HomeBT Newsกรุงศรีฯ ผนึก MUFG มุ่งอาเซียน หาโอกาสขยายธุรกิจ สร้างการเติบโต

กรุงศรีฯ ผนึก MUFG มุ่งอาเซียน หาโอกาสขยายธุรกิจ สร้างการเติบโต

นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ในปี 65 กรุงศรีฯมีแผนที่จะร่วมบริษัทแม่อย่างเอ็มยูเอฟจี ซึ่งเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ระดับโลก ช่วยกันพาไปสู่ทั่วอาเซียน ทั้งสร้างพันธมิตรเพิ่มเติมด้านฟินเทค เพื่อสร้างความมั่นใจ สะดวก เข้าถึงได้ หาโอกาสลงทุนดิจิทัล ทั้งเป็นผู้ระดมทุนและผู้ลงทุน ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม เชื่อมโยงไปเป็น 9 ประเทศจาก 10 ประเทศทั่วอาเซียน จากปัจจุบันได้ขยายไป 5 ประเทศแล้ว

“การที่กรุงศรีขยายธุรกิจในอาเซียนซึ่งทำมาระยะหนึ่ง มีฐานลูกค้าในหลายประเทศ เป็นข้อแตกต่างเมื่อเทียบธนาคารพาณิชย์อื่น เพราะกรุงศรีฯ มีความเชี่ยวชาญให้บริการลูกค้ารายบุคคล ให้บริการภูมิภาค จากพันธมิตร เอ็มยูเอฟจี เป็นจุดแข็งที่จะสนับสนุนกรุงศรีฯ พร้อมดูแลทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ”

สำหรับเป้าหมายทางการเงินของธนาคารปี 65 ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 3-5% สัดส่วนสินเชื่อรายย่อยต่อสินเชื่อรวม 50% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ 3.1-3.3% การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยไม่เติบโต หรือเท่ากับปีที่ผ่านมา ด้านเอ็นพีแอลไม่ให้เกิน 2.6% และอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเอ็นพีแอล 150%

- Advertisement -

น.ส.ดวงดาว วงค์พนิตกฤต ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า แนวทางการบริหารหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ในปี 65 ของกรุงศรีฯ จะทำด้วยความระมัดระวังรอบคอบ จะควบคุมไม่ให้เกิน 2.6% เพิ่มจากสิ้นปีที่ผ่านมาเล็กน้อยที่มีเอ็นพีแอล 2.2% เพราะปีนี้จะสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่วนการร่วมทุนจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือเจวีเอเอ็มซีในปีนี้ กรุงศรีฯเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นและเร่งด่วนที่จะต้องทำในเรื่องนี้ แต่กรุงศรีฯได้เฝ้าสังเกตใกล้ชิดและพิจารณาอีกครั้งในปี 66

ทั้งนี้ปีที่ผ่านมากรุงศรีฯดูแลเอ็นพีแอลอยู่ระดับต่ำที่สุดในระบบ แต่ในปีนี้ควบคุมเอ็นพีแอล 2.6% มากกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะถ้าดูมาตรการช่วยเหลือ ธปท. และของธนาคารต่างๆจะหมดอายุสิ้นปี 65 ทำให้มีลูกค้าบางส่วนกลายเป็นเอ็นพีแอลได้ ในส่วนกรุงศรีฯที่ผ่านมามีลูกค้าเข้าความช่วยเหลือลดลง จาก 5.3 แสนล้านบาท เหลือ 1.7 แสนล้านบาท และเรื่องสภาพเศรษฐกิจ แม้จะจีดีพีจะโตกว่าปีที่ผ่านมา แต่มีความไม่แน่นอนอยู่

“การจัดตั้งเจวีเอเอ็มซี ธนาคากรุงศรีฯพิจารณาเรื่องนี้อยู่ เอ็นพีแอลอยู่ต่ำที่สุดในระบบ นอกเหนืออีกมาตรการมีพักทรัพย์พักหนี้ ทำให้ไม่ได้มีความรีบด่วน จำเป็นที่จะจัดตั้งหรือเข้าร่วมจัดตั้งเอเอ็มซีขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามพิจารณาเฝ้าสังเกตควบคุมเอ็นพีแอลอย่างใกล้ชิด และในปี 66 จะพิจารณาอีกครั้ง แต่ในปี 65 ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดตั้งเอเอ็มซี”

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ในรายละเอียดของการเชื่อมต่อไปยังอาเซียนจะผสานเอ็มยูเอฟจีออกไป 9 ประเทศในอาเซียน และได้เพิ่งปิดดีลเวียดนามปลายปี 64 และกำลังจะเริ่มในปีนี้ โดยปีนี้จะเน้นเรื่องของพันธมิตร และให้ลูกค้าไว้วางใจ สร้างธุรกิจใหม่ รวมทั้งในเรื่องดิจิทัล นวัตกรรม ร่วมมือเอ็มยูเอฟจี เพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ โดยต่อยอดไปด้านพลังงาน เทคโนโลยี อีคอมเมิร์ซ และประกัน

นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยธนาคารกลางทั่วโลก ไม่ใช่แค่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มองว่าเป็นข่าวดีในระยะยาวที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว แต่ผลร้ายคือเศรษฐกิจไทยฟื้นช้ากว่า ทำให้ไทยได้รับผลกระทบหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไป เป็นต้นทุนทางการเงิน เพิ่มภาระดอกเบี้ยคนไทยโดยเฉพาะคนรายได้น้อย ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยอาจกระทบจีดีพีไทย 0.4% แต่ไทยยังมีเวลา 5 ไตรมาสที่ฟื้นได้ โดยวิจัยกรุงศรีคาดจีดีพีปี 65 ขยายตัว 3.7%

 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News