HomeBT NewsBEAUTY กางแผนรุกตลาด 16 ประเทศ ตั้งเป้าปี 63 รายได้โต 20%

BEAUTY กางแผนรุกตลาด 16 ประเทศ ตั้งเป้าปี 63 รายได้โต 20%

BEAUTY กางแผนปี 63 รุกตลาดต่างประเทศ 16 แห่ง เล็งรุกหนัก วียดนาม อินโดนีเซีย พม่า อินเดีย และฟิลิปปินส์ ตั้งเป้าปี 63 รายได้เติบโตขึ้น 20% นอกจากนี้ยังหวังรักษากำไรในระดับ 15%

นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานในปี 2562 ถือเป็นการปรับธุรกิจตามยุทธศาสตร์ใหม่ บริษัทได้พัฒนาตลาด วางรากฐานช่องทางในตลาดต่างประเทศ ,สินค้ากลุ่มอุปโภค รวมถึงการวางแนวทาง E-Commerce ชัดเจนเพื่อเป็นฐานการขยายตลาดในปี 2563 

สำหรับ ภาพรวมธุรกิจเครื่องสำอางปี 2563 คาดว่ายังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับความงาม สุขภาพและผิวพรรณต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพมีความหลากหลายเพิ่มขึ้นตาม 

การขยายตัวดังกล่าวเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่จะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศและในระดับนานาชาติ ซึ่งในปี 2563 BEAUTY วางเป้าหมายรายได้เติบโต 20% พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิ 15%

ขณะเดียวกันในปี 2563 บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจด้วยนโยบาย International Beauty & Health Business ยกระดับแบรนด์สินค้าภายใต้การจำหน่ายของบริษัทเข้าสู่การเป็นแบรนด์ด้านความงามและสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจและแผนการดำเนินงานของบริษัทจะมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก ดังนี้

1. เพิ่มความสามารถการทำกำไร โดยมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนกำไรจากช่องทางจัดจำหน่ายต่างประเทศและบริหารจัดการต้นทุนช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องควบคุมต้นทุนให้ได้ด้วยการลดค่าเช่า และค่าใช้จ่ายหลักของร้านค้าในเครือ BEAUTY

2. ขยายตลาดต่างประเทศเชิงรุก จำนวน 16 ประเทศ โดยมี 13 ประเทศที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในปี 2562 ซึ่งจะเน้นการทำการตลาดร่วมกันและเพิ่มจำนวน SKUs สินค้า และมีอีก 5 ประเทศหลักที่เน้นการทำการตลาดเฉพาะในปี 2563 มีแผนจะพัฒนาช่องทางการตลาดและการขายเข้มข้น คือ ประเทศ เวียดนาม อินโดนีเซีย พม่า อินเดีย ฟิลิปปินส์ ในรูปแบบของตัวแทนจำหน่าย Product Distributor ,Shop Licence , Shop in Shop หรือ Counter sales 

ขณะเดียวกันบริษัทเน้นการรุกตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อเนื่อง โดยบริษัทมีแผนศึกษาการสร้างฐานธุรกิจในประเทศจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขยายตลาด และเพื่อความสะดวกในการพัฒนาสินค้าใหม่และการบริหารจัดการตลาดในประเทศจีน เพราะเล็งเห็นว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่มีโอกาสทางธุรกิจสูง 

อีกทั้งบริษัทมีแผนเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดจากช่องทางจำหน่ายร้านค้าทั่วไป เช่น คอนวีเนียนสโตร์ โมเดิร์นเทรดต่าง ๆ และช่องทางออนไลน์ที่เป็นอีคอมเมิรซ์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการขาย นอกจากนั้นได้ขยายจำนวนสินค้าใหม่ ๆ เข้าไปจำหน่ายในช่องทาง Cross Border E-Commerce อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2562 บริษัทมีสินค้าวางจำหน่ายแล้วจำนวน 10 แพลตฟอร์มและในปีนี้มีแผนเจรจาเพิ่มจำนวนแพลตฟอร์มอีกต่อเนื่อง

3. ตลาดในประเทศมุ่งเน้นขยายตลาดกลุ่มสินค้าอุปโภค และสร้างความเข้มแข็งช่องทางร้านค้าปลีก ตลาดในประเทศ มุ่งเน้นขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ ๆ ที่มีโอกาสเติบโตสูงและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้น ที่ไม่จำกัดเฉพาะร้านสาขา พร้อมขยายกลุ่มสินค้าอุปโภค และสินค้าสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยมีแผนจะพัฒนาสินค้าด้านสุขภาพร่วมกับผู้ผลิตสินค้าชั้นนำด้านนี้เพิ่มขึ้นอีกทั้งยังมุ่งเน้นเพิ่มช่องทางการตลาดที่หลากหลายเพื่อเปิดช่องทางจัดจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ช่องทางร้านค้าปลีก มุ่งเน้นการเพิ่มอัตราการเติบโตสาขาที่มีศักยภาพ พัฒนาปรับปรุงและสร้างความเข้มแข็งให้ช่องทางร้านค้าปลีก พร้อมทั้งบริหารจัดการต้นทุนในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการบริหารร้านค้าปลีกเน้นการทำการตลาดได้ด้วยตัวร้านค้าปลีกเอง, สร้างโมเดลการขายสินค้าที่เป็นสินค้า Multi Brand เข้ามาจำหน่ายในร้าน Beauty Buffet เพื่อจำหน่ายสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุม ปัจจุบันบริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 311 สาขา

ช่องทางอีคอมเมิร์ซ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างระบบอีคอมเมิร์ซให้มีประสิทธิภาพ วางเป้าหมายรุกตลาดออนไลน์ ด้วยกลยุทธ์ O2O และพันธมิตร รวมถึงพัฒนาระบบรองรับพฤติกรรมการจับจ่ายผ่านมือถือของบริษัทเอง ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยผลักดันให้บริษัทมีรายได้เติบโตก้าวกระโดด 

มุ่งเน้นพัฒนาสินค้าหลัก ขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตโดยการสร้าง Product Heros ที่มีกระแสดึงดูดลูกค้าทั้งสินค้าเดิมที่มีอยู่แล้วและสินค้าใหม่ เน้นสินค้าที่เป็นอินโนเวชั่นตามเทรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ในปี 2563 BEAUTY คาดว่าตลาดในประเทศจะสามารถสร้างรายได้ในสัดส่วน 63.5% และตลาดต่างประเทศ 36.5% โดย 90% จากตัวเลข 36.5% เป็นรายได้ที่มาจากประเทศจีน และสืบเนื่องจากมีการแพร่ระบาดเชื่อไวรัสโคโรน่าอยู่ขณะนี้ BEAUTY มีแผนแก้ปัญหาในช่วงระยะสั้นคือจะกระจายสินค้าไปยังประเทศที่ไม่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาวจะมีการเพิ่มยอดขายจากประเทศอื่นให้สมดุลกับรายได้ของประเทศจีนเพิ่มขึ่น

- Advertisement -

อ่านข่าวอื่น ทีวี ธันเดอร์ เลิกกิจการค่ายเพลง-บริหารจัดการศิลปิน หลังขาดทุนหนัก

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News