HomeBT NewsInside Business Today : ตอน สังคมไทย สังคมดี มีน้ำใจ

Inside Business Today : ตอน สังคมไทย สังคมดี มีน้ำใจ

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังไม่มีทีท่าที่จะสิ้นสุดลงในเร็ววันหากประชาชนทุกคนไม่ช่วยกันปฏิบัติตัวในการป้องกันการแพร่ระบาด ไม่ว่าจะเป็นมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) หรือ การกักตัวเอง (Self Quarantine) ตามคำนิยามที่ว่าอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติเพื่อไม่ให้เพิ่มภาระให้กับสังคมและบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นนักรบด้านหน้าในการดูแลรักษาในสงครามการแพร่ระบาดในครั้งนี้

แม้กระนั้นบนความเหนื่อยยากของบุคลากรทางการแพทย์และทุกคนที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือดูแลประชาชนในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังมีอีกมุมหนึ่งทางสังคมที่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเป็นหน่วยสนับสนุนให้กับบุคลากรทางการแพทย์อีกทางหนึ่ง

วันนี้ Business Today ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของกิจการต่างๆที่มีน้ำใจในการช่วยดูแลบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีแรงปกป้องประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยแนวคิดที่มีจิตอาสาสำนึกช่วยเหลือสังคม และแบ่งปันเยียวยาให้สังคมก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤติไปได้

- Advertisement -

 

สุนทร แพงไพรี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดก๋วยเตี๋ยวไก่ .สุนทร โคราช กล่าวว่า แนวคิดตั้งต้นในการทำอาหารสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ภายในตัวจังหวัดนครราชสีมา มาจากหลักคิดที่ว่าอยากเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นแนวหน้าในการเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งจึงอยากลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลบุคลากรทางการแพทย์เหล่านั้น และพี่น้องประชาชนที่สามารถช่วยเหลือในสิ่งที่ตัวเองทำได้เพราะบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับมอบกำลังใจหรือสิ่งของใดๆพวกเขารับรู้และมีรอยยิ้มกำลังใจ

ทั้งนี้ เริ่มต้นทำอาหารสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์มาแล้วกว่า 1 เดือน ที่มีบุคลากรทางการแพทย์กว่า 4,000 คน โดยส่งไปให้เฉพาะในโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลใหญ่ในจังหวัดในช่วง 16.00-20.00 . และนอกจากจะสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์แล้วนั้น ยังดูแลไปถึงครอบครัวของบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย เพราะในแต่ละวันบุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักและเหนื่อยอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่มีอาหาร ไม่มีเวลาพักผ่อน พวกเขาก็จะไม่มีแรงปกป้องประชาชน

ฉะนั้น ถ้าหลังเลิกงานบุคลากรทางการแพทย์จะต้องกลับไปดูแลครอบครัวอีกเลยมีความคิดว่า ให้ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และครอบครัว นำอาหารกลับไปบริโภคที่บ้านกันทั้งครอบครัวไปเลย คิดว่าใช้ครัวของที่ร้านเป็นครัวของบุคคลากรทางการแพทย์และครอบครัวไปเลยก็ได้ เพราะบางทีบุคลากรทางการแพทย์ลงเวรมาก็ไม่มีเวลาที่จะเปลี่ยนชุดและเมื่อไปซื้อของด้วยชุดยูนิฟอร์มทางการแพทย์บางทีร้านค้าหรือร้านอาหารก็จะเกิดความกลัวและกังวลในสถานการณ์แบบนี้

สำหรับ ที่ร้านก็ได้มีการดูแลพนักงานของร้านโดยการปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินค่าแรงเป็นรายวัน จากเดิมเป็น รายเดือน เพื่อให้พนักงานมีเงินหมุนเวียนไปดูแลครอบครัวและนอกจากนั้นยังมีสวัสดิการอาหารสำหรับพนักงานและครอบครัวพนักงานอีกด้วย ซึ่งในวิกฤติเช่นนี้พนักงานก็พร้อมที่จะเข้าใจซึ่งเราอยู่กันเหมือนครอบครัวพี่น้องกัน

ด้านวัตถุดิบต่อวันที่ร้านใช้ปริมาณมากพอสมควรเพื่อผลิตอาหารในปริมาณหลายพันชุดต่อวัน แต่สิ่งที่ได้คือ การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นในช่วงเวลานี้ เพราะเลือกใช้แต่วัตถุดิบของชาวบ้าน เช่นใครมี หมู, ต้นหอม, ผักชี, ถั่วงอก อะไรประเภทนี้ขายเราก็รับซื้อมา หรือบางคนที่อยากร่วมทำบุญกับเราก็มีในการมอบวัตถุดิบมาช่วยบ้าง

