และจดจำในตลาดต่างประเทศได้

ในมิวสิกวิดีโอยังปรากฏทั้งมวยไทย รถตุ๊กตุ๊ก หัวลำโพง รวมถึงแฟชั่นจากดีไซเนอร์ไทย และมีการใช้คำหรือบริบทที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ และประเทศไทยอย่างชัดเจน

นี่จึงไม่ใช่เพียงการนำ “ของไทย” มาใส่ใน MV แต่เป็นตัวอย่างของการนำทุนทางวัฒนธรรมเดิมมาบรรจุใหม่ให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้ชมทั่วโลกบริโภคได้ง่าย

จากเยาวราชสู่หัวลำโพง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผลงานของ LISA ทำให้สถานที่ในประเทศไทยได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ

ปี 2567 มิวสิกวิดีโอ “ROCKSTAR” เลือกถนนเยาวราชเป็นหนึ่งในโลเคชันหลัก ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า หลังการเผยแพร่เพลงดังกล่าว ความสนใจค้นหา “Yaowarat” บน Google เพิ่มขึ้น และพื้นที่ถ่ายทำกลายเป็นจุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว

ใน “SaWaDiKa” จุดสนใจถูกขยับมายัง “หัวลำโพง” สถานที่ซึ่งมีทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความผูกพันกับระบบขนส่งของกรุงเทพฯ

หากกระแสจาก MV สามารถเปลี่ยนเป็นการเดินทางตามรอยได้ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหัวลำโพง แต่สามารถส่งต่อไปถึงธุรกิจรอบพื้นที่ ร้านอาหาร การเดินทาง โรงแรม ไปจนถึงกิจกรรมท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ

“LISA Effect” มีมูลค่าทางเศรษฐกิจจริงหรือไม่?

สิ่งที่ต้องแยกออกจากกันให้ชัด คือ “การมองเห็น” กับ “รายได้”

ปัจจุบันยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า SaWaDiKa จะทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหรือสร้างรายได้ให้ประเทศไทยเป็นจำนวนเท่าใด แต่กรณี LISA Effect ก่อนหน้านี้เริ่มมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของศิลปินสามารถเชื่อมต่อไปสู่พฤติกรรมด้านการท่องเที่ยวได้

ปัจจุบัน LISA ทำหน้าที่เป็น Amazing Thailand Ambassador ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภายใต้แคมเปญ “Feel All the Feelings” โดย ททท. ตั้งใจใช้มุมมองและอิทธิพลของ LISA เพื่อถ่ายทอดประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสู่ผู้เดินทางทั่วโลก

ข้อมูลจาก Traveloka ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทยระบุว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญดังกล่าวมีความสนใจด้านการค้นหาและการจองเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ขณะที่ความต้องการเดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้น 25% และการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้น 10% ตามข้อมูลที่รายงานในปี 2569

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลจากแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ LISA มีส่วนร่วม ไม่ใช่ผลลัพธ์จากเพลง SaWaDiKa โดยตรง

โจทย์สำคัญคือ ไทยจะเปลี่ยน “กระแส” ให้เป็น “รายได้” อย่างไร

จุดแข็งของ SaWaDiKa คือ ประเทศไทยแทบไม่ต้องเริ่มสร้าง Awareness จากศูนย์ เพราะศิลปินเป็นผู้พาวัฒนธรรมไทยไปอยู่ต่อหน้าผู้ชมต่างชาติให้แล้ว

แต่ Soft Power จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

หากคนทั่วโลกเห็นหัวลำโพงแล้วอยากรู้ว่าคือที่ไหน เห็นมวยไทยแล้วอยากทดลองเรียน เห็นตุ๊กตุ๊กแล้วอยากมาสัมผัสจริง หรือเห็นเสื้อผ้าไทยแล้วสามารถค้นหาและซื้อได้ง่าย นั่นคือจุดที่ “Cultural Attention” สามารถเปลี่ยนเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้

ในอีกด้านหนึ่ง หากเกิดเพียงกระแสบนโซเชียล แต่สินค้า ผู้ประกอบการ สถานที่ท่องเที่ยว และภาครัฐไม่สามารถเชื่อมต่อความสนใจเหล่านั้นเข้าสู่สินค้า บริการ และประสบการณ์ที่ซื้อได้ โอกาสทางเศรษฐกิจก็อาจหายไปพร้อมกับกระแส

“SaWaDiKa” จึงเป็นอีกกรณีที่น่าจับตา ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นเพลงใหม่ของศิลปินไทยระดับโลก แต่เพราะกำลังแสดงให้เห็นว่า Soft Power ในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากนโยบายของรัฐเสมอไป แต่อาจเริ่มจากเพลงหนึ่งเพลง คำภาษาไทยหนึ่งคำ หรือโลเคชันหนึ่งแห่ง ก่อนถูกขยายไปสู่ผู้ชมทั่วโลก

คำถามสำคัญหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “SaWaDiKa จะดังแค่ไหน” แต่คือ ประเทศไทยและธุรกิจไทยจะต่อยอดความสนใจที่ LISA สร้างขึ้น ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากแค่ไหน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News