HomeBT NewsIAA เปิดโผ 5 หุ้นเด่นทิ้งทวนโค้งสุดท้ายปี 62

IAA เปิดโผ 5 หุ้นเด่นทิ้งทวนโค้งสุดท้ายปี 62

สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนเปิดโผ 5 หุ้นเด่นช่วงที่เหลือของปี 62 ประกอบด้วย ADVANC, BJC, CPALL, ERW และ WHA ชี้สงครามการค้ายังส่งผลเสียต่อตลาดหุ้น ประเมิน SET Index ปิดปี 62 ที่ 1,677 จุด

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน หรือ IAA เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนต่อมุมมองด้านการลงทุนและคาดการณ์ทิศทางดัชนีราคาหุ้นไทยในปี 62 ซึ่งนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนร้อยละ 36 มองว่าดัชนีราคาหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4 มีแนวโน้มไปในทิศทาง SIDEWAY หรือไม่เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงไตรมาส 3

ขณะที่ปัจจัยบวกต่อดัชนีราคาหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4 ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และทิศทางดอกเบี้ยนโยบายภายในประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนักวิเคราะห์ร้อยละ 65.38 คาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ภายในปี 62 ส่วนปัจจัยบวกที่รองลงมาได้แก่เงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย

- Advertisement -

ส่วนปัจจัยลบที่จะส่งผลต่อตลาดทุนไทยในช่วงไตรมาส 4 ได้แก่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ รวมถึงภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รองลงมาคือปัจจัยด้านการเมืองต่างประเทศ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย ที่มีอัตราการเติบโตของกำไรลดจากคาดการ์เดิม 8% เหลือ 3% โดยคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของตลาดเฉลี่ยที่ 99.68 บาท ส่วน EPS Growth ณ สิ้นปี 62 เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.29

สำหรับจุดสูงสุดของ SET Index ในช่วงไตรมาส 4 จนถึงสิ้นปี 62 เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1,707 จุด โดยจุดต่ำสุดคาดว่าอยู่ในช่วง 1,590 จุด ทั้งนี้นักวิเคราะห์ และผู้จัดการกองทุนคาดเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 1,677 จุด ซึ่งเป็นผลมาจากกำไร บจ.ที่โตต่ำกว่าคาดการณ์

ทั้งนี้ ประเมินว่าค่าเงินบาทเมื่อจบปี 62 จะอยู่ในช่วง 30.50 บาท – 30.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ในกรณีไม่มีปัจจัยที่คาดไม่ถึงเข้ามาสอดแทรก นอกเหนือจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการลดดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯที่คาดว่าจะลดอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินจากภาวะที่ได้กล่าวไปข้างต้นพบว่ามี 5 หุ้นเด่นที่น่าลงทุนในช่วงไตรมาส 4 ดังนี้

1.ADVANC เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนจากการแข่งขันที่ผ่อนคลายลงหนุนรายได้ให้สูงขึ้น ตลอดจนการระงับข้อพิพาทกับ TOT ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายปีละ 800 ล้านบาท นอกจากนั้น ADVANC ยังมีความสามารถการแข่งขันสูง ฐานะการเงินแกร่ง และมีปันผลดี

2.BJC เนื่องจากมีแนวโน้มกำไรที่ดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีจากการขับเคลื่อนธุรกิจบรรจุภัณฑ์ การขยายสาขาห้างสรรพสินค้า Big C ในเชิงรุก และอัตรากำไรที่ดีขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในหุ้นค้าปลีกที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

3.CPALL เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคฟื้นตัว และคาดว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

4.ERW มีปัจจัยสนับสนุนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวบางแล้ว และได้ผลบวกจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล

5.WHA มีปัจจัยสนับสนุน คือ เริ่มเห็นการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งได้รับผลประโยชน์จากกำแพงภาษีที่ถูกเรียกเก็บจากสหรัฐฯในอัตราสูง ทำให้มีการย้ายฐานการผลิตออกไปในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงประเทศไทยมากขึ้น

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News