สถานการณ์แบบนี้เปรียบเสมือนบ้านไฟไหม้ ฉะนั้นใครที่เป็นแนวหน้าในการดับไฟก็คือบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้นผมพร้อมให้ใช้ครัวของที่ร้านเป็นครัวของบุคลากรทางการแพทย์ใน จังหวัดนครราชสีมา ได้เลยขอให้พวกเขาตั้งใจช่วยเหลือปกป้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปก็พอ วันนี้ถือว่าเราเป็นก้าวแรกของโครราชมโมเดล โดยในอนาคตมีความคิดที่จะเปิดรับแนวร่วมในการรับบริจาควัตถุดิบ

ส่วนตัวมองว่า อยากให้นายทุนใหญ่อย่าง เซเว่นอีเลฟเว่น ช่วยประชาชนในระดับหมู่บ้านระดับตำบล ในการลดปริมาณการเปิดสาขาลง หรือ ในช่วงวิกฤตินี้ก็ปิดสาขาที่กระจายอยู่ตามตรอกซอกซอยไปบ้างก็ดี เพื่อให้ร้านค้าเล็กๆ อยู่ได้ หรือไม่เช่นนั้นก็เอาอาหารสำเร็จรูปบางประเภทออกไป เพราะทุกวันนี้ร้านค้า ร้านข้าวแกง ได้รับผลกระทบจากร้านสะดวกซื้อที่มีทุกอย่าง ซึ่งเป็นการผูกขาดทั้งปีะเทศจึงอาจะต้องมีการแก้ไขทั้งระบบ

นอกจากนั้น ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้อยากให้รัฐบาลทำงานเชิงรุก โดยในวันนี้การบริหารงานในส่วนท้องถิ่นมีเงินในบางโครงการที่ไม่ได้ใช้และไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ เนื่องจากมีข้อกฎหมายบังคับไว้อยู่ ดังนั้นอาจะต้องมีการแก้กฎหมายเพื่อนำเงินส่วนท้องถิ่นดังกล่าวที่ไม่ได้ใช้ออกมาใช้ดูแลประชาชนในแต่ละพื้นที่ในสถานการณ์เช่นนี้

 

พิมพ์ชนา ศรีจันทร์คง ผู้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมแปรรูปยาวพารา .นครศรีธรรมราช กล่าวว่า สถานการณ์การขาดแคลนหน้ากากอนามัยและปริมาณความต้องการการใช้งานที่สูงขึ้นของตลาด ส่งผลให้เรามองเห็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนอาชีพมาผลิตหน้ากากผ้า โดยใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศที่มีคุณภาพสูงซึ่งสามารถป้องกันและทำความสะอาดนำกลับมาใช้ใหม่ได้ นอกจากนั้น ยังได้เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้านที่มีความสามารถในการตัดเย็บเพื่อส่งต่อหน้ากากผ้าที่มีคุณภาพ

เริ่มต้นของแนวคิดในการตัดเย็บหน้ากากผ้านี้มาจากความต้องการในการกระจายความช่วยเหลือให้ได้เร็วที่สุดและให้ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือป้องกันได้ง่าย โดยเห็นถึงสิ่งดีๆในสังคมซึ่งถ้าหากหน่วยงานราชการและบุคลากรทางการแพทย์ต้องการก็จะลำดับการผลิตให้ในส่วนนั้นก่อน

ปัจจุบันเริ่มต้นผลิตมาได้แล้วราว 1 เดือน โดยขณะนี้เริ่มได้รับความสนใจขยายวงกว้างมากขึ้นจากผู้สนใจร่วมบุญในการช่วยผลิตหน้ากากผ้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ขาดรายได้จากการทำงาน, ว่างงาน เป็นต้น


พันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้งร้านเป็นลาว และโครงการ Food For Fighters “ข้าวเพื่อหมอกล่าวว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด อาทิ Social Distancing ส่งผลให้รูปแบบของธุรกิจร้านอาหารต้องเปลี่ยนไป โดยผู้ประกอบการที่ทำร้านอาหารโดยเพาะในกรุงเทพฯ ได้รับความเดือดร้อนกระจายตัว ส่งผลให้เราจึงได้คิดโครงการ Food For Fighters “ข้าวเพื่อหมอขึ้นมาภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงจากนั้นก็เริ่มต้นลงมือทำในทันที โดนมีแนวคิดคือการนำเอาร้านอาหารเล็กๆ มารวมตัวกันในที่เดียว ซึ่ง โครงการ Food For Fighters “ข้าวเพื่อหมอจะมีหน้าที่ในการระดมทุนผู้ที่ต้องการสนับสนุนช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ จากนั้นจะมีการกระจายออเดอร์ไปยังร้านอาหารต่างๆ ที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าวนี้

ทั้งนี้ เบื้องต้นโครงการได้มีการเจรจากับทางร้านค้าในการควบคุมราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยระดับราคาเมนูทั่วไปอยู่ที่ราว 50 บาท/เมนู เพื่อให้ร้านอาหารขนาดเล็กที่เข้าร่วมโครงการและผู้บริโภคอยู่ได้ โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2563 ถึงวันนี้ก็อยู่ที่ 5 วันแล้ว โดยเริ่มต้นมีร้านอาหารขนาดเล็กที่เข้าร่วมราว 30 แห่ง และปัจจุบันมีร้านอาหารขนาดเล็กแสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 60 แห่ง

นอกจากนี้ โครงการ Food For Fighters “ข้าวเพื่อหมอได้มีการทำ Could Funding ระดมทุนได้ราว 400,000 บาท นับตั้งแต่วันแรกถึงปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดส่งอาหารไปยังโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพและจะมีการเพิ่มจำนวนการจัดส่งอย่างต่อเนื่อง

เริ่มต้นได้เริ่มจากร้านอาหารที่รู้จักกันก่อนด้วยความที่ตัวเองทำมูลนิธิมาก่อนจึงได้รับความเชื่อมั่น จากนั้นก็มีผู้ทยอยเข้ามาร่วมจากการสร้างเพจบนเฟสบุ๊ค ซึ่งก่อนต้องมีการสำรวจความสะอาดของร้านอาหารเพื่อดูแลมาตรฐานและคุณภาพอาหารก่อนส่งไปยังบุคลากรทางการแพทย์

สำหรับบทบาทหน้าที่ของ โครงการ Food For Fighters “ข้าวเพื่อหมอจะมีการบริหารจัดการและการจัดส่งอาหารที่ได้รับมาจากร้านอาหารในโครงการโดยใช้เครือข่ายด้านการจัดส่งในเขตกรุงเทพให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยล่าสุดได้มีการจัดทำ Could Kitchen เนื่องจากทางโครงการได้รับบริจาคปลาที่จะมีการส่งเข้าไปยังโรงแรมต่างๆแต่ไม่สามารถส่งได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้โรงแรมปิดให้บริการ จึงมีผู้ส่งมอบมาให้ยังโครงการจำนวน 1 ตัน จากนั้นจึงได้มีการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ดังกล่าว โดยมีการถ่ายรูปและส่งไปยังร้านอาหารในเครือข่ายถึงความสามารถในการประกอบอาหารด้วยปลาชนิดนี้และได้มีการส่งมอบไปยังร้านอาหารในโครงการจำนวน 200 กก./ร้าน จากร้านที่แสดงความจำนงมาทั้งหมด 5 แห่ง

วิกฤติครั้งนี้ทำให้เกิด Business Model ใหม่ ซึ่งต้องทำให้ปรับเปลี่ยนตัวเอง ไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจร้านอาหาร และ การทำ Could Kitchen”

ปัจจุบันอาหารจาก โครงการ Food For Fighters “ข้าวเพื่อหมอมีการจัดส่งไปแล้วกว่า 5,000 กล่อง และอีกใน 5 วันจากนี้ น่าจะทะลุ 10,000 กล่อง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องค่าขนส่งอาหารสำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก ถ้าหากไม่ต้องเสียค่าจัดส่งที่มีอัตรา 30-35% ให้กับบริษัทขนส่งนั้นร้านค่าก็จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นทำให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งในสถานการณ์ที่ประชาชนอยู่บ้านอยู่ในชุมชนของตัวเองมากขึ้น จะส่งผลให้ร้านอาหารเล็กๆในชุมชน และอาจมีการจัดตั้งสายส่งในชุมชนของตัวเองเพื่อลดต้นทุนและกระจายรายได้ ซึ่งพฤติกรรมปกติแล้วนั้นจะมีรัศมีไม่เกิน 5 กม. เนื่องจากในสภาวะเช่นนี้ไม่มีใครอยากเสียค่าส่งแพงๆ เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลงเมื่อไร และจะจ่ายค่าขนส่งนั้นได้อีกนานแค่ไหน

แนวคิดช่วยเหลือสังคมแบบนี้เป็นส่วนสนับสนุนดูแลบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ นอกเหนือจากการทำหน้าที่ของตัวเองป้องกันการแพร่ระบาดตามมตรการของรัฐในฐานะประชาชนที่อยู่ในสังคม แต่ก็ยังมีส่วนช่วยเหลือสังคมสร้างงานสร้างรายได้ในระดับจุลภาคและการช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้มีพลังจากอาหารและแรงใจจากน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่ส่งมอบไปให้เป็นอย่างดี

Inside Business Today เป็น Content แนวใหม่ที่กองบรรณาธิการทำขึ้นเพื่อใกล้ชิดผู้อ่าน ผู้ชม ผู้ฟังมากขึ้น จัดทุกวัน จันทร์ศุกร์ 11.10 . ทาง Facebook Page:  Business Today Thai และทาง FM 102 Mhz พร้อมกัน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News