Home BT News เปิดบัญชีเงินฝากคนไทย ย้อน 10 ปีมีมาก-น้อยเท่าไร?

เปิดบัญชีเงินฝากคนไทย ย้อน 10 ปีมีมาก-น้อยเท่าไร?

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากจะสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ และเศรษฐกิจแล้ว ยังทำให้คนขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายเงินอีกด้วย เพราะไม่รู้ได้ว่าจะต้องถูกลดเงินเดือน หรือตกงานเมื่อใด ทำให้คนมักจะเก็บออมเงินไว้ในบัญชีเป็นส่วนใหญ่ เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นมากขึ้น ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สะท้อนได้จากเงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดในไทย

สำหรับเงินฝากคนไทยเร่งตัวค่อนข้างมากในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากคนส่วนใหญ่มั่นใจว่าเงินฝากธนาคารเป็นช่องทางออมเงินที่ปลอดภัยมากที่สุด เงินต้นไม่หายแน่นอน และยังนำมาใช้จ่ายได้คล่องตัว แต่เงินฝากที่มีมากในปัจจุบัน ยังทำให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์สูงขึ้นด้วย ในขณะที่เงินให้สินเชื่ออาจดูชะลอตัวไปบ้างในบางประเภทของสินเชื่อ ซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กับการบริหารต้นทุนธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างมาก

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ยอดคงค้างเงินรับฝากของธนาคารพาณิชย์ที่ไม่นับรวมเงินรับฝากของธนาคาร รัฐบาลและเงินรับฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศ หากย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ยอดเงินฝากเมื่อปี 2554 อยู่ที่ 7.14 ล้านล้านบาท ซึ่งเวลาผ่านไป 10 ปี ณ สิ้นปี 2563 เงินฝากธนาคารพาณิชย์มีเพิ่มสูงถึง 14 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มมากกว่าเท่าตัว นั่นสะท้อนได้ว่าคนไทยยังให้ความสำคัญกับการเก็บออมเงินไว้ที่บัญชีเงินฝากธนาคาร

- Advertisement -

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังได้เปิดเผยข้อมูลเงินฝากธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศทั้งหมด 19 แห่ง ณ สิ้นไตรมาสแรกมีถึง 14.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ถึงจำนวน 6.85 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันเป็นหลัก สวนทางเงินฝากประจำยังชะลอลงต่อเนื่อง เพราะอัตราดอกเบี้ยของเงินฝากประจำค่อนข้างต่ำ และใกล้เคียงหรือไม่แตกต่างกันมากกับเงินฝากออมทรัพย์

อย่างไรก็ตามตลอดช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 ธนาคารแต่ละแห่งลดการระดมเงินฝากอย่างชัดเจน เพราะดูได้จากการออกแคมเปญเงินฝากพิเศษที่ออกใหม่มีเพียง 26 ตัวเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าแคมเปญเงินฝากพิเศษที่ครบกำหนดมีมากถึง 29 ตัว สะท้อนภาพที่ชัดเจนได้ว่า ธนาคารพาณิชย์ในช่วงเวลานี้ไม่ต้องการระดมเงินฝากให้มากจนล้นแบงก์ แต่เลือกบริหารจัดการเงินฝากที่มีอยู่ นั่นเพราะจะเป็นการเพิ่มต้นทุนในช่วงที่สินเชื่อยังต่ำ ในช่วงที่คนไทยหนีเข้าหลุมหลบภัยเข้ามาฝากเงินไว้กับธนาคารมากขึ้น

โดยแนวโน้มเงินฝากในระยะต่อไปท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่อาจมีต่อไปอีกตลอดทั้งปี และดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ระดับต่ำ จะได้เห็นเงินฝากของคนไทยคงยังอยู่ระดับสูงไปอีกสักพัก จนกว่าความต้องการของสินเชื่อจะมีมากขึ้นในช่วงท้ายปี 2564 ที่ภาคธุรกิจต้องการสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูกิจการค่อนข้างมาก และวัคซีนกระจายตัวทั่วประเทศ จนกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าได้ เมื่อถึงเวลานั้น ประชาชนจะเริ่มมั่นใจและกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น สะท้อนภาพเศรษฐกิจจริงฟื้นตัวอีกครั้ง.

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News