HomeBT Newsเปิดนั่งกินดื่มในร้านอาหาร ดันรายได้ทั้งปีแตะ 1.13 แสนล้าน

เปิดนั่งกินดื่มในร้านอาหาร ดันรายได้ทั้งปีแตะ 1.13 แสนล้าน

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้สำรวจผู้บริโภคถึงการกลับมาทำกิจกรรมและทานอาหารในร้านมากขึ้น ซึ่งการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจร้านอาหารประเภท Full-Service Restaurants คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปี 64 จะมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 10 เดือนแรกของปี ยอดการใช้จ่ายจากระยะเวลาในการใช้บริการต่อครั้งที่นานขึ้น ทำให้อาจจะมีการสั่งอาหารรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบน่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท และมีมูลค่าทั้งปีอยู่ที่ 1.13 แสนล้านบาท หดตัว 28.5% จากปี 63

ทั้งนี้จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 72% เริ่มมีความมั่นใจและกลับไปใช้บริการนั่งทานอาหารในร้าน หลังจากที่ทางการผ่อนคลายมาตรการอนุญาตให้นั่งทานอาหารภายในร้าน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ร้านอาหารที่กลุ่มตัวอย่างกลับไปใช้บริการส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าหรือคอมมูนิตี้มอลล์ เช่น ชาบู ปิ้งย่าง ร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านสุกี้ เป็นต้น ขณะที่รองลงมา จะเป็นกลุ่มร้านอาหารประเภทสวนอาหารที่มีคาแรคเตอร์เฉพาะ เช่น ร้านอาหารที่ตกแต่งแบบธรรมชาติ และมีมุมถ่ายภาพที่สวยงาม

ด้านกลุ่มตัวอย่าง 77% มองว่า การประกาศขยายเวลาทำการของร้านอาหาร และการลดระยะเวลาเคอร์ฟิวของภาครัฐ สนับสนุนการเข้าใช้บริการร้านอาหารนานขึ้นและบ่อยขึ้น ขณะที่ 23% มองว่าไม่มีผลต่อการเข้าใช้บริการร้านอาหาร ซึ่งกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้กลับไปใช้บริการนั่งทานในร้านอาหาร

- Advertisement -

อย่างไรก็ตามแม้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่หรือ 65% ยังไม่มีแผนที่จะจัดงานสังสรรค์ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เนื่องจากยังรอดูสถานการณ์โควิด และรอดูความชัดเจนในการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ของทางการ แต่ 22% มีแผนที่จะจัดงานรวมกลุ่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและครอบครัวที่ร้านอาหารในช่วงเทศกาลฯ โดยคาดว่าจะออกไปนั่งทานเฉลี่ย 3-4 ครั้งภายในเดือนธ.ค. ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีการแพร่ระบาดระลอกใหม่อย่างรุนแรง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ในปี 65 เริ่มมีปัจจัยหนุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนคลายมาตรการของทางการ และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และหากสถานการณ์การระบาดของโควิดในประเทศดีขึ้น หรือไม่มีการกลับมาระบาดจนทำให้ทางการต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมอีกครั้ง น่าจะช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง หลังจากการหดตัวอย่างรุนแรงต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารให้บริการเต็มรูปแบบ เป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 ภายใต้สมมติฐานที่สถานการณ์โควิดมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงต่อเนื่องและการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ตามแผนของภาครัฐ ผู้บริโภคในประเทศมีความเชื่อมั่นในการเข้าใช้บริการ มีการเปิดประเทศนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น ส่งผลให้มีการขยายตัวต่อเนื่องของจำนวนความถี่ในการนั่งทาน และทำให้จำนวนต่อครั้ง (โต๊ะ) ในปี 65 มีจำนวนประมาณ 204 ล้านครั้ง (โต๊ะ) รวมถึงมีการขยายตัวของยอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 4.2% และทำให้ตลาดธุรกิจร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบจะมีมูลค่ายอดขายรวมในกรณีพื้นฐานอยู่ที่ 1.43 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการขยายตัว 26.5%

กรณีที่ 2 ภายใต้สมมติฐานที่มีการแพร่ระบาดครั้งใหม่เกิดขึ้นและมีการยกระดับของมาตรการควบคุม ไม่ให้จำหน่ายอาหารภายในร้าน แต่ไม่ได้มีการ Lock down จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และทำให้จำนวนต่อครั้งลดลงเหลือเพียงประมาณ 186 ล้านครั้ง (โต๊ะ) โดยประเมินว่าตลาดธุรกิจร้านอาหารที่ให้บริการเต็มรูปแบบ จะเหลือมูลค่า 1.29 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการขยายตัว 14.2%

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News