Home BT News อัดฉีด 2 มาตรการ 6.8 หมื่นล้าน ออกค่าจ้างบันฑิตจบใหม่ 50% แจกเงินค่าครองชีพ 3 พัน

อัดฉีด 2 มาตรการ 6.8 หมื่นล้าน ออกค่าจ้างบันฑิตจบใหม่ 50% แจกเงินค่าครองชีพ 3 พัน

ศบศ.เคาะ 2 มาตราการจ้างงาน-กระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินรวมกว่า 6.8 หมื่นล้าน จ้างงานบัณฑิตจบใหม่ 2.6 แสนตำแหน่ง แจกเงินประชาชน 3,000 บาท 15 ล้านคน เน้นช่วยเหลือจับจ่ายเพิ่มรายได้ให้รายย่อย

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสภาพัฒนทหารเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหราสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ ศบศ.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ศบศ.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 มาตรการ

1.มาตราการการจ้างงานสำหรับเด็กจบใหม่ โดยรัฐบาลสมทบจ่ายกับนายจ้าง เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่ เดือน ต.ค. 2563 – ต.ค.2564 วัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการจ้างงานผู้จบการศึกษาใหม่ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ ระดับปริญญาตรี ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รวมจำนวน 260,000 อัตรา วงเงินรวม 2.3 หมื่นล้านบาท

- Advertisement -

อัตราค่าจ้าง ตามวุฒิการศึกษาดังนี้ ปริญญาตรี เดือนละ 15,000 บาท ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) เดือนละ 11,500 บาท และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เดือนละ 9,400 บาท ซึ่งรัฐบาลจะให้การสนับสนุนเงินค่าจ้าง ร้อยละ 50 ของเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อคนต่อเดือน

ทั้งนี้ อยู่ภายใต้ เงื่อนไขสำคัญ คือ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องอยู่ในระบบประกันสังคม มีการยืนยันตัวตนผ่าน กระทรวงแรงงาน และต้องมีเงื่อนไขเลิกจ้างลูกจ้างเดิมไม่เกินกว่าร้อยละ 15 ภายในระยะเวลา 1 ปี (กรณีที่ลูกจ้าง ลาออกในระหว่างโครงการ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถหาลูกจ้างใหม่ทดแทนได้) ขณะที่ ลูกจ้างท่ีจะเข้าร่วมโครงการจาเป็นต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) มีสัญชาติไทย และ (2) อายุไม่เกิน 25 ปี หรืออายุเกิน กว่า 25 ปี ซึ่งสาเร็จการศึกษาในปี 2562 หรือปี 2563

2.มาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป ที่ครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอยโดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 ในวงเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน

ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน ประมาณ 15 ล้านคน และกลุ่มร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการจะมุ่งเน้นไปที่ร้านค้ารายย่อยทั่วไปครอบคลุมไปถึง ผู้ประกอบการหาบเร่ แผงลอย ประมาณ 80,000 ร้านค้า ผ่านกลไกการดาเนินงานผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ของรัฐบาล

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้กระทรวงการคลังจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อนำเสนอต่อ ศบศ.ต่อไปภายใน 2 สัปดาห์

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

‘สุพัฒนพงษ์’ ห่วงการเมืองกระทบเศรษฐกิจ ลั่นการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

'สุพัฒนพงษ์' ชี้การเมืองต้องใช้การเมืองแก้ มองข้อเรียกร้องต่างๆของผู้ประท้วงแก้ไขได้โดยกลไกนิติบัญญัติชี้การเมืองกดดันผู้ใหญ่ ต้องช่วยกันดูแลประคอง เศรษฐกิจ จับจ่ายให้มากขึ้น นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นตนขอพูดในนามส่วนตัวไม่ใช่ในนาม รองนายกฯ หรือ รมว.พลังงาน ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เป็นเรื่องที่เกิดจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ รัฐบาลเองก็มีความชัดเจนว่าเรื่องนี้หากกระทำในกรอบของกฎหมายก็คงไม่เป็นอะไรให้แสดงออกได้ แต่การกระทำที่นอกกฎหมายก็ต้องมีการดำเนินการ หลักการตรงนี้ต้องมีอยู่ ในเรื่องนี้รัฐบาลก็ต้องดูแล ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกก็คือเสียดายว่าวันนี้ประเทศไทยเพิ่งจะผ่านจากสถานการณ์โควิด-19 เหมือนกับทั่วโลกเป็นคนป่วยที่ยังต้องรักษาแต่ไทยเหมือนเราพ้นจากโควิด-19 มาได้เหมือนคนป่วยที่ออกมาพักฟื้นแล้วกำลังจะลุกเดินไปได้...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

SET ปิดตลาด -24.93 จุด ชี้ปัจจัยการเมืองในประเทศกดดันเสี่ยงหลุด 1,200 จุด

SET Index ปิดตลาด -1,208.75 จุด ปรับลง -24.93 จุด สวนทางตลาด หุ้น ต่างประเทศ โบรกฯ ชี้ปัจจัยการเมืองในประเทศกดดัน ประเมินแนวรับกรณีเลวร้ายที่สุด 1,140 จุด นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 19 ต.ค.63...

กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 31.00-31.35 จับตาทิศทางการเมืองในประเทศ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทาง ค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.35 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.18 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 4.1 พันล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 2.5 พันล้านบาท ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญหลังมีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจโลกชะลอการฟื้นตัว และความไม่แน่นอนว่าสหรัฐฯ จะสามารถออกมาตรการกระตุ้นทางการคลังชุดใหม่ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ได้หรือไม่ นอกจากนี้...

ก.ดิจิทัล ร่อนหนังสือขอผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บล็อก Telegram

ช่วงเวลา 13.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์มีการเผยแพร่เอกสารลับ ของ กระทรวงดิจิทัลฯ ส่งไปถึง กสทช. ขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ระงับ การใช้บริการแอปพลิเคชั่น เทเลแกรม(Telegram) หลังจากเมื่อวานนี้(18 ต.ค.63)เพจเฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก-Free YOUTH โพสต์ข้อความ "ให้ผู้ชุมนุมเข้าร่วม กลุ่มแชท Telegram เพื่อสำรองการติดต่อสื่อสาร หากเพจถูกปิดดังข่าวที่ได้รับมา" อย่างไรก็ตามยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ? แต่...

Related News

ศบค.เคาะจ่ายบัตรสวัสดิการคนละ 1,500 บาท มาตรการ ‘คนละครึ่ง’ 3,000 บาท

ศบศ.เคาะโครงการคนละครึ่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ รวม 24 ล้านคน รวมวงเงิน 5.1 หมื่นล้านบาท ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการ 14 ล้านคนเพิ่ม 1,500 บาทต่อคนในระยะเวลา 3 เดือน และให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเพิ่ม 10 ล้านคนร่วมจ่ายกับรัฐคนละครึ่งวันละไม่เกิน 100 บาท รวมคนละ 3,000 บาท เริ่มใช้ได้ 23...

ว่าที่นายกฯญี่ปุ่นลั่นเดินหน้าอัดฉีดธุรกิจ

ว่าที่นายกฯญี่ปุ่นลั่น พร้อมเดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือครัวเรือนและภาคธุรกิจ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 โยชิฮิเดะ สุงะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับเลือกเป็นประธานพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) และคาดว่าจะได้รับการลงคะแนนจากสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันพุธ (16 กย.) เพราะพรรคแอลดีพีมีเสียงข้างมากในสภา ประกาศว่าญี่ปุ่นต้องเน้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก่อนหาทางแก้ไขปัญหาการเงินของประเทศ พร้อมตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นภาษีการขาย ว่าที่นายกฯญี่ปุ่นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างงานและปกป้องธุรกิจต่างๆ จากนั้นเมื่อเศรษฐกิจเติบโตแล้วจึงค่อยผลักดันการปฏิรูปการคลัง สุงะระบุว่าหากเศรษฐกิจย่ำแย่ลงไปอีก รัฐบาลจะดำเนินมาตรการทุกอย่างเพื่อปกป้องตำแหน่งงานและธุรกิจต่างๆ หลังจากครัวเรือนและภาคธุรกิจมีรายได้ลดลง สืบเนื่องจากโควิด-19 พร้อมแสดงท่าทีว่าอาจจัดทำงบประมาณเสริมฉบับที่ 3 เพื่อรับมือกับโรคระบาดในกรณีที่จำเป็น และเสริมว่ารัฐบาลมีทรัพยากรมากพอที่จะนำมาใช้ ว่าที่นายกฯญี่ปุ่นชี้ว่า รัฐบาลสามารถออกพันธบัตรได้อย่างไม่มีปริมาณจำกัด...

ฟันธงเฟดคงดอกเบี้ย 0-0.25% ในการประชุม 28-29 ก.ค.นี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0-0.25% สำหรับการประชุมนโยบายการเงินที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ มองว่ามาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วน่าจะเพียงพอที่จะรองรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มอ่อนแรงและน่าจะใช้ระยะเวลายาวนานในการฟื้นตัว ทั้งนี้ เป็นที่แน่ชัดว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างมากในปีนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังมีความรุนแรงและยังไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ตลาดแรงงานที่อ่อนแรงจะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอุปสงค์ภายในประเทศต่อไป และส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุด IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้จะหดตัวที่ -6.6% และจะกลับมาขยายตัวที่ 3.9% ในปีหน้า ซึ่งมาตรการภาครัฐต่างๆ ทั้งมาตรการทางการเงินและมาตรการทางการคลังที่ได้ดำเนินการไปแล้วน่าจะเพียงพอที่จะประคองเศรษฐกิจสหรัฐฯ...

จับตามาตรการกระตุ้น ครม.เศรษฐกิจถก ‘เต็มคณะ’ ศุกร์ 10 ก.ค.

จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ นายกฯเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ 10 ก.ค.นี้ แบบ "เต็มคณะ" ติดตามภาวะเศรษฐกิจและช่วยเอสเอ็มอี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจเต็มคณะ ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่จะถึงนี้เวลา 10.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ กล่าวว่าวาระสำคัญคือการติดตามภาวะเศรษฐกิจของไทย และการพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม...

12 ข้อต้องรู้ “เงินเยียวยา 5,000” ใครมีสิทธิ์-จะได้รับเงินเมื่อไหร่

ในช่วงที่ผ่านมา มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เกิดความสับสน โดยเฉพาะการจ่าย "เงินเเยียวยา 5,000 บาท" สำหนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประมวลคำถามและข้อสงสัยที่พบมากที่สุด ต่อมาตรการเยียวยา 5,000 บาท มี 12 ข้อ ดังนี้ 1. ผู้ที่ไม่ได้มีเจตนาขอยกเลิกสิทธิ์แต่ได้กดปุ่มยกเลิกสิทธิ์ไปในช่วงก่อนหน้า จะสามารถเริ่มขอทบทวนสิทธิ์ได้เมื่อใด ขณะนี้หากยกเลิกการลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถลงทะเบียนหรือเข้าไปแก้ไขข้อมูลใด ๆ ได้ อย่างไรก็ดี...