HomeBT News"รพ.บำรุงราษฎร์" ทุ่มงบ 4 พันล้าน ขยาย-เปิดคลินิคเพิ่ม

“รพ.บำรุงราษฎร์” ทุ่มงบ 4 พันล้าน ขยาย-เปิดคลินิคเพิ่ม

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เปิดวิสัยทัศน์ตั้งเป้าหมายปี 2565 จะต้องขับเคลื่อนก้าวสู่โรงพยาบาลที่ให้บริการสุขภาพเทียบเท่าระดับโลกโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการเพิ่มมากยิ่งขึ้น เริ่มเป็นรูปธรรมไตรมาสที่ 4 ปี 2562 นี้เป็นต้นไป ทุ่มงบ 4 พันล้าน แผน 5 ปี ขยาย-เปิดคลินิค ถ.เพชรบุรี เพิ่ม

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่า โรงพยาบาลยังคงมุ่งเน้นในส่วนของคุณภาพการให้บริการและความสะดวกสบายของผู้ป่วย ปัจจุบันโรงพยาบาลเข้าสู่ปีที่ 39 และมองว่าในอนาคตจะเป็นการคาดการณ์และป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยในอนาคต ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆเข้ามามีส่วนในการรักษาผู้ป่วย อาทิ การนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในการผ่าตัด โดยปัจจุบันมีแพทย์ที่ใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัดด้วยกัน 5 สาขา และการใช้หุ่นยนต์ในการจัดยาที่มีใครอดีตมาต่อยอดมากขึ้นเพราะปัจจุบันยังมีปัญหาในการจ่ายยาเกินจำนวนอยู่ นอกเหนือจากนี้ยังมีการพัฒนาคลินิกที่ทำการผ่าตัดในการเปลี่ยนเสียงให้กับผู้ที่ต้องการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง และจะมีการเพิ่มแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งในสาขาต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลกมากขึ้น โดยที่ผ่านมามีการยอมรับจากต่างประเทศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ปัจจุบันโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีคนไข้ ถึง 1.1 ล้านคน/ปี โดยครึ่งหนึ่งเป็นผู้ป่วยจากต่างชาติ ประมาณ 150 ประเทศ มีไทยเป็นอันดับ 1 คิดเป็นร้อยละ 40 , อันดับ 2 เป็นกลุ่ม CLMV ตามมาด้วย อันดับที่ 3 กลุ่มประเทศอาหรับ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง ดังนั้นการเคารพซึ่งวัฒนธรรมมันแตกต่างของผู้ป่วยในแต่ละประเทศจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยมีการเปิดคลินิกในภาษาอารบิกเพื่อรองรับผู้ป่วยในประเทศแถบอาหรับด้วย ซึ่งทำให้เกิดข้อมูลจำนวนมากดังนั้นการเก็บข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้หรือ Big Data มาพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขององค์กรให้สามารถที่จะวิเคราะห์และวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนี้มีการตั้งเป้าในการให้บริการสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่เจ็บป่วยรุนแรง ให้ได้รับบริการภายใน 1 ชั่วโมงและมีการวัดคุณภาพในระดับนาทีเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการในระยะเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งภาพรวมของโรงพยาบาลไม่ได้มีตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในภาพรวมใหญ่แต่ก็จะมีการพัฒนาในส่วนอื่นๆซึ่งปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 10,000 ล้านบาทและคาดว่าปีนี้จะเติบโตอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2

- Advertisement -

ซึ่งในช่วงต้นปีหน้าจะมีการขยายโรงพยาบาลในที่จอดรถพนักงานของโรงพยาบาล บริเวณซอยสุขุมวิท 1 จำนวน 3 อาคาร ขณะที่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจเดิมจะมีการขยายห้องรับผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินในโรงพยาบาลก็ต้องชะลอออกไปก่อนระยะหนึ่ง นอกเหนือจากนี้ยังมีพื้นที่บริเวณถนนเพชรบุรี ในการพัฒนาคลีนิคเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนพัฒนา 5 ปี งบประมาณ 4,000 ล้านบาท

“สิ่งที่สำคัญและท้าทายที่สุดนั่นคือการบริหารบุคลากรรวมถึงวัฒนธรรมองค์กรซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยหล่อหลอมทำให้เกิดทัศนคติที่ดีและพร้อมที่จะเปิดใจในการรับรู้และปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางขององค์กรอยู่ตลอดเวลา และ ทำอย่างไรจะทำให้บุคลากรสามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่และทำงานได้อย่างมีความสุขในช่วงการเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อไปพร้อม ๆ กับองค์กร ” ภญ.อาทิรัตน์ กล่าว

สำหรับปี 2562 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้กำหนดทิศทางในการดำเนินธุรกิจโดยมุ่งไปในเรื่อง “ความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ” ซึ่งมี 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

  1. Clinical Excellence : มุ่งเน้นความชำนาญและประสบการณ์ของแพทย์ ในสาขาวิชาชีพต่างๆ ทำให้สามารถครอบคลุมทุกมิติในการรักษาตั้งแต่ขั้นวินิจฉัยตลอดจนการฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ประสบการณ์และความชำนาญขั้นสูงของบุคลากรภายในองค์กรพร้อมเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัย
  2. Operational And People Excellence : เป็นการมุ่งเน้นให้การดูแลบุคลากรโดยมี 3 เป้าหมายหลักคือการทำให้พนักงานมีความสุข มีอนาคตและมีการพัฒนาตนเอง โดยมีภารกิจในการทำให้สถานที่ทำงานเต็มไปด้วยความสุขและอำนวยต่อการให้บริการ เน้นการทำงานที่ประสบการณ์และความสามารถของแต่ละคน โดยนอกเหนือจากนี้ก็มีการจัดตั้งฝ่าย Bumrungrad Academy เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในสาขาวิชาชีพทางการแพทย์ต่างๆทางการการบริหาร และการเสริมสร้างความรู้ในด้านต่างๆ
  3. Service Excellence : เป็นการพัฒนาโดยยึดหลักการดูแลเอาใจใส่ ผู้ป่วยรวมถึงพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่องเช่นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการของโรงพยาบาลได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

ดร.ธีรเดช เวียงธีรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมามีการนำข้อมูลจำนวนมาก(Big Data) มาวิเคราะห์ในการใช้กับโรงพยาบาลในต่างประเทศ โดยที่ผ่านมาในช่วง 3-5 ปี โรงพยาบาลมีการศึกษาวิจัยนำเทคโนโลยีการแพทย์ชั้นสูงเข้ามาปรับใช้ในองค์กรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง้ของการวินิฉัยรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเมื่อโรงพยาบาลมีการเก็บและจัดแบ่งข้อมูลจำนวนมากก็สามารถที่จะจำกัดกลุ่มคนไข้และแยกช่วงอายุต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัยโรคต่างๆโดยโรงพยาบาลได้มีการลงทุนและพัฒนาซอฟต์แวร์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่มีความสลับซับซ้อนเป็นจำนวนมาก

หนึ่งในเทคโนโลยีที่โรงพยาบาลมีการใช้สื่อเทคโนโลยีของ IBM ที่เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลและโรคต่างๆของผู้ป่วยซึ่งที่ผ่านมาโรคมะเร็งกว่า 2000 กรณี สามารถที่จะถูกวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำถึงร้อยละ 80 สอดคล้องกับการวิเคราะห์จากแพทย์ของโรงพยาบาลเองด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่อ่านภาพการสแกนสมองรวมถึงชิ้นเนื้อต่างๆเป็นล้านภาพในระบบและสามารถทำให้เป็นตัวช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์และวินิจฉัยโรคได้มากยิ่งขึ้น

“ส่วนตัวมองว่าทิศทางในอุตสาหกรรมสุขภาพในอนาคตจะมีการแข่งขันที่สูงขึ้นไม่เพียงแต่สถานพยาบาลด้วยกันเองแต่จะมีบริษัทสตาร์ทอัพไลน์ใหม่ที่พร้อมจะมาคิดค้นและพัฒนาแพลตฟอร์มด้านสุขภาพเช่นการสร้าง แอปฯในการตรวจโรคเบาหวาน , ตรวจโรคมะเร็งและพยาบาลเสมือนจริง และการดูแลสุขภาพในอนาคตจะเน้นในเรื่องของการป้องกันไม่ให้เกิดโรคอื่นๆมากยิ่งขึ้นกับผู้ป่วยและการรักษาอย่างแม่นยำและเฉพาะตัวบุคคลนั้นๆซึ่งจะส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น” ดร.ธีรเดช กล่าว

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News