Home BT News บ้านปูทุ่ม 2,000 ล้านบาม ซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม

บ้านปูทุ่ม 2,000 ล้านบาม ซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh ในเวียดนาม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตและมีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

การเข้าซื้อโรงไฟฟ้าดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบ้านปูฯ ซึ่งมุ่งเน้นที่จะขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน โดยมีมูลค่าการลงทุนจำนวน 66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเทียบเท่าประมาณ 2,065 ล้านบาท

การลงทุนในครั้งนี้มาจากกระแสเงินสดของบ้านปูฯ และ บ้านปู เพาเวอร์ในสัดส่วนที่เท่ากัน ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวอยู่ในระหว่างการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในสัญญา และการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563

- Advertisement -

การลงทุนผ่านบริษัท BRE Singapore Pte. Ltd. (BRES) บริษัทย่อยที่บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 50 ผ่านบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด (BanpuNEXT) มีราคารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in-Tariff (FIT) ที่ 8.5 เซ็นต์สหรัฐ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมงเป็นระยะเวลา 20 ปีตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN)

โรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2562 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 37.6 เมกะวัตต์ จากกังหันลม 16 ตัว แต่ละตัวมีกำลังการผลิต 2.35 เมกะวัตต์  กังหันลมได้รับการออกแบบและบำรุงรักษาโดยโดยบริษัท Enercon GmbH ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าพลังงานลมและผู้ผลิตกังหันลมจากประเทศเยอรมนี

บ้านปูฯ ทำสัญญาผ่าน Enercon Partner Konzept (EPK) ซึ่งครอบคลุมการบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 20 ปี ซึ่งสัญญานี้จะเพิ่มเสถียรภาพในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าได้ในระยะยาว

โรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh ตั้งอยู่ในจังหวัดนินห์ถ่วน บริเวณชายฝั่งทะเลภาคกลางตอนใต้ของเวียดนาม นอกจากสถานที่ตั้งซึ่งเป็นทำเลที่เหมาะสมเนื่องจากมีความเร็วและแรงของลมแล้ว นโยบายที่สนับสนุนการลงทุนของรัฐบาลเวียดนามยังเอื้อให้ทั้งผู้พัฒนาและนักลงทุนสามารถเข้ามาสร้างโอกาสในพื้นที่จังหวัดนี้ได้ จังหวัดนินห์ถ่วน จึงกลายเป็นทำเลที่น่าจับตามองสำหรับการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในประเทศเวียดนาม

ปัจจุบัน กว่าร้อยละ 80 ของพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศมีแหล่งการผลิตมาจากจังหวัดดังกล่าว

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนามในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Greener & Smarter และนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนให้กับบริษัทฯ รวมถึงเพิ่มรายได้และกระแสเงินสดจากพลังงานหมุนเวียนให้บ้านปูฯ

ทั้งนี้ เวียดนามเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดประเทศหนึ่ง และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ยังคงขยายตัวสวนทางกับสถานการณ์ของโลก ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หมายถึงโอกาสในอนาคตที่เปิดกว้างสำหรับบ้านปูฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มอีก 7 กิกะวัตต์ ส่งผลให้ประเทศเวียดนามจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมรวมถึงเกือบ 12 กิกะวัตต์ภายในปี 2568

ในฐานะบริษัทที่บุกเบิกการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่เข้ามาในตลาดเวียดนาม โดยเฉพาะในจังหวัดนินห์ถ่วนที่เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญ บ้านปูฯ กำลังวางรากฐานสำหรับการลงทุนในระยะยาว โดยเพิ่มโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และเพื่อมาเสริมพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของเรา บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน และเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์พลังงานในระดับภูมิภาค ซึ่งก็คือการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarbonization) ด้วยกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เราสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เกือบ 7 แสนตันต่อปี หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 40 ล้านต้น ในส่วนของการลงทุนในอนาคตอันใกล้ บ้านปูฯ มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจซึ่งสามารถสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและต่อเนื่อง มีผลตอบแทนสูง และให้ผลตอบแทนระยะยาวสำหรับผู้มีส่วนได้เสียของเรา นางสมฤดีกล่าวเพิ่มเติม

กลุ่มบริษัทบ้านปูฯ ตั้งเป้าหมายที่จะสามารถผลิตไฟฟ้ารวม 6,100 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 โดยเน้นการลงทุนในตลาดที่ความต้องการใช้พลังงานมีการเติบโต โดยมีบริษัทบ้านปูเน็กซ์มุ่งมั่นนำทัพในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน รวมถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานต่อไป รวมโรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh บ้านปูฯ จะมีกำลังผลิตรวมจากพลังงานหมุนเวียน 919 เมกะวัตต์

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ก.ดิจิทัล ชี้ Voice TV ทำผิด พ.ร.บ.คอมพ์-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบผิดผู้ใช้โซเชียลแชร์-โพสต์-รีทวิต กว่า 3 แสนเรื่อง

ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การชุมนุม กระทรวงดีอีเอส สรุปตัวเลขช่วงการชุมนุม13-18ต.ค. พบมี แกนนำ นักการเมือง ผู้ใช้โซเชียล โพสต์เข้าข่ายผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เตรียมทยอยส่งดำเนินคดี พร้อมเตือนประชาชนใช้สื่อออนไลน์อย่างระมัดระวัง นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯแถลงข่าว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ที่เฝ้าติดตามมอนิเตอร์การกระทำความผิด ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม –...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

สภาอุตฯ ชี้ เอกชนหวั่นระบาดรอบสอง ห่วง SMEs เลิกกิจการหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ ต.ค. 63

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนกันยายน 2563 อยู่ที่ระดับ 85.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 84.0 ในเดือนสิงหาคม 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มีปัจจัยบวกจากอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังจากภาครัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ ยอดขาย ปริมาณ...

ผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้ 19 ต.ค. เพิ่ม 5 ราย ทั่วโลกติดเชื้อสะสม 40 ล้านคน

ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ โควิดวันนี้ (19 ต.ค. 2563) ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นรวม 5 ราย ใน State Quaratine ซึ่งเดินทางกลับมาจาก คูเวต, ญี่ปุ่น,ตุรกี,เคนยา และ บาห์เรน ประเทศละ 1 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม...

กอร.ฉ. ออกหนังสือ จับตา-ระงับไลฟ์ Voice TV-The Reporters-ประชาไท-The Standard

หลังจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา ทำให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร้ายแรง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การถ่ายทอดสดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของสำนักข่าวต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้รวดเร็วและส่งตรงจากพื้นที่ ล่าสุดเช้าวันนี้(19 ต.ค.63) ฐปณีย์ เอียดศรีไชย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเอกสาร คำสังหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ลงชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า "จากการตรวจสอบแล้วเป็นเอกสารจริง แต่ยังไม่มีหนังสือ-คำสั่ง...

Related News

เอเชียแปซิฟิกเริ่มคลายข้อจำกัดเดินทางระหว่างประเทศ หวังฟื้นเศรษฐกิจ

ประเทศในเอเชียแปซิฟิก อย่างสิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เริ่มคลายข้อจำกัดเดินทางระหว่างประเทศ หวังฟื้นเศรษฐกิจ ออสเตรเลียประกาศเปิดช่องทางเดินทางระยะที่ 1 กับนิวซีแลนด์ เปิดโอกาสให้ผู้เดินทางจากนิวซีแลนด์เข้าไปยังรัฐนิวเซาธ์เวลส์และนอร์ธเธิร์นเทอร์ริทอรี เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. ชาวนิวซีแลนด์และผู้อาศัยอยู่ในนิวซีแลนด์ที่ไม่ได้อยู่ในย่านที่มีการระบาดของโควิด-19 ก่อนหน้าการเดินทาง 14 วัน สามารถเข้าไปยังรัฐนิวเซาธ์เวลส์และนอร์ธเธิร์นเทอร์ริทอรีได้โดยไม่ต้องกักตัว แต่ชาวนิวซีแลนด์ที่เดินทางกลับจากออสเตรเลียต้องกักตัว 2 สัปดาห์ เพราะนิวซีแลนด์ซึ่งจะจัดการเลือกตั้งวันที่ 17 ต.ค. ยังไม่มีแผนเปิดพรมแดนกับออสเตรเลีย นอกจากนิวซีแลนด์แล้ว ออสเตรเลียยังหารือกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้...

สิงคโปร์ รับผู้เดินทางระยะสั้นจาก ออสเตรเลีย-เวียดนาม เริ่ม 8 ต.ค. นี้

สิงคโปร์ เตรียมคลายกฎรับผู้เดินทางจากออสเตรเลีย ยกเว้นรัฐวิกตอเรีย และนักเดินทางจากเวียดนาม ที่ต้องการเข้าสิงคโปร์เป็นระยะเวลาสั้นๆ รวมถึงเพื่อท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. นี้ กรมการบินพลเรือนสิงคโปร์ระบุว่า ออสเตรเลียกับเวียดนามมีระบบเฝ้าระวังที่ครอบคลุม ทั้งยังสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ดี ดังนั้นโอกาสที่เชื้อไวรัสจะมาจากผู้เดินทาง 2 ประเทศนี้จึงมีน้อย ผู้เดินทางจากออสเตรเลียกับเวียดนาม สามารถขอ Air Travel Pass เพื่อเดินทางทุกรูปแบบเข้าสิงคโปร์เป็นระยะเวลาสั้นๆ รวมถึงเพื่อเข้าไปท่องเที่ยว โดยผู้เดินทางไปจาก 2...

เวียดนามเริ่มเปิดรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจเอเชีย

เวียดนามเริ่มเปิดเที่ยวบินกับ 6 เมืองใหญ่ในเอเชีย สำหรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจและชาวเวียดนาม ด้านฟินแลนด์อนุญาตนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำ เดินทางเข้า เวียดนามเริ่มกลับมาให้บริการเที่ยวบินโดยสารกับ 6 เมืองใหญ่ของเอเชีย เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจ โดยชาวต่างชาติที่เดินทางเพื่อธุรกิจหรือการศึกษา รวมถึงชาวเวียดนามและครอบครัว จากเมืองกวางโจวของจีน กรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น และไทเป จะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. สำหรับเที่ยวบินไป-กลับจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และนครหลวงเวียงจันทน์ของลาว จะเริ่มวันที่ 22 ก.ย....

บริษัทในกลุ่มกฟผ. ผนึกพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ 1 ในเวียดนาม

บริษัทในกลุ่ม กฟผ. ได้แก่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จับมือพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อน กวางจิ 1 สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม...

เวียดนามกำลังไปได้ดี หลังโควิด-19 เศรษฐกิจเริ่มฟื้น แต่กลับเจอการระบาดรอบสอง

ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกของเวียดนามฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง มีอัตราการเติบโต  4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนกรกฎาคม แต่นั่นคือการการเติบโตก่อนที่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งต้องจับตาดูว่า การเจอโควิด-19 ระบาดระลอกสอง จะสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกของเวียดนามอย่างไรบ้าง เวียดนาม จัดว่าเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่แม้ว่าจะประสบกับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แต่เศรษฐกิจก็ยังสามารถเติบโตได้ดีอยู่ และหลังจากที่เวียดนามไม่พบการติดเชื้อต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานสถิติทั่วไป (SGO) ยอดค้าปลีกลดลงเพียง 0.4% เมื่อเทียบรายปีในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้คิดเป็นมูลค่า 121.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทิศทางดังกล่าวส่งสัญญาณว่า ธุรกิจค้าปลีกของเวียดนาม